หนังสือเล่มใหม่ที่ซื้อมา ชื่อ "มหัศจรรย์แห่งการเขียน" เขียนโดยคุณหมอวิธาน ฐานะวุฑฒ์
เหตุผลของการซื้อหนังสือเล่มนี้ คือ ผมกำลังสนใจเรื่อง คุณประโยชน์ของการเขียนที่มีมากกว่าการเขียน คนทั่ว ๆ ไปหลายคนมักจะคิดว่า การเขียนมีน้ำหนักเท่า ๆ กับการพูด การแปล แต่ผมอ่านหนังสือผ่านมาหลายเล่มในเรื่องการเขียน
การเขียนกลายเป็นเรื่องความสามารถที่จะเยียวยาจิตใจของผู้เขียนได้
การเขียนกลายเป็นเรื่องที่สามารถทำให้คนพัฒนาตนเองได้
มหัศจรรย์การเขียน ของ คุณหมอวิธาน ฐานะวุฑฒ์ จึงตรงใจอย่างไม่น่าเชื่อ
เห็นปุ๊บ เปิดปั๊บ ควักสตางค์ทันที

นำเสนอ ... บทที่ 00 การเขียนมีประโยชน์มากกว่าที่คิด
การเขียนมีประโยชน์มากกว่าที่คิด
จริง ๆ แล้ว ผมไม่ค่อยอยากจะสาธยายอะไรมากมายนักนะครับว่า การเขียนมีประโยชน์อะไรบ้าง แต่ก็อยากจะ "ตั้งป้าย" ไว้สักเล็กน้อยก่อนที่จะชวนท่านผู้อ่านเข้าสู่เรื่องราวของการเขียน
ทั้งหมดเกิดจากการค้นคว้าและประสบการณ์ตรงที่ผมได้ทดลองทำมาด้วยตนเอง และทดลองกับผู้เข้าร่วมกิจกรรมในเวิร์กช็อปจำนวนเป็นพัน ๆ คน
อยากให้ท่านผู้อ่านได้ทดลองดูตามที่ผมได้ลองแนะนำไว้ในตอนต่อ ๆ ไปแล้ว ผมเชื่อว่า การที่ท่านหยิบหนังสือเล่มนี้มาดูมาอ่าน อย่างน้อยท่านก็คง "มีใจ" อยู่บ้างนะครับว่า
อืมม น่าจะเป็นประโยชน์ต่อชีวิต (และทรัพย์สิน) ของท่านเอง 5555555
.......
ตามความเข้าใจของผม "การเขียน" คือ "การเปลี่ยน"
"เปลี่ยน" สิ่งที่คุณกำลังคิดกำลังรู้สึกอยู่ในหัวคุณในร่างกายของคุณให้ "กลั่นออกมา" กลายเป็น "ตัวอักษร" บนกระดาษในสมุดของคุณ
"การเขียนที่สม่ำเสมอ" จะทำให้คุณค่อย ๆ "รู้ตัว" ได้ว่า คุณกำลังคิดอะไรหรือกำลังรู้สึกอะไร ซึ่งเป็นอุบายหนึ่งที่ช่วยให้คุณสามารถ "ดำรงอยู่กับปัจจุบัน" ได้เป็นอย่างดี
"การเขียนที่สม่ำเสมอมากขึ้น" จะค่อย ๆ ทำให้คุณสามารถ "ซื่อตรง" กับความคิดและความรู้สึกของคุณได้มากขึ้นเรื่อย ๆ
"การรู้ตัวและซื่อสัตย์ต่อความจริง" จะค่อย ๆ ทำให้คุณเกิด "ความรู้สึกสงบ" เกิดความสุขได้มากขึ้น เพราะความคิดที่แต่เดิมสับสนวุ่นวายจะค่อย ๆ "ช้าลง"
และในที่สุดอาจจะสามารถนำพาให้คุณได้พบกับ "ปัญญาญาณ" ที่อยู่ภายในตัวคุณ
......
ท่านผู้อ่านจะได้ "ความสุข" หรือได้ "ปัญญาญาณ" แบบที่ผมบอกหรือไม่ ก็คงจะต้องลองติดตามดู "ลองทำดู" กันเองนะครับ
ผมเพียงเล่าจากประสบการณ์ที่ผมพบในหนังสือจำนวนมากที่ผู้คนจำนวนมากมายที่ได้รับประโยชน์จาก "การเขียน" และจากประสบการณ์ตรงที่ผมนำไปปฏิบัติกับตัวเองและผู้อื่นในกิจกรรมกลุ่มต่าง ๆ
..............................................................................................................
พอผมอ่านบทนี้แล้ว ทำให้ผมพบประโยชน์เริ่มต้นของ "การเขียน"
ผมจำได้ว่า ผมถือหนังสือเล่มนี้ไปคุมสอบนักศึกษาด้วย นั่งอ่านรอนักศึกษาทำข้อสอบ แป๊บเดียว อ่านเสร็จไป ๑๗ บท และในแต่ละบท ทำให้ผมคิดการนำ "การเขียน" ไปใช้ในกระบวนการเรียนการสอนของตัวเองได้ทันที
เพราะ "การเขียน" มันเป็นการดึงอะไรบางอย่างออกมาจากใจเด็ก ให้เด็กได้มีโอกาสพิจารณาทบทวนตนเองได้เสมอ
ลองไปซื้อดูนะครับ ร้านหนังสือมีแน่นอน
บุญรักษา นักเขียนทุกท่านครับ ;)
.............................................................................................................
ขอบคุณหนังสือการเขียนดี ๆ
วิธาน ฐานะวุฑฒ์, นพ. มหัศจรรย์แห่งการเขียน. กรุงเทพฯ : ศยาม, 2554.
สวัสดีค่ะ
แวะมาเยี่ยมเยียนก็ดีใจแล้วครับ พี่ คิม นพวรรณ ;)...
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีค่ะ
อยากอ่าน"หูตั้ง" เหมือนกัน แต่เรื่องอยากเขียนก็แค่อยากอ่านเช่นกัน
โดยส่วนตัวผมคิดว่าการเขียนช่างง่ายกว่าการพูด ผมหมายถึงการพูออย่างมีสตินะครับ เพราะเามื่อพูดไปแล้วก็ไม่มีวันเอาคำพูดนั้นกลับคืนมาได้ แต่การเขียนสามารถร่างก่อนได้ แก้ได้ ลบได้ แต่ก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมไม่ค่อยมีใครชอบเขียน (หมายถึงคบรอบๆ ตัวที่ผมรู้จักนะครับ) ขอบคุณที่แนะนำหนังสือดีๆ ให้อ่านครับ ต้องไปหาอ่านดูบ้างครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์'Wasawat'
เป็นบันทึก'แนะนำหนังสือ' ที่มหัศจรรย์มาก ค่ะ
ขอชื่นชมค่ะ
พี่ คิม นพวรรณ ครับ
"หูตั้ง" เคยได้ยิน เคยเห็นผ่าน ๆ แต่ยังไม่เคยอ่านครับ
หากเป็นความประสงค์ของพี่ คิม นพวรรณ
ผมจะแจ้งทางเมล์ให้ครับ
ขอบคุณมากครับ ;)...
ขอบคุณ ท่าน ปภินวิช pap2498 ถนอมวงศ์ ที่ได้เข้ามาเยี่ยมบันทีกครับ ;)
สวัสดีครับ คุณ คิดคม สเลลานนท์ ;)...
น่าจะเป็นเรื่องจริงนะครับที่ "การเขียน" ง่ายกว่า "การพูด"
"การเขียน" ทำให้เราสามารถทบทวนก่อนส่งสารออกไปสู่สาธารณชนหรือบุคคลที่ต้องการได้ แต่ "การพูด" ต้องมีสติอย่างมาก หากการทบทวนมี ก็ไม่กี่วินาที ก็ต้องส่งสารออกไป บางทีก็ผิดพลาด สื่อสารไม่ตรงความคิด ทำให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันก็เยอะ
พระพุทธองค์ จึ่งว่า "คำพูดเป็นนายเรา" พูดแล้วนำกลับคืนมาแก้ไขไม่ได้
ลองสังเกตว่า เราจะเห็นมีอาชีพ "นักเขียน" มากกว่า "นักพูด" ว่าไหมครับ
ขอบคุณมากครับ ;)...
ขอบคุณมากครับ ท่านอาจารย์ ดร. พจนา - แย้มนัยนา ;)...
หนังสือ คือ แหล่งความรู้และแหล่งปัญญาที่สำคัญสำหรับมนุษย์
การเขียนจากใจ ให้ถูกใจ(คนอ่าน) หรือการเขียนจากข้อมูล(ขยะ)ที่เก็บมา ให้(คนอื่น)เข้าใจ
อย่างไหนยากกว่ากันเอย ;-)
การเขียนของนักเรียน ป.1 จะได้อะไรเยอะแยะ
พี่ชอบให้เด็กเขียนนะ เขียนประโยคสั้นๆง่ายๆ
แล้วจะได้รับรู้เรื่องราวต่างๆเกินคาดเลยล่ะ
สำหรับตัวพี่ ..พี่คงเขียนเยอะเกินไปแล้ว..อิอิ
สวัสดีค่ะ
จะลองหามาอ่านค่ะ
ชอบการเขียนเหมือนกันครับ
เป็นงานอีกอย่างหนึ่งที่ชอบ
มากกว่าอย่างอื่น
มีหนังสือเล่มนี้ครับ แต่ว่าทำไมหน้าปกต่างไป สงสัยมีพิมพ์หลายครั้ง เอาไปประยุกต์ใช้ในการทำกิจกรรมหลายเวทีแล้วครับ...
สวัสดีครับ คุณ sr ;)...
สำหรับประเด็นที่ตั้งไว้
การเขียนจากใจ ให้ถูกใจ (คนอ่าน) ... สงสัยจะเป็นนักเขียนที่ขาดความเป็นตัวเอง
การเขียนจากข้อมูล(ขยะ)ที่เก็บมา ให้(คนอื่น)เข้าใจ ... สงสัยจะ Copy and Paste แต่สำหรับคำว่า ขยะ นั้น บางคนอาจจะคิดว่าเป็นขยะ บางคนก็คิดว่าเป็นทองคำ เพราะมนุษย์หนอ นานาจิตตัง
อย่างไหนยากกว่ากันเอย ;-) ... ไม่มีคำตอบ เพราะ ความยาก หมายถึง สิ่งที่มนุษย์คนนั้นไม่เคยทำมาก่อน ท้อใจก็บอกยาก ไม่ท้อใจก็ไม่บ่นอะไร
ลองแสดงความคิดเห็นเฉย ๆ
ขอบคุณครับ ;)...
สู้ สู้ ครับ ท่าน ศน.ลำดวน ;)...
คนที่ประเมินตนเอง ประมาณตนเองตลอดเวลา คือ คนที่น่าคบหาเป็นกัลยาณมิตร ครับ ;)...
สนับสนุนความคิดของพี่คุณ ครู ป.1 ;)...
"การเขียน" จะทำให้เด็ก ๆ ได้มีโอกาสทบทวนตนเอง
และครูได้มีโอกาสวิเคราะห์ผู้เรียนไปในตัวด้วย
ส่วน พี่คุณ ครู ป.1 ยังเขียนน้อยเกินไปครับ อิ อิ