ช่วงปิดภาคเรียนเด็กๆ จะมีกิจกรรมหลักคือเรียนพิเศษซึ่งจะทำให้นักเรียนได้รับประเด็นความรู้มาแล้วอย่างหลากหลายและมีกลยุทธ์ เปิดภาคเรียนเราก็มาต่อเติมกระบวนการและคุณธรรมและจริยธรรมกันในห้องเรียน

       วันนี้ขณะนั่งดาวน์โหลดการสาธิตการทดลองทางเคมีที่ไม่สามารถทดลองในห้องปฏิบัติการของโรงเรียนได้เพราะประเมินแล้วมีความเสี่ยงสูงทำให้คิดย้อนกลับยังวันที่ตามนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ไปฟังติวเตอร์ชื่อดังมาสอนติวเข้มโค้งสุดท้ายก่อนสอบซึ่งเป็นโครงการประจำปีของงานแนะแนว  ครูนกอยากเรียนรู้เคมีจากมุมของติวเตอร์ ติวเตอร์สอนได้สนุก และเรียกเสียงเฮจากเด็กๆ ได้อย่างมาก ศัพท์วัยรุ่นทันสมัยมากสอดรับความสนใจของเด็กๆ  ครูนกถามตนเองว่า เราเป็นติวเตอร์ได้หรือไม่  คงเป็นได้แบบลูกครึ่งไม่สามารถถอดความเป็นครูใส่บทบาทติวเตอร์ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ สิ่งที่เราต้องทำ

      เตรียมความพร้อม ดูแลสีหน้าท่าทาง อุปกรณ์การเรียนในห้องเรียนหากนักเรียนคนใดยังวางเป้ไม่เปิดนำอุปกรณ์ต่างๆ วางบนโต๊ะ ครูนกยังไม่สามารถเปิดการสอนได้  หากใครมีสีหน้าสีตาบวมช้ำ (แบบผ่านความระทม) ก็ต้องหาทางถามสาระทุกข์สุกดิบให้ได้ก่อน ซึ่งติวเตอร์เป็นต่อจากเราคือ เด็กเตรียมความพร้อมตนเองก่อนเข้าพบติวเตอร์ 

 


      ช่วงสอนเราจะเน้นกระบวนการช่วงหลังครูนกไม่ค่อยจะวางปลาบนจานให้เด็กตักรับประทานอย่างสบายใจ ต้องยุ่งยากนิดหน่อยกับการรู้จักเครื่องมือจับปลา แม้ใช้เวลาแต่หวังว่าวันข้างหน้าไม่มีเราเขาก็อยู่ได้  ช่วงสอนๆ อาจมีสอดแทรกความสนุก แต่ครูแบบเราก็ไม่มีสิทธิ์จะจะนำศัพท์แบบแปลกๆ เข้าห้องเรียนอย่างไม่มีเจตนา  คือ บางครั้งครูนกก็มีการใช้คำพูด มึง  และ กู แต่นั่นคือแบบเจตนาจะต้องสอนเขาด้วยการเดินเรื่องคำด้วยคำนั่น  ติวเตอร์เป็นอิสระจากภาษาทางวิชาการ  บางคนไม่สนใจตัวสะกดด้วยซ้ำ  เรื่องการทดลองทางเคมีเป็นเรื่องที่ทำให้ครูนกต้องเขียนบล็อกนี้คือ เนื้อหาที่ติวเตอร์สอนคือ การทำปฏิกิริยาของโซเดียมกับน้ำ แล้วการนำเสนอประมาณว่า ได้ทดลองกันหรือเปล่า (เด็กๆตอบว่าทดลอง)  พี่ติวเตอร์ก็ทำให้เด็กหัวเราะอารมณ์ขันได้ว่า ครูเคมีประหยัดมากให้ก้อนโซเดียมเล็กเท่าขี้แมลงวันแล้วใส่น้ำเป็นกะลามังแล้วจะเห็นอะไร  ต้องก้อนใหญ่ๆ  จริงๆแล้วการทำแบบ large scale ก็ดีนะผลการทดลองชัดเจนดี แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องสถานที่  อุปกรณ์ป้องกัน และจำนวนสมาชิกต่อห้องไม่เอื้อให้ครูนกทำแบบนี้ ขอใช้หลักคิดว่า ลูกเขาอยู่ในมือเรา...ในมือลูกเขามีหลอดทดลองที่อาจจะเป็นอันตรายต่อเด็กๆ ที่ยังขาดประสบการณ์ได้ ครูนกเลยขอเป็น small scale เพราะถือว่าปลอดภัยได้กระบวนการ วันหนึ่งข้างหน้ามวลประสบการณ์เขาอาจจะขยายไปตามวัยและสถานที่แห่งการเรียนรู้


       สิ่งที่ครูเราต้องทำคือการประเมินทั้งช่วงการสอน หลังสอนทั้งวิชาการ คุณธรรมและจริยธรรม  แต่พี่ติวเตอร์ไม่ต้องทำ
      สรุปครูกับติวเตอร์มีจุดร่วมกันคือ ให้เด็กๆเข้าใจเนื้อหาให้มากที่สุด แต่กระบวนการของเราต่างกัน หากถามย้อนกลับว่า แล้วติวเตอร์เหล่านั้นเป็นครูได้หรือไม่ ได้ค่ะ  สำหรับตอนนี้ต้องบอกว่าเราต่างก็ต้องทำหน้าที่ของตนเองเพื่อให้เด็กๆ ถึงฝั่งฝันกันต่อไป