ทุกชีวิตไม่ว่าคนหรือสัตว์ต่างก็รักชีวิตตน เพราะชีวิตของทุกชีวิตย่อมมีค่าสำหรับผู้เป็นเป็นเจ้าของชีวิตเสมอ แต่หากเราจะแบ่งปันเผื่อแผ่ มองตัวเองให้น้อยลง มองไปรอบๆด้วย ก็คงจะดีไม่น้อย

ชีวิตสัตว์ที่เห็นและเป็นไป..ท่ามกลางอุทกภัย

 

(รูปนี้ท่านบอกให้ถ่ายเอง กำลังนั่งเรือเข้าไปในวัดตลิ่งชัน เจ้าหมาน้อยเดินลุยน้ำมาแบบโดดเดี่ยวเพราะแถวนั้นยังไม่มีบ้านคน เลยไม่รู้ว่ามาจากใหน และจะไปใหน แล้วต่างก็ผ่านไป..)

จากการเดินทางไปกับคณะสงฆ์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้กำลังใจกับพระในวัดต่างๆ ที่ประสบอุทกภัย นำอาหารทั้งของ   ตลอดจนปัจจัยเพื่อช่วยในการทำความสะอาดวัด และของครัวกาชาดเคลื่อนที่ เพื่อแจกจ่ายให้ชาวบ้าน ในระหว่างทางนั้นนอกจากจะพบเห็นสภาพวัดวาอาราม พระสงฆ์  ชาวบ้าน บ้านเรือนและข้าวของที่เสียหาย มากมาย ยังมีเพื่อนร่วมโลกของเราที่ไม่มีทางเลือกใดๆ เลยที่จะ พ้นไปจากภัยนี้ นั่นคือ  สัตว์

เจ้านี่โชคดีที่มีปีก บินหนีทัน และมีที่เหมาะสมให้พักพิง

มีทั้งสัตว์ที่เลี้ยง และสัตว์ที่คนไม่ได้เลี้ยง เดือดร้อน ตาย กันมากมาย หากแต่ไม่มีใครสนใจมากนัก เพราะแต่ละบ้านที่ได้คุยมา ทุกคนก็ห่วงสัตว์เลี้ยงของตน แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ในสถานการณ์เช่นนั้น เช่น บางคนบอกว่ามีวัวเป็นร้อยตัว มัวแต่ขนของอยู่  น้ำมาเร็วมาก ยังขนของไม่เสร็จน้ำก็มาเต็มแล้ว เห็นแม่วัววิ่งกลับมาที่คอก แต่ลูกวัววิ่งเข้าสวนปาล์มไป แต่ก็คงตายหมด นี่รายแรกๆที่ฟังมา ที่เล่าให้ฟังทั้งน้ำตา

 

หลังจากนั้น ก็มีหมู ที่เจ้าของรวยมากๆ อยู่ที่นครศรีธรรมราช แต่อุตสาห์มาซื้อที่ดินปลูกปาล์มที่เคียนซาและเลี้ยงหมูเป็นร้อยตัว เขาบอกเองว่ายังไม่ได้มาดูเลย แต่คงตายหมดเพราะอยู่ในคอก คนเฝ้าน้ำก็ท่วมบ้านยังไม่ได้ติดต่อ ได้ยินเรื่องนี้แล้วเศร้าใจ เคยพูดกับเพื่อนๆและคนรู้จักที่จะพอบอกได้ ว่าถ้าคนเลี้ยงสัตว์ไว้ขายชีวิต นั้นเป็นคนที่ยังต้องหาเช้ากินค่ำก็เพราะเขาจำเป็น แต่ถ้ามีเงินมากมายเหลือกินเหลือเก็บ ไม่ควรจะมีการประกอบอาชีพขายชีวิตสัตว์เพื่อฆ่า เพราะไม่มีความจำเป็น มีฐานะดีมากขนาดนั้นควรสร้างบุญ ไม่ไช่ต่อบาป เมื่อได้ฟังรายนี้เล่าก็เศร้าใจจริงๆ ไม่น่าเชื่อ (เพราะ meepole รู้จักครอบครัว ทั้งตระกูล) สงสารหมูที่ไม่มีทางไป

ภาพหมูนี้จาก oknation.net

เจ้านกกระยางตัวนี้ฉลาดมาก(เขามีกันสองตัว) ช่วงที่มีน้ำเข้ามาบนถนนของหมู่บ้านเนื่องจากน้ำล้นตลิ่ง ก็จะมีปลาให้จับทุกครั้ง บางทีฝนตกหนักๆน้ำเอ่อ ชาวบ้านไกล้ๆจะเดินเอาอุปกรณ์มาช้อนปลากัน คราวนี้นานหน่อย5-6 วัน เจ้านกนี่เลยยึดเป็นที่ประจำยืนรอจับปลากินแบบไม่ต้องบินไปหาที่ใหน รถผ่านก็บินขึ้น เห็นเขาทุกวัน

หลังจากนั้นในระหว่างเส้นทางเรือคนขับเรือก็บรรยาย เล่าให้ฟังเรื่อยๆ เช่นแถวนี้วัวตายหมด ลอย ไหลไปตามน้ำ มีบางบริเวณที่น้ำเหม็น เขาก็บอกว่าแถวนี้เลี้ยงเป็ดไก่เป็นร้อยป็นพันตัว หายไปหมด น้ำเชียว ที่เหลือตายติดตามกอไม้ก็เน่าเหม็น ว่าแล้วก็ชี้ให้เห็นซากเป็ดตาย

ซากเป็ดตาย (ขออภัยไม่ได้เซนเซอร์) น้ำแถวนั้นกลิ่นโชย..ขอบอก

จะเห็นว่าอุทกภัยในฤดูร้อนครั้งนี้ได้คร่าชีวิตทั้งคน และสัตว์ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ มากมาย  รวมทั้งสัตว์เลี้ยงของหลายๆคนที่หน้าเศร้าเมื่อบอกว่า

"ไม่รู้...ไปอยู่ไหน ไม่รู้มันรอดหรือเปล่า"  และหลายคนก็พอทราบชะตากรรมสัตว์เลี้ยงของตนเมื่อพูดว่า

"มันคงตายแล้ว เพราะเห็นมันถูกพัดไป เราก็กลัวนะไม่กล้าวิ่งไปช่วยมัน"

ขออนุญาตเอาความเห็นของคุณแก้วมาเติมเต็มไว้ตรงนี้ด้วยนะคะ

Ico48

"สัตว์หนีน้ำเพราะรักชีวิต แต่หนีรอดออกมาแล้ว กลับถูกตามล่าเพราะมันเป็นสัตว์ร้ายเช่น จระเข้ น่าสงสาร ที่นครจระเข้ถูกยิงไปหลายตัวเพราะมันมีขนาดใหญ่ คนไม่กล้าเข้าไปจับเป็น"

หลากหลายอารมณ์ความรู้สึก 

 

แต่ขณะเดียวกัน สัตว์ที่รอดได้จากอุทกภัยครั้งนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะโชคดีเช่นนี้ได้ตลอดหรือไม่

ตัวที่พลัดพรากเจ้าของก็คงน่าสงสารและแน่นอน meepole ได้บทเรียนอย่างหนึ่งว่า หากจะต้องออกไปแจกของช่วยน้ำท่วมในครั้งต่อไป (ไม่ไช่อยากจะให้มี แต่หากจะมี) จะต้องเอาอาหารหมาออกไปเผื่อด้วย เพราะมีหมาที่อด หิวโซมากจริงๆ

เจ้าตัวข้างล่างนี้ เจอตอนที่กำลังลงจากรถเพื่อเตรียมเดินลุยน้ำต่อเข้าไป กำลังขนของเขาเดินมาร้องงี๊ดๆๆ ๆๆ ก็รู้ว่าหิว เลยพยายามหาของที่มี นึกได้ว่าถุงของแห้งอาจจะมีอะไรให้กิน ขออนุญาตแกะถุงเจอบะหมี่สำเร็จรูป3ห่อเลยแกะให้เขา กินอย่างอร่อย (คงเพราะหิว) อีกสองตัวเห็นวิ่งมาเจ้านี่ก็แหง่ๆๆใส่ เลยต้องแยกสองกอง กลับมาก็บอกให้จนท.กาชาดเคลื่อนที่ทราบว่าได้เอาบะหมี่ให้สุนัขด้วย

ภาพประทับใจอีกภาพ ขณะกำลังเดินทางไปวัดนาคาวาส ตอนรถผ่านจุดนี้มองเห็นคล้ายบ้านร้าง มีอะไรเดินอยู่ข้างบน แต่เห็นไม่ชัด คิดว่าตอนกลับจะแวะมาดู พอกลับมาก็จอดรถ ก็เห็นเจ้าหนูสองตัวดำ-ขาวเดินไปมาเลยเรียก ได้ภาพดังที่เห็น เขาออกมาชะเง้อมอง

 

เห็นสภาพแล้วน้ำล้อมรอบ คิดว่าเขาคงหนีน้ำไปอยู่ข้างบนและยังลงมาไม่ได้เพราะน้ำยังล้อมรอบชั้นล่างอยู่ เลยแกะไข่เค็มให้ โยนขึ้นไป เขาแย่งกันกิน เลยแกะข้าวเปล่าให้อีกถุง โยนขึ้นไป

ภาพนี้เขาชะแง้มองพระอาจารย์ที่กำลังโยนข้าวให้ คิดว่าคงลุ้นตัวโก่ง ถ้ามีมือคงแบมือรับแล้ว น่ารักจริงๆ ภาพนี้คงเป็นตัวยืนยันว่า เขามีชีวิต มีจิตใจและความรู้สึกเหมือนคนทั่วไป เพียงแต่เขาไม่รู้จะไปเรียกร้องใคร นอกจากรอ..

 

คนบางคนยังมีกินน้อย อาหารก็คงต้องประหยัด และยังมีหมาไม่มีเจ้าของ และหมาที่เจ้าของยุ่งมากจนลืมมันก็เยอะ

วัว ควายข้างถนนผอมมากไม่มีหญ้ากิน ที่ผ่านไปช่วงหลังเห็นชาวบ้านสับหยวกกล้วยทิ้งข้างถนนให้วัวกิน

จะเห็นหมาน้อยถูกผูกแทบทุกที่หากมีเจ้าของ คงกลัวไปเล่นน้ำ หากเจ้าของเอาใจใส่ก็ดี ที่มีให้เห็นบ้างคือปล่อยให้ตากแดด เชือกสั้น ชนิดนอนลำบาก ยืนร้อง ไม่มีน้ำให้เขากิน อยากให้คนเลี้ยง เอาใจเขามาใส่ใจเราสักนิดก็ดีนะ

ยังมีสัตว์ตามธรรมชาติในป่า ในเขา อีกมากมายที่ตายไป เช่นกระต่าย กบ คางคก สัตว์ในรู ในโพรง (อย่าหัวเราะว่าคิดมากเลย เพราะคิดจริงๆ ว่าใครเดือดร้อนบ้าง)

ภาพที่เก็บได้ระหว่างทางนี้ เป็นภาพสะท้อนชีวิตอีกส่วนหนึ่งที่เป็นเหยื่อบ้าง รอดบ้างจากภัยธรรมชาติที่ไม่ธรรมดาในครั้งนี้

บน เจ้าของเอาแมวน้อยลอยกาละมัง ส่วนเจ้าหมาต้องลุยน้ำมาเอง

ล่าง เจ้าตัวนี้เฝ้าวัดนั่งเฝ้าของ หม้อ กะทะ เครื่องใช้ ที่ถูกยกไปไว้บนดาดฟ้า และคอยเห่าเป็นยามอีกด้วย

 

 

บน-ล่าง เป็ดไก่ห่าน ที่รอดมาได้

 

ล่าง เจ้านี่โชคดี ที่หาที่เกาะได้เหมาะสม

 

ล่าง  สังเกตุสายตาเจ้าหนูกลุ่มนี้ เป็นสายตาตำหนิ เชิงวิงวอน ว่าเราถอยไปใหนไม่ได้แล้ว อย่าเบียดบังกันเลย เพราะ meepole ปีนขึ้นไปที่หน้าซุ้มประตูวัด เพื่อถ่ายรูปจากมุมสูง

แต่ที่ว่างจะยืนเหลือไม่มาก หลังจากเห่าก็แล้ว โฮ่งๆก็แล้ว meepole ก็ยังปีนขึ้นไป พวกหนูเลยถอยร่นไปรวมกันที่ขอบ แล้วก็ตำหนิด้วยสายตา  คนอะไรดื้อจัง หุ หุ

ดู "ตา"ให้ชัดขึ้นก็ได้ค่ะ :)

 

สิ่งที่ meepole ทำได้คือ อยากให้หลายๆคนที่ผ่านมาอ่าน และมีจิตเมตตาช่วยกันอุทิศส่วนบุญกุศลที่ทำในครั้งใดครั้งหนึ่ง ให้สรรพสัตว์ที่ตายไปจำนวนมากมายเหล่านั้นด้วย  meepole ได้ขออุทิศส่วนกุศลทั้งหมดที่ได้จากการไปช่วยครัวกาชาดและคณะสงฆ์ในครั้งนี้ ให้สรรพสัตว์ทั้งหลายที่ตายไปจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ได้ไปสู่สุคติ ในภพภูมิที่ดีขึ้น