เป็นเรื่องดีๆที่นำมาเล่าโดยอาจารย์แพทย์ผู้มีประสบการณ์ดีๆในการรักษาผู้ป่วยกลุ่ม severe sepsis และ septic shock ได้แก่ ศ.พญ.ดวงมณี เลาหประสิทธิพร, ศ.พญ.สุณีรัตน์ คงเสรีพงศ์ และ รศ.นพ.ไชยรัตน์ เพิ่มพิกุล จากคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล และ นพ.ชายวุฒิ สววิบูลย์ จากคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล โดยมี ดร.ยุวดี เกตสัมพันธ์ อาจารย์พยาบาล คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาลเป็นผู้ดำเนินรายการ
(ภาพจากซ้าย - รศ.นพ.ไชยรัตน์ เพิ่มพิกุล, ศ.พญ.สุณีรัตน์ คงเสรีพงศ์, ดร.ยุวดี เกตสัมพันธ์, ศ.พญ.ดวงมณี เลาหประสิทธิพร และ นพ.ชายวุฒิ สววิบูลย์)
อาจารย์ ดร.ยุวดี เกตสัมพันธ์เริ่มด้วยการกล่าวว่า
...ในองค์กร
ความรู้ที่มีความสำคัญในการทำงานคือความรู้ที่อยู่ในผู้ปฏิบัติ องค์กรที่อยู่ได้เกิดจากผลลัพธ์ของความรู้ในผู้ปฏิบัติซึ่งเกิดจากความรู้ในกระดาษที่ใส่เข้าไปในคน...ความสำคัญอยู่ที่การนำความรู้ต่างๆเหล่านั้นมารวมกันแล้วบูรณาการอย่างไร จึงเกิดผลลัพธ์ที่ดี?...
เรื่อง Sepsis เป็นเรื่องสำคัญเพราะเป็นภาวะวิกฤติของผู้ป่วยและเป็นเหตุให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ง่าย เรื่องเล่านี้จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของการนำประสบการณ์จาก Best practice ที่มีอยู่เล่าสู่ผู้อื่น
เรื่อง Sepsis เป็นเรื่องสำคัญเพราะเป็นภาวะวิกฤติของผู้ป่วยและเป็นเหตุให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ง่าย เรื่องนี้จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของการนำประสบการณ์จาก Best practice ที่มีอยู่เล่าสู่ผู้อื่น
เริ่มด้วย นพ.ชายวุฒิ สววิบูลย์ จากคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล
เนื่องจากอาจารย์ต้องเผชิญภาวะวิกฤติของผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลอย่างฉับไวแต่พบปัญหาต่างๆของการช่วยเหลือผู้ป่วยมากมาย เกิดเป็นข้อสงสัยว่า...
“บางครั้งเราทำงานหนักและตั้งใจ แต่ทำไมเราจึงช่วยชีวิตผู้ป่วยไม่ได้” จึงเริ่มต้นจากพื้นฐานความคิดของตนที่ว่า “มากคน มากความ... ทำเลยดีกว่า” ด้วยการดึงความรู้ที่มีในตัวตนออกมาเป็นฐานปฏิบัติ แล้วศึกษาในพื้นที่จริงร่วมกับทีม
จากปัญหาเป็นที่มาของการตั้ง SMART (Sepsis Management Advanced Rapid Therapy) เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย
มีวิธีดำเนินการ 4 ขั้นตอนคือ
- จัดทำ SMART Protocal จากนั้นค้นหาและยืนยันผู้ป่วยตามข้อบ่งชี้
- แจ้งผู้ปฏิบัติงานหรือ Sepsis Team
- Modified Early Goal – Directed therapy (ซึ่งสามารถอ่านเพิ่มเติมได้อีกที่นี่)
- Survival Sepsis Campaign Guideline 2008
Sepsis Team เกิดจากสหสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง ทุกทีม ทุกฝ่าย
และสิ่งนี้ทำให้เกิด “...การเรียนรู้กันและกันที่เพิ่มขึ้นทุกวัน..” อาจารย์ นพ.ชายวุฒิ สววิบูลย์ กล่าวในที่สุด
ลำดับถัดมาเป็นอีกมุมหนึ่งซึ่งเป็นมุมใหญ่ของคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล
ได้นำแนวทางการรักษาที่ได้ผลดีจากหน่วยเวชบำบัดวิกฤติ ภาควิชาอายุรศาสตร์มาบูรณาการและปรับใช้ในหน่วยอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เป็นการพัฒนาต่อยอด โดยมีพื้นฐานความคิดว่า
“เอาผู้รู้มาเจอกัน ทำเป็นนโยบาย และนำสู่การปฏิบัติ” ภายใต้วัฒนธรรมองค์กร SIRIRAJ
- เราไม่ได้เริ่มที่ศูนย์
- เรานำสิ่งที่มีมาต่อยอดกัน
- เราปรึกษาทีมที่เกี่ยวข้อง “จะยั่งยืนได้ ผู้เกี่ยวข้องต้องมีส่วนร่วม”
- Specialist มีความสำคัญมาก ทำเรื่องยากๆต้องมีผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญจริง
- Coordinator มีความสำคัญมากเช่นกันเพราะต้องสามารถดึงส่วนที่ดีๆจากแต่ละฝ่ายออกมาแชร์กัน
ทีมศิริราชใช้ Early Goal-Directed Therapy in the Treatment of Severe Sepsis and Septic Shock เป็นแนวทาง และได้มีการนำมาทำวิจัยเรื่อง Impact of Septic Shock Hemodynamic Resuscitation Guidelines on Rapid Early Volume Replacement and Reduced M (รศนพ.ไชยรัตน์ เพิ่มพิกุล และคณะฯ)
และจากผลการวิจัยดังกล่าวจึงเป็นที่มาของ Phase II of the Serviving Sepsis Campaign (SSC) โดยจัดทำเป็น guideline และนำสู่การปฏิบัติโดยผู้ที่เกี่ยวข้อง
ในส่วนของการระงับความรู้สึกนั้น ศ.พญ.สุณีรัตน์ คงเสรีพงศ์ ได้กล่าวถึงความร่วมมือของวิสัญญีใน Siriraj Sepsis Program ทั้งด้านความรู้ การปรึกษาหารือในทีมทั้งทีมวิสัญญีและสหสาขาวิชา ตลอดจนการปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนดที่มีการวางแผนนำผลการดูแลที่ได้สู่กลุ่มวิชาชีพ
- ผู้ป่วย Sepsis มา จะดมยาอย่างไร?
- การให้การดูแลรักษาช้าจะพบปัญหาตามมาในภายหลัง จึงควรรีบรักษาก่อน Organ failure
- ก่อนการผ่าตัดหากแทง CVP ที่ ward ไม่ได้ ให้ทำ cutdown (venesection) มา
- ใช้แนวทางที่กำหนดในการปฏิบัติการดูแล
- CPG เป็นแค่แนวทาง ควรปรับให้เหมาะกับสถานการณ์ นำมาปฏิบัติให้เหมาะกับบริบทนั้นๆ
สุดท้ายอาจารย์ ดร.ยุวดี เกตสัมพันธ์กล่าวโดยสรุปว่า ไม่ว่ารูปแบบใดของการดูแลที่นำเสนอ สุดท้ายก็อยู่ในดุลยพินิจของผู้ปฏิบัติที่ต้องเลือกใช้อย่างเหมาะสมนั่นเอง