“ รู้แต่ว่ามันมีคุณค่าทางจิตใจสำหรับฉัน….. รักเธอจังกระดานชนวน”

 คิดถึงเธอจัง (3)

ยังไม่หายคิดถึงเลย ….  พอพูดถึงกระดานชนวนแล้วทำให้ฉันมีความสุขมาก  ขอเล่าต่ออีกหน่อยเถอะ   …

 

              การเขียนกระดานชนวน   เขียนเสร็จแล้วก็ต้องลบทิ้ง    พอเขียนใหม่ก็ต้องลบทิ้งอีก   ฉันคับข้องใจมาก   รู้สึกเสียดายตัวหนังสือทุกตัว    เสียดายเรื่องราวที่คุณครูให้เขียน    ฉันอยากให้ทุกคนที่ฉันรักได้อ่านทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันเขียน   และที่สำคัญอยากเก็บไว้อ่านนานๆ      หลายครั้งเมื่อกลับมาถึงบ้าน  ฉันจะแอบไปเขียนลงในสมุดบัญชีรับ – จ่ายของพ่อ  ลายมือโย้เย้ตัวโตเท่าหม้อแกง  พ่อไม่ดุ  ไม่ว่า   แต่พ่อก็ไม่ได้ซื้อสมุดให้ฉันหรอกนะ   (คงจะราคาแพง …  พ่อต้องประหยัดเพื่อครอบครัว)     พ่อกับแม่พากันเก็บกระดาษแข็ง  ที่เป็นปฏิทินเก่า (ชนิดแขวนข้างฝา )  แผงกระดาษที่ใช้ติดสินค้า  เช่น  ผงชูรสที่เป็นซองเล็กๆ  ซองใส่ผงพะโล้      ซองใส่เครื่องพะโล้     มาแกะลูกแม็กออก   แกะเส้นด้ายทิ้ง   นำมาวางซ้อนไว้ให้ฉัน   และบอกว่าอยากเขียนอะไรให้เขียนได้เลยตามใจชอบ   โดยให้เขียนลงด้านหลังแผ่นกระดาษ  จำได้เลือนลางว่าได้ใช้แผ่นกระดาษแข็งมากมายหลายสิบแผ่น   ขอบพระคุณพ่อแม่ที่ให้เสรีภาพในการเขียน  ไม่ปิดกั้นความต้องการในวัยเด็กของฉัน  สิ่งเหล่านี้เองกระมัง   ที่หล่อหลอมให้ฉันมีนิสัยรักการอ่าน  รักการเขียนอย่างยั่งยืน  มาจนถึงปัจจุบัน

 

 

 

 

 

                  เมื่อมาถึงวันนี้  วันที่มีกระดาษให้ใช้ได้อย่างเหลือเฟือ   แต่ฉันกลับไม่กล้าใช้     ฉันพยายามทุกวิถีทางที่จะใช้กระดาษให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด    ฉันนำกระดาษที่ใช้แล้วด้านหนึ่งกลับมาใช้ใหม่โดยให้นักเรียนใช้ทำเป็นใบกิจกรรม  แล้วจึงนำไปเป็นกระดาษห่อของ   หรืองานประดิษฐ์  งานฝีมืออื่นๆ ท้ายสุดจริงๆจึงจะขายเป็นเศษวัสดุ  เพื่อให้เขานำไปรีไซเคิล สมัยที่เปิดสอนชมรมปลุกฝันหรรษา     ฉันจะให้นักเรียนไปดึงกระดาษสมุดหน้าที่ยังไม่ได้เขียนจากสมุดเก่าที่ใช้แล้วออกมาทำเป็น  “สมุดหนึ่งเดียวในโลก” (ตั้งชื่อให้เก๋ไก๋เรียกร้องความสนใจจากผู้เรียน)  มาเย็บเข้าเล่มทำหน้าปกใหม่  ตกแต่ง  ใส่ลวดลายระบายสีตามมุม  เขียนคำคมด้วยปากกานานาสีตัวเล็กๆ  เน้นศิลปะ  ความสวยงาม   แล้วนำไปเป็นของขวัญเนื่องในโอกาสต่างๆ   หรือเก็บไว้ใช้เอง

                  วันนี้  …. วันที่ฉันขอขอบคุณเทคโนโลยีในโลกปัจจุบัน     ขอบคุณความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์ที่สนองตอบความต้องการของฉันได้ทุกอย่าง  ฉันได้เขียนตัวอักษรภาษาไทยที่ฉันรัก  ได้ถ่ายทอดอารมณ์  ความรู้สึกนึกคิด  ได้เขียนเรื่องราวดีๆ ที่อยากเขียน   ได้มีโอกาสให้คนที่ฉันรักทุกคนได้อ่านสิ่งที่ฉันเขียน   ฉันสามารถเก็บรักษาทุกเรื่องราวได้เป็นอย่างดี    อยากอ่านเมื่อไรก็ได้อ่าน    ที่สำคัญฉันลดการใช้กระดาษลงไปได้อย่างมากมาย   สามารถสื่อสารกับทุกคนได้อย่างสะดวกรวดเร็ว    (ขอขอบคุณบล็อก  Gotoknow ด้วยค่ะ )

                วันนี้  …..   เมื่อไรที่เห็นการใช้กระดาษอย่างไม่รู้ค่า  หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์  ฉันใจหาย  ….   อนาคตข้างหน้า  กระดาษก็คงใกล้เคียงกระดานชนวน   แน่นอน …. สิ่งใดที่ล้าสมัยย่อมถูกพัฒนาให้เกิดสิ่งใหม่ที่ดีกว่า …   

                วันนี้ …..  วันที่ฉันคิดถึงกระดานชนวนมาก  ฉันจึงพยายามสืบเสาะหากระดานชนวน  ครั้งแรกก็ถามเพื่อนครูที่วัยใกล้เคียงกับฉันในโรงเรียน   ไม่มีใครมีเลย   ต่อไปฉันก็โทร.หาพี่ๆ   ที่เกษียณไปแล้ว  ไม่มีตามเคย   ตามหาตามแหล่งที่เคยเห็นวางขาย  เช่นที่ ตลาดจตุจักร  ตลาดมีนบุรี  เมืองโบราณ  ก็ไม่ได้ผล     สุดท้ายเปิดหาในอินเทอร์เน็ต  แล้วโทรศัพท์สั่ง  น้องคนขายใจดีมาก  นำมาส่งให้ถึงโรงเรียน   ราคาแผ่นละ  100   บาท ไม่คิดค่าส่งเพิ่มสักบาทเดียว   ฉันตั้งใจเอาว่าจะเก็บไว้จัดนิทรรศการงานสัปดาห์ห้องสมุด  และจะโทรสั่งเพิ่มอีก  5  แผ่นสำหรับเก็บไว้ให้เป็นของขวัญให้หลาน 5  คน เมื่อเขาโตพอจะขีดเขียนได้  ฉันยังนึกสภาพไม่ออกว่าหลานๆ จะมีอาการอย่างไรกับกระดานชนวนของขวัญของป้า  ….    

 

                                   “  รู้แต่ว่ามันมีคุณค่าทางจิตใจสำหรับฉัน…..  รักเธอจังกระดานชนวน”

 

 

                                                                     อัมพร   ทานประสิทธิ์

                                                            จันทร์ที่     11    เมษายน     2554