ยืนนิ่งท่ามกลางสายน้ำที่เชี่ยวกราด…พร้อมกับบทสรุปของธรรมชาติที่มอบให้ไว้เตือนใจ

 

           ปลายเดือนมีนาคม พ.ศ.2554 ฤดูฝนมาเยือนอย่างไม่เคยคาดคิดมาก่อน ภาวะอากาศที่มัวมัว..เม็ดฝนมรสุมกระจายเต็มท้องฟ้า ตกโปรยปราย..เป็นสาย ไม่ขาดระยะ  มีปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมามากมายยิ่งกว่าช่วงมรสุมตามฤดูกาลเสียอีก  นอนฟังเสียงน้ำฝนที่ตกตลอดทั้งคืน  หลับบ้าง..ตื่นบ้าง ย่องไปในสวนดูความเคลื่อนไหวของสายน้ำเป็นช่วง ๆ  พร้อมกับประเมินความความน่าจะเป็นของสายน้ำและความเชี่ยวที่ถาโถมเข้าใส่บ่อปลาในสวนหลังบ้าน  

 

 

 

           ก่อนมรสุมเข้า คาดการณ์ด้วยจิตสำนึกว่า…ฝนหน้าแล้งมีหรือจะสู้หน้าฝนได้  ก้มลงจัดการกับวัตถุดิบเล็ก ๆ ที่ทำกั้นบ่อปลาไว้  เพราะหน้าฝนที่ผ่านมาบรรลุวัตถุประสงค์ในการดักและต้านสายน้ำที่ท่วมเอ่อบริเวณบ่อปลานี้เอาไว้ได้    คิดทบทวนในใจว่า..หลังจากผ่านมรสุมก้อนนี้ไป จะบูรณะบ่อปลาใหม่ให้ต้านกระแสน้ำที่เอ่อล้นบ่อยามหน้าฝนให้แข็งแรงขึ้น  ด้วยการปักเสาซีเมนต์ขนาดเล็ก ความสูงประมาณอก ไว้รอบบ่อ พร้อมกับการขึงตาข่ายตาเล็ก ที่กั้นไม่ให้ปลาที่เลี้ยงไว้ออกไป หากมีปริมาณน้ำฝนมากพอและเอ่อล้นบ่อปลา  สายน้ำที่พัดผ่านมา.. ก็จะได้ผ่านไปโดยไม่มีปลาที่เลี้ยงหลุดลอยไปกับกระแสน้ำ

 

 

 

           มาวันนี้ ฝนจะยังคงตกต่อไปอีกเป็นวันที่ 5 แล้ว …คิดในใจด้วยความรู้สึกว่า…ฤาจะเป็นวันวิกฤตของโลกใบนี้ เสียแล้ว….ครึ่งหนึ่งของชีวิต…ที่ได้ พบเจอ ….ความแปลกแยกของธรรมชาติไปพร้อมกับใจของตัวเอง …หรือว่าเราทำร้ายธรรมชาติมาเกินพอเสียแล้ว.. วันนี้บทเรียนชีวิตจากธรรมชาติราคาแพงจึงได้สั่งสอนเรา ให้เราตระหนักบ้าง

 

 

 

ยืนนิ่งท่ามกลางสายน้ำที่เชี่ยวกราด…

พร้อมกับบทสรุปของธรรมชาติที่มอบให้ไว้เตือนใจ