สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยถึงผลทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (โอเน็ต) ของนักเรียน ป.6 และ ม.3 ปีการศึกษา 2553 ว่า คะแนนเฉลี่ยวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียน ป.6 และ ม.3 ได้ค่อนข้างต่ำ ในฐานะครูเราต้องปรับการเรียนเปลี่ยนแนวการสอนกันอย่างไร

        นายสัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยถึงผลทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (โอเน็ต) ของนักเรียน ป.6 และ ม.3 ปีการศึกษา 2553 ว่า คะแนนเฉลี่ยวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียน ป.6 และ ม.3 ได้ค่อนข้างต่ำ โดย ป.6 เฉลี่ย 20.99 คะแนน ส่วน ม.3 เฉลี่ย 16.19 คะแนน
        ส่วนช่วงคะแนนของนักเรียน ม.3 มีดังนี้
ภาษาไทย 0 คะแนน มี 505 คน คะแนน 90.01-100.00 มี 41 คน
สังคมศึกษา 0 คะแนน 2,129 คน คะแนน 90.01-100.00 มี 741 คน
ภาษาอังกฤษ 0 คะแนน มี 68,180 คน คะแนน 90.01-100.00 มี 2,126 คน
คณิตศาสตร์ 0 คะแนน มี 4,031 คน คะแนน 90.01-100.00 มี 980 คน
วิทยาศาสตร์ 0 คะแนน มี 5,402 คน คะแนน 90.01-100.00 มี 612 คน
สุขศึกษา 0 คะแนน มี 522 คน คะแนน 90.01-100.00 มี 52,985 คน
ศิลปะ 0 คะแนน มี 74,337 คน คะแนน 90.01-100.00 มี 153 คน
การงานอาชีพฯ 0 คะแนน มี 12,321 คน คะแนน 90.01-100.00 มี 816 คน
        ส่วนคะแนนเฉลี่ย โอเน็ต ม.3 มีดังนี้ ภาษาไทย เฉลี่ย 42.80, สังคมศึกษา 40.85, ภาษาอังกฤษ 16.19, คณิตศาสตร์ 24.18, วิทยาศาสตร์ 29.17, สุขศึกษา 71.97, ศิลปะ 28.48, การงาน 47.07 ดังแสดงด้วยแผนภูมิต่อไปนี้

        ในฐานะครูสอนเคมีก็ต้องบอกว่า จากผลคะแนนงานหนักอีกแล้วละพวกเรา  การจะทำให้เด็กรักและสนใจในวิทยาศาสตร์ต้องอาศัยเทคนิคและขั้นตอนที่หลากหลาย  ซึ่งครูต้องทุ่มเทและใช้ระยะเวลาพอสมควรในการสร้างพื้นฐาน แต่หากทำตรงนี้ได้สำเร็จจะพบว่า การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของเด็กๆ จะมีปัญหาหรืออุปสรรคลดลง และปัญหาที่ครูวิทยาศาสตร์จะพบเป็นคู่แฝดคือ ถ้าเด็กๆไม่ชอบคณิตศาสตร์ก็จะมีผลกระทบมายังวิทยาศาสตร์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นในห้องเรียนบ่อยครั้งที่ครูวิทยาศาสตร์ต้องสวมบทบาทครูคณิตศาสตร์กันก่อนจะมาเติมเต็มความรู้ทางวิทยาศาสตร์  หลายๆครั้งที่ครูนกจะพูดคุยกับเพื่อนครูที่สอนวิทยาศาสตร์ระดับม.ต้นคือ เนื้อหาที่ครูสอนๆ กัน มากเกินไปหรือไม่ เด็กอาจจะไม่พร้อมที่รับเนื้อหาหนักเช่น ค่อยท่องตารางธาตุมาแล้วในระดับ ม.2 เมื่อมาเรียนระดับม.ปลาย ยังเขียนธาตุโคบอลต์เป็น CO แทนที่จะเป็น Co หรือยังแยกไม่ออกว่าสารประกอบกับสารละลายต่างกันอย่างไร  หรือจะทดสอบความเป็นกรด-เบส ใช้กระดาษลิตมัสทั้งแผ่นจุ่มไปในบีกเกอร์ของสาร อยากเห็นอะไรที่เป็นไปตามวัย และอย่างกังวลว่าเด็กๆจะสู้เนื้อหากับข้อสอบไม่ได้ ถ้าเราสอนพื้นฐานเขาดี ทักษะลีลาเขาจะเกิดเองตามจังหวะและเวลาที่เอื้ออำนวย
        ถ้ามองภาพรวมจากคะแนนเฉลี่ยกระทรวงสาธารณะสุขก็น่าจะสบายใจเด็กไทยเข้าใจสุขศึกษาเป็นอย่างดี  การสูบบุหรี่ในวัยเด็กจะลด ปัญหาโรคอ้วนจะคลี่คลาย  การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรก็ควรจะลดลงด้วย  ถ้าคะแนนเหล่านี้เชื่อมโยงกับการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันของเด็กๆ
        คิดไปคิดมาคะแนนจะเป็นอย่างไรครูนกและเพื่อนครูท่านอื่นๆ คงมีเป้าหมายแบบเดิมคือ ทำอย่างไร สอนอย่างไรให้เขาคิดเป็น แก้ปัญหาเป็น ประสบความสำเร็จในชีวิตในภายภาคหน้านั่นคือภาระหน้าที่ของคนเป็นครู