ดึกสงัดคืนนั้น ผมนั่งหลับอยู่หลังพวงมาลัยรถปิคอัพคู่ชีพ หน้าสถานีรถไฟเด่นชัย จ.แพร่ เพื่อรอรับอาจารย์ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่จะเดินทางมาพร้อมกับลูกศิษย์อีกท่านหนึ่ง เพื่อจัดประชุมที่ผมช่วยประสานงานการประชุมให้ ณ วัดแห่งหนึ่ง ใน จ.แพร่ ในวันรุ่งขึ้น

     ตอนนั้นผมลาสิกขาออกมาไม่นานนัก และยังช่วยงานเครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาภาคเหนืออยู่

     ผู้ติดตามอาจารย์มาในคราวนั้น ซึ่งต่อมาได้กลายมาเป็นกัลยาณมิตรคนสำคัญของผม และมีอิทธิพลต่อผมทั้งในแง่การค้นพบตัวเอง การกระตุ้นและตอกย้ำให้ยืนหยัดความเป็นตัวเอง รวมทั้งการพัฒนาขีดความสามารถตัวเองในหลายด้าน

     อาจารย์หน่อง หรือ อาจารย์เธียรชัย อิศรเดช คือผู้ติดตามอาจารย์ผู้ใหญ่ท่านั้น ผู้ที่ผมจะกล่าวถึงในบันทึกนี้

     หลังสิ้นสุดการประชุมในคราวนั้น ผมก็รู้จักและสนิทสนมกับ อ.หน่อง มากขึ้น และหลังจากที่ผมเข้าไปเป็นหนึ่งในคณะกรรมการโครงการฯ ที่ อ.หน่อง เป็นหัวหน้าโครงการฯ ความสนิทสนมก็ทวีเพิ่มมากขึ้น ด้วยทั้ง อ.หน่อง และผม มีบางอย่างที่ใกล้เคียงกัน รวมทั้งยังมีบางแง่มุมที่ต่างฝ่ายต่างเติมเต็มให้แก่กัน

     ช่วงที่ทำงานด้วยกันนั้น ผมพา อ.หน่อง เดินทางไปเยี่ยมเยียนตามหมู่บ้านต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคเหนือหลายแห่ง ในแต่ละคราวได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันต่อเนื่องค่อนข้างยาวนาน ซึ่งเป็นโอกาสในการพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน ผมก็ได้ใช้โอกาสนี้เรียนรู้หลายเรื่องราวจาก อ.หน่อง โดยเฉพาะทักษะและขีดความสามารถในการขีดการเขียน นอกจากนั้น อ.หน่องยังได้ช่วยยืนยันตัวตนของผมให้ชัดเจนขึ้น และให้กำลังใจให้ผมก้าวเดินไปบนเส้นทางนั้นด้วยความมั่นใจยิ่งขึ้น

     อ.หน่อง รู้จักและสนิทสนมกับ อ.กวาง หญิงสาวของผมก่อนหน้านั้นเนื่องจากเรียนปริญญาโทมาด้วยกัน ในหลายการเดินทางจึงมี อ.กวาง ร่วมเดินทางไปด้วย ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นและช่วยตอกย้ำการสานความสัมพันธ์ระหว่างผมกับ อ.กวาง

     อ.หน่อง สอนหนังสืออยู่ที่คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งสอนที่นี่มากว่า ๒๐ ปีแล้ว มีลูกศิษย์ลูกหาจำนวนไม่น้อย

     อ.หน่อง เคยเป็นนักแสดง ซึ่งได้แสดงนำในละครหลายเรื่อง นอกจากการแสดงแล้ว อ.หน่องยังมีความสามรรถในการเขียนบทโทรทัศน์และภาพยนตร์ และมีผลงานเหล่านี้สู่สาธารณะอีกด้วย

     สำหรับความสามารถในการเขียนนั้น ต้องกล่าวว่า อ.หน่อง เป็นนักเขียนที่ฝีมือฉกาจฉกรรจ์ทีเดียว เคยเป็นนักเขียนประจำคอลัมน์ในนิตยสารหลายฉบับ งานเขียน อ.หน่อง แต่ละชิ้นถือว่าไม่ธรรมดา แม้ว่าจะอ่านง่ายและสนุก แต่ก็มีแง่คิดคม ๆ แฝงอยู่ในงานเขียนอยู่เสมอ คุณสมบัติข้อนี้ของ อ.หน่อง เป็นความใฝ่ฝันประการสำคัญของผม

     อ.หน่อง เป็นผู้ที่สนใจงานทางด้านวัฒนธรรมค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมพื้นบ้านหรือวัฒนธรรมแบบป็อบ สามารถเขียนถึงและวิจารณ์ทั้งสองส่วนได้อย่างน่าสนใจ

     อ.หน่อง เป็นผู้ที่หลงไหลในธรรมชาติมาก การเดินทางไปกับผมไปตามหมู่บ้านในพื้นที่ห่างไกล ที่มีธรรมชาติงดงามและอุดมสมบูรณ์จึงเป็นการเติมเต็มให้กับชีวิตให้ ความหลงไหลในธรรมชาตินอกจากการเดินทางออกไปชื่นชมตามสถานที่ต่าง ๆ แล้ว อ.หน่อง ยังแสดงออกด้วยการปลูกต้นไม้ ด้วย อ.หน่อง ผปลุกต้นไม้จำนวนมาทั้งในพื้นที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่พัก ในมหาวิทยาลัย และที่ว่างต่าง ๆ ที่จะสามารถปลูกได้

     ทุกวันนี้ ผมกับ อ.หน่อง ยังติดต่อสื่อสารกันอยู่ ยังหาโอกาสเดินทางไปท่องเที่ยวด้วยกันอยู่เป็นระยะ ทุกครั้งที่ได้พบปะพูดคุยก็ทำให้รอยหยักในสมองของผมเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย