คนถามอาจจะถามแบบสนุก แต่เชื่อผมเถอะในใจก็มีส่วนคิดแบบนั้นอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย เพราะผมเองก็เคยคิดเช่นนั้นเหมือนกัน
จากที่ได้เขียนเรื่อง "มีเวลาว่างมากนักเหรอถึงมานั่งเขียน GotoKnow" (http://gotoknow.org/blog/kidkom/429832) ไปครั้งแรก และมีคนเข้ามาให้ความเห็นพอสมควร เลยทำให้ต้องมาเขียนต่อตอนที่ ๒ จริงๆ แล้วแรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องนี้ เกิดจากการอ่านหนังสือของคุณประภาส ชลศรานนท์ ที่ได้บอกไป บวกกับได้ยินคนพูดถึงว่าผมมีเวลาว่างมาหรือเปล่า แล้วส่งต่อข้อความผ่านอีกคนมา (สรุปคือไม่ได้ยินกับหูตัวเองจริง) คนถามอาจจะถามแบบสนุก แต่เชื่อผมเถอะในใจก็มีส่วนคิดแบบนั้นอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย เพราะผมเองก็เคยคิดเช่นนั้นเหมือนกัน ในสมัยที่ผมยังไม่ค่อยชอบเขียนเท่าไหร่ แล้วเห็นคนที่ชอบบันทึกเรื่องราวต่างๆ ในไดอารี่ ผมก็มักจะคิดเช่นนั้นเหมือนกันคือ "สงสัยว่างมาก" อะไรทำให้ผมคิดเช่นนั้น ผมเลยลองวิเคราะห์ตัวเองดู ซึ่งอาจจะตรงกับหลายๆ ท่าน
๑) ตอนเด็กๆ อยู่กับครอบครัวใหญ่ มีผู้เฒ่าผู้แก่ให้คำตอบเสมอ เวลาต้องการรู้เรื่องต่างๆ ผมจึงไม่จำเป็นต้องจดอะไรไว้ อยากรู้เมื่อไหร่ก็ถาม (โดยไม่ได้คิดว่า ไม่มีใครอยู่ให้เราถามได้ตลอดชีวิต)
๒) ผมมองว่าการจดบันทึกคือการจดเรื่องราวส่วนตัวในอดีต ผมเป็นคนไม่ชอบอยู่กับอดีตเลยไม่ยากบันทึกอะไรเก็บไว้ ตรงนี้ไม่แน่ใจว่าเป็นอิทธิพลมาจากศาสนาพุทธหรือเปล่า
๓) ผมมองว่าการไปนั่งเขียนอะไรก็ตาม ทำให้เสียเวลา (ไม่รู้จะเอาเวลาไปไหนเยอะ เพราะปัจจุบันเมื่อหันมาเขียน เวลาก็ยังคงเท่าเดิม)
๔) อันนี้ไม่อยากบอก แต่ก็บอกซะหน่อย คือ ระบบการศึกษาสมัยผมไม่ได้สนับสนุนให้มีการเขียนเท่าที่ควร มักสอนแต่ใจท่องจำ คนที่เขียนได้ดี ส่งประกวดได้ ส่วนใหญ่ก็เป็นความสามารถเฉพาะตัว บวกกับยิ่งเก่งครูยิ่งชอบ และได้การสนับสนุนส่งเสริมจากครู ส่วนคนที่เขียนไม่ได้ เขียนไม่เก่ง ก็ไม่ได้ถูกพัฒนาให้ดีขึ้นแต่ประการใด (แต่ก็แปลกนะครับ ตอนเด็กๆ ผมมักถูกให้เขียนเรียงความส่งประกวดบ่อยๆ ทั้งๆ ที่ไม่ค่อยชอบเขียน อาจเป็นสัญญาติดตัวมา)
เวลาผ่านไปอะไรก็เปลี่ยนแปลงได้ (บางคนชอบคิดว่าไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงฉันได้) ผมมาเริ่มชอบเขียนตอนที่จบมาทำงานใหม่ๆ แล้วเป็นอาจารย์สอนหนังสือ (ก็เกือบๆ ๑๕ ปีมาแล้ว) ตอนนั้นผมทำเว็บขึ้นมาเว็บหนึ่งเพื่อใช้ตอบปัญหาต่างๆ ในเรื่องสุขภาพ มีคนเข้ามาถามคำถามเป็นระยะๆ (ต้องบอกว่าสมัยนั้นเว็บไซต์มีไม่มากเหมือนปัจจุบัน) บางครั้งผมก็นำข้อคำถามเหล่านั้นมาสรุปเป็นบทความบ้าง และพยายามหาบทความของต่างประเทศมาแปลและเขียนให้อ่านกันบ้าง ผมเริ่มสนุกกับมันและความสุขของผมเพียงแค่มีคนเข้ามาอ่านเท่านั้น แต่ผมเห็นและได้รับประโยชน์จากการเขียนมากมาย อาจเรียกได้ว่าทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไปเลยก็ได้ หากสนใจจะพยายามนำมาเขียนต่อครับ จากเหตุผลของผม ใครที่เคยคิดแบบผม หมายถึง เคยไม่ชอบเขียนมาก่อน (ปัจจุบันคงชอบแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่มาอ่าน GotoKnow) เคยมีเหตุผลที่ต่างไปจากผมหรือเปล่า ลองมาแลกเปลี่ยนกันนะครับ
บันทึกความทรงจำซะหน่อย วันนี้เป็นวันเกิด (6 ขวบ) เจ้าคนโตของผมครับ

สวัสดีค่ะ
บันทึกความทรงจำอันเป็นแก่นของนักพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์
ในอดีตมวลความรู้เพิ่มเป็น 2 เท่าในทุกสิบปี.. ปัจจุบันมวลความรู้ เพิ่มเป็น 2 เท่าในทุก 1 ปี.. ผู้เขียนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขยายตัวของมวลความรู้ !!
ผมผ่านมา จากคำค้น KM มาเจอตรงนี้ได้ไงก็ไม่รู้ครับ..
ขอให้มีความสุขกันทั่วหน้าครับ !!
สวัวดีครับ ครูคิม
สวัสดีค่ะ คุณคิดคม
ลีลาการเล่าเรื่องชวนอ่านมากมาย ไม่น่าเชื่อว่าจะไม่ชอบเขียนนะคะ ^_^
ฝาก Happy Birthday น้องด้วยนะคะ
Happy Birthday หลานสาวด้วย (ไม่ว่างแต่รักการเขียนจึงต้องแวะเวียนมาเขียนอ่าน)
มาให้กำลังใจในการเขียนบล็อก..และมอบดอกไม้สุขสันต์วันเกิดสาวน้อยน่ารักค่ะ..
สวัสดีครับ อ.ขจิต
สวัสดีครับคุณ
โหน่ง สคส. ไม่ได้เจอกันเลยนะครับ สบายดีนะครับ
ขอบคุณค่ะ มีหลายต่อหลายคนที่ยังไม่เข้าใจถึงประโยชน์ของการเขียนค่ะ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการเขียนบล็อก
ขอบคุณสำหรับบันทึกของอาจารย์ค่ะ
สวัสดีครับ ดร. จันทวรรณ ปิยะวัฒน์ ต้องขอบคุณเหมือนกันครับที่สร้างสรรค์เว็บดีๆ แบบนี้
"คิดคม เขียนคม
เข้ามาชมความคิด
ถ้าขาดลิขิต คงหมดสิทธิ์ที่จะชม"
ขอบคุณครับ