ชุมชนเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิตไปหมดอย่างสิ้นเชิง แต่โรงเรียนยังคงรักษาสภาพเดิมไว้ได้

        เมื่อวันศุกร์ ครูดาหลามีโอกาสไปคุมสอบโรงเรียนในเครือข่าย ...โรงเรียนวัดฮ่องกอม่วง    ไม่ได้มาโรงเรียนนี้หลายปี  จำได้ว่าก่อนจะถึงโรงเรียนต้องขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านทุ่งนาจะมองเห็นวัดและอาคารเรียนเป็นที่หมาย  เดี๋ยวนี้ทุ่งนาเปลี่ยนเป็นร้านค้าไปหมดทั้งสองฟากถนน จำไม่ได้ว่าบริเวณโรงเรียนอยู่ตรงไหน  ขับรถเลยโรงเรียนไป  พอรู้ตัวก็ถอยรถกลับมา    ความแตกต่างที่เห็นชัดเจนระหว่างชุมชนกับโรงเรียนคือชุมชนเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิตไปหมดอย่างสิ้นเชิง ชาวบ้านเลิกอาชีพทำนาไปหมดแล้ว 

           โรงเรียนยังคงรักษาสภาพเดิมไว้ได้  ต้นไม้นานาชนิดยังมีที่ให้มันแผ่กิ่งก้านสาขาได้  กลายเป็นความประทับใจที่ได้อยู่กับสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ  ตลอดเวลามีเสียงนกนาๆชนิดส่งเสียงร้องไพเราะอยู่บนยอดไม้  คลองที่ตัดผ่านกลางโรงเรียนที่เป็นจุดด้อยเพราะในฤดูฝนทำให้น้ำท่วมทุกปี  แต่เดี๋ยวนี้กลายเป็นเสน่ห์ที่หาไม่ได้อีกแล้ว    อาคารเรียนมัธยมอยู่ด้านหน้า เมื่อถึงเวลาพักนักเรียนเดินมาตามถนนและหยุดคุยกันบนสะพานเล็กๆชี้ชวนกันดูอะไรบางอย่างในน้ำ...  นักเรียนชั้นเล็กๆออกมาเล่นกันใต้ต้นไม้ที่มีใบร่วงผล็อยๆอย่างสงบเงียบ  ขณะที่ผีเสื้อก็บินว่อนกันทั่วไป  

       โชคดีของเด็กที่มีโอกาสได้เรียนในโรงเรียนที่อยู่กับธรรมชาติ ต้นไม้ ดอกไม้ เสียงนก ผีเสื้อ  ทำให้หล่อหลอมจิตใจให้รักสงบ เรียบร้อย    นักเรียนหญิงมัธยมเอามะขามหวานใส่จานมาให้ชิม คงจะเป็นผลผลิตจากต้นมะขามในโรงเรียนแน่ๆ...

                                 

   นักเรียนชั้นประถมที่ออกมาเล่นเงียบๆอยู่ใต้ต้นไม้

         

         ดอกแคแสดหน้าอาคารประถม

                      

               ชวนชมในกระถางริมทางเดิน

          

               มะขามหวานที่นักเรียนนำมาให้ชิม

                  ครูดาหลาบอกกับนักเรียนว่า

            โรงเรียนของหนูน่าอยู่มาก