ครูแห่งชีวิต

วันนี้ คงเป็นหนึ่งในจำนวนวันที่ไม่บ่อยนัก  ที่เข้ามาขีดเขียนเรื่องราวใดๆ ในบันทึกนี้  

จากอะไร  เหนื่อยล้า  ขี้เกียจ ไม่มีเรื่องราวดีๆมาเล่า หรืออะไร  ไม่รุ้

เมื่อตอนกลางวันได้โทรศัพท์  ฝากเพื่อน นำเงิน ๑,๒๐๐ บาท สบทบกองทุนช่วยเหลือ

ผู้ป่วยมะเร็ง ของ รพ.ศูนย์ ราชบุรี

(เหตุที่ได้มีโอกาสรับรุ้ถึงกองทุนนี้ ฯ  เพราะมีลูกน้องเก่ามารับผิดชอบกองทุน ฯ )

ช่วง หลังนี้ เรามีโอกาสดีๆ ที่ได้มีส่วนร่วมในการทำบุญ ทำทาน  ตาม กำลังทรัพย์เสมอๆ

ไม่ได้คาดหวังกับการได้รับผลบุญจากการกระทำใดๆ   แต่คงเป็นเพราะเวลา ที่ผ่าน มา

และผ่านไป กับช่วงของชีวิตที่เหลืออยู่ ไม่ได้มากพอที่จะทำให้เราเฉยเมยกับโอกาส

ที่เดินเข้ามาถึง   หรืออาจเพราะเราได้ใช้ชีวิต กับการเป็นผู้รับมานานพอแล้ว

โอกาสของการเป็นผู้ให้จึงได้เดินเข้ามาอย่างมีความสุข

 มีโอกาสได้วางระบบการดูแลผู้ป่วยเรื้อรังที่เป็นผู้ป่วยอัมพาต ผู้ป่วยช่วยเหลือตนเองไม่ได้ 

 ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัวอยู่บ้างส่วนหนึ่ง   ผู้ป่วยเหล่านี้ เป็นอีกส่วนหนึ่งที่เราได้มีโอกาสเป็นผู้ให้

 แม้ไม่มากนัก

( แอ๋ว เป็นหญิงสาวร่างเล็ก  ประสบอุบัติเหตุ จากรถมอเตอร์ไซด์ เมื่อหลายปีก่อน 

ช่วยเหลือตนเองไม่ได้  ถามตอบคล้ายจะรู้เรื่องบ้างเล็กน้อย   สามารถนั่งรถเข็น

ได้บ้าง  แต่ต้องมีคนคอยพยุงอยู่ตลอดเวลา     เป็นคนไข้ที่เราได้ส่งน้องนวดแผนไทย

ไปช่วยฟื้นฟูสภาพ  เพื่อไม่ให้ข้อติด  และป้องกล้ามเนื้อลีบ   มีโอกาสได้แวะไปเยี่ยมเยียน

บ้าง  ฝากแพมเพิสไปบ้างตามแต่โอกาส   แอ๋ว เป็นอีกหนึ่ง ครูแห่งชีวิตที่ทำให้เราได้เรียนรู้

ถึงการเดินทางของคำว่าชีวิต  แอ๋วอยู่ต่อไปในโลกใบนี้อีกนานเท่าไร  ไม่มีใครรู้  แต่แอ๋ว

ไม่เคยมีโอกาสที่จะได้บอกใครสักคน  ว่า เธอจะมีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้เพื่อใคร และ เพื่ออะไร

ในขณะที่คนกลุ่มหนึ่งกำลังตั้งคำถาม และหาโอกาสสำหรับคำตอบให้กับชีวิตมากมาย

มีเงินอยากได้เงินเพิ่ม มีบ้านอยากได้บ้านเพิ่ม มีรถ อยากได้รถคันใหม่เพิ่ม  มีหน้าที่การงาน

อยากได้ความก้าวหน้าที่ยิ่งกว่า  แม้ว่าเรื่องราวมากมายเหล่านั้น จะได้มาซึ่งความยาก

ลำบากเพียงใด  หากเราจะมีแอ๋วเป็นส่วนหนึ่งของการสมดุลชีวิต   ความไม่มีของแอ๋ว  จะ

เป็นจุดเริ่มต้นของการทบทวน เพื่อหาความลงตัวของความเพียงพอของชีวิตอีกแง่มุมหนึ่ง

ของสังคม  แห่งความต้องการ บนโลกมายา