มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม

   สวัสดีครับท่านผู้อ่าน  เมื่อเย็นสามวันก่อนผมได้ไปออกกำลังกายกับ อาจารย์ขจิต ฝอยทอง ท่านได้เป็นไกด์นำออกกำลังกายทัวร์มหาวิทยาลัย  โดยที่ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าภายในเนื้อที่เกือบ 8,000 ไร่ ของวิทยาเขตกำแพงแสนมีอะไรบ้าง (2 ปีกับการเรียนที่นี่)

   ดังนั้นวันนี้ผมเลยปั่นจักรยานจากหอพักนิสิตคนเดียวเพื่อไปออกกำลังกายตะลุยธรรมชาติ  เริ่มต้นจากหมู่บ้านกิจกรรมนิสิตมาจนฟาร์มทดลองของนิสิตคณะเกษตร

               

ฟาร์มนิสิตคณะเกษตร กำแพงแสน

    ผมได้โทรหา อ.ขจิต และ กล้วยไข่ เพื่อที่จะถามว่าตอนนี้ปั่นจักรยานอยู่แถวไหนจะได้ตามไป แต่สองคนนั้นเค้าจะหนีผมอ่ะครับ (ฮือ ๆ ถูกทิ้ง) ผมก็เลยปั่นไปตามทางด้านหลังหอพักซึ่งส่วนมากจะเป็นแปลงสาธิตและศูนย์วิจัยการเกษตร

                          

ถนนเส้นนี้เงียบมาก ๆ

    ผมก็ปั่นไปเรื่อย ๆ (มั่วกันไปว่าอย่างนั้นล่ะกันครับ) ก็สังเกตและดูสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เช่น แปลงทดลองต่าง ๆ ตอนแรกที่ผมมาเรียนผมเคยคิดว่า "เนื้อที่ตั้งเกือบ 8 พันไร่ ทำไมไม่แบ่งเนื้อที่ทดลองให้เยอะ ๆ ไปเลย เช่น ไร่อ้้อย, นาข้าว, สวนผัก เป็นต้น" ในความเป็นจริงแล้วทางมหาวิทยาลัยเขาทำกันมาตั้งนานแล้ว ผมนี่เองที่ไม่เคยไปดูสิ่งรอบ ๆ ตัวเอง เพราะเวลาที่ผ่านมาประมาณ 2 ปี ได้แต่ไปเรียนและกลับหอ (ไม่ออกนอกลู่นอกทางครับ) จนวันนี้ก็ได้เห็น

                 

แปลงทดลองปลูกพริก (ลงทุนมากครับ) 

    ผมนับถือในการทดลองที่ลงทุนขั้นนำมุ้งมาคลุมต้นพริก  เพื่อสังเกตและทดลองตามกระบวนการของผู้ทดลอง  เมื่อสามวันก่อนซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นโดย ดร.ขจิต พาไปนั้น ผมพูดขึ้นว่า "โห้! ลงทุนมากไปรึเปล่า ถึงขั้นนำมุ้งมาคลุมพริก" ท่าน อ.ขจิต บอกว่า "นี่ยังน้อยครับ มีอีกหลายอย่างที่เรายังไม่เคยเห็น" กล้วยไข่ก็ทำหน้ามึนงงกับอาการของผม (ฮา ๆ) กล้วยคงคิดว่าผมเหมือนกระต่ายตื่นตูม (ก๊าก ๆ )

                         

แปลงข้าวทดลอง

   ข้าวที่นี่งามมากครับ เหตุผลน่าจะมาจากความพร้อมของปัจจัยต่าง ๆ เช่น น้ำ, ปุ๋ยชีวภาพ เป็นต้น และพร้อมด้วยกระบวนการขั้นตอนในการปลูกที่ผ่านจากการวิจัยมาแล้ว จึงได้ผลผลิตที่งดงามเช่นนี้ครับ

                 

จุดประทับใจ (ตั้งใจมาตรงนี้โดยเฉพาะครับ)

   ในวันนี้มาพบ อ.ขจิต และ กล้วยไข่ โดยบังเอิญที่ศาลาริมน้ำครับ เรียกว่า "คาวบอยเขาใหญ่" น่าจะเป็นของนิสิตสาขาสัตวบาล คณะเกษตร กำแพงแสน เพราะเลยจากศาลานี้ไปจะเป็นฟาร์มกวาง  ผมชอบตรงจุดนี้มากเพราะเป็นจุดที่ชมนกและเห็นวิวทิวทัศน์ได้กว้างมาก เช่น ทุ่งนา, ไร่อ้อย, ที่เลี้ยงกวาง, ปลาในบ่อ (แต่ไม่ค่อยเห็นเท่าไรครับ)  ในรูปท่านจะเห็น อ.ขจิต และ กล้วยไข่ พักเหนื่อยจากการปั่นจักรยาน (หนีผม) แต่บังเอิญผมดันมาถึงศาลาก่อน (ฮา ๆ ) ขำ ขำ

                

สวนผักพื้นบ้าน

   จุดสุดท้ายของวันนี้ คือ สวนผักพื้นบ้าน อันที่จริงเจ้าหน้าที่เขาปิดประตูไปแล้ว แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของเรา 3 คน (นำทีมโดย อ.ขจิต และ กล้วยไข่,ผม) ดังนั้นเราจึงได้เข้าดูและศึกษาต้นไม้ต่าง ๆ ที่สามารถรับประทานได้ เช่น มะม่วงเบา (ผมไม่เคยรู้จักมาก่อนครับ), ขจร, เพกา, ผักหวานบ้าน, ผักแต้ว, ปลัง และมีต้นมะเขือยักษ์ ซึ่งต้นของมันใหญ่มากแต่ไม่สามารถรับประทานได้ และอื่น ๆ อีกมากมายครับ ท่านอาจารย์ขจิตคงจะนำมาลงให้ได้่อ่านในไม่ช้า เพราะผมไม่ค่อยได้ถ่ายภาพมาเลย

                       

ต้นตะลิงปลิง

   ในสวนผักพื้นบ้านนั้นผมพบต้นตะลิงปลิง ซึ่งผมและกล้วยไข่ชอบทานมาก ๆ ตั้งใจจะเด็ดกลัมาหอก็กลัวความผิด (เกือบขโมยแล้ว อิ อิ) ผลของมันดูเหมือนจะแค่ทานเพื่อความอร่อยแต่ก็มากด้วยสรรพคุณ เช่น แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ดับพิษร้อน ริดสีดวงทวาร คางทูม ไขข้ออักเสบ รักษาซิลิส โรคเก๊าต์ ใบแก้คัน ไขข้ออักเสบ ดอกแก้ไอ ผลแก้เสมหะ ฟอกโลหิต ลักปิดลักเปิด

                  

ฝากรูปสวย ๆ นะมุมดี ๆ

   เปิดเทอมหน้านี้คงต้องออกกำลังกายตะลุยธรรมชาติให้รู้ครบทั้งมหาวิทยาลัยให้ได้  เผื่อพาชาว Gotoknow มาทัวร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแสน กันบ้างนะครับ

ขอบคุณ

 http://news.sanook.com/scoop/scoop_273759.php  ข้อมูลต้นตะลิงปลิง