14 กลเม็ด  กู้วิกฤติโลกร้อน

ขณะที่ผู้คนทั่วโลกกำลังตื่นตัวอย่างหนักถึงปัญหาภาวะโลกร้อน  และเหล่าผู้นำโลกตั้งหน้าตั้งตาถกเถียงเครียดเพื่อหาทางรับมือกับวิกฤตการณ์ใหญ่จากโกลบอล  วอร์มิง  คุณเชื่อหรือไม่ว่าด้วยกลเม็ดง่ายและการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตเล็กๆน้อยๆประชากรโลกธรรมดาๆอย่างพวกเราก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะเรือนกระจก หรือกรีนเฮาล์เอฟเฟกต์ ได้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่านักวิทยาศาสตร์ผู้ปราดเปรื่อง

ในนิตยสารไทม์ฉบับล่าสุด  วันที่ 9 เมษายน 2007 มีการนำเสนอแนวทางการชะลอวิกฤตการณ์โลกร้อนฉบับประชาชนไว้อย่างน่าสนใจหลายประการ  เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมให้แพร่หลายไปทั่วโลก  โดยแต่ละไอเดียเป็นเรื่องจับต้องได้ใกล้ๆตัว  และสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตจริงไม่ยากจนเกินไป  ไอเดียในการพิทักษ์โลกให้รอดพ้นจากภาวะโลกร้อนมี 14 กลเม็ดที่สำคัญ  ดังนี้ 

     1.เปลี่ยนอาหารให้เป็นเชื้อเพลิง : ในระยะหลายปีมานี้ นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกคิดค้นหาวิธีผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพจากพืชพรรณธรรมชาติ  เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ทดแทนพลังงานจากน้ำมัน ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

     2.เปลี่ยนหลอดไฟใหม่เป็นแบบประหยัด : เป็นวิธีเซฟค่าไฟในบ้านที่ฮอตที่สุด ซึ่งโดยทั่วไปรูปร่างหน้าตาของหลอดไฟซีเอฟแอล ที่เรียกกันติดปากว่า หลอดไฟตะเกียบ ช่วยประหยัดไฟได้มากกว่าหลอดไฟธรรมดา 3 - 5 เท่า มีประสิทธิภาพไฮโซมาก แถมยังมีอายุการใช้งานนานกว่าหลายเท่าตัว

    3.จัดระเบียบการซักผ้าใหม่ : ถ้าอยากช่วยพิทักษ์โลกสีเขียวสามารถทำได้ง่ายๆด้วยการเปลี่ยนจากการซักผ้าด้วยน้ำอุ่นเป็นน้ำเย็น หรือไม่ก็รวบรวมเสื้อผ้าให้ได้ผ้ากองโตพอสมควรก่อนค่อยนำไปซักทีเดียว

    4.จัดบ้านใหม่ให้สอดคล้องกับหลักธรรมชาติ : ควรจัดบ้านให้สอดคล้องกับหลักธรรมชาติและทิศทางลม แทนที่จะพึ่งเทคโนโลยี  เพราะการใชชีวิตแบบเรียบง่ายช่วยเซฟพลังงานในบ้านได้ถึงร้อยละ 40

    5.ใส่เสื้อผ้ามือสองพิทักษ์โลก : ในนิตยสารไทม์  ระบุไว้ว่าเสื้อผ้ามือสองเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าเสื้อผ้าใหม่  เพราะช่วยหลีกเลี่ยงการใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลืองจากการผลิตและขนส่งอันเป็นสาเหตุให้เกิดการแพร่กระจายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปสู่ชั้นบรรยากาศ

    6.การจัดสรรให้พนักงานทำงานใกล้บ้านที่สุด : อีกหนึ่งวิธีเซฟเดอะเวิร์ลที่เวิร์กมากๆ  เพราะเป็นการช่วยประหยัดพลังงานในการเดินทางไปทำงาน

    7.ทิ้งบ้านหลังใหญ่แถบชานเมืองย้ายเข้ามาอยู่ในกรุงด๋วนจี้ : อย่างเมืองแมนฮัตตัน  โตเกียว   หรือลอนดอน  ส่วนใหญ่นิยมเดิน  ขี่จักรยาน  หรือไม่ก็ใช้บริการขนส่งมาลชน

    8.จ่ายบิลค่าใชจ่ายทางอินเทอร์เน็ต : สามารถช่วยกู้วิกฤตโลกร้อนได้อย่างมโหฬาร   ช่วยลดการใช้กระดาษซึ่งนำไปสู่การตัดไม้ทำลายป่าและยังช่วยลดความสิ้นเปลืองพลังงานจากการขนส่งกระดาษ  วิธีนี้นอกจากจะประหยัดเวลา และเงิน  นอกจากนี้ยังช่วยลดปริมาณขยะลงถึงปีละ 1,450 ล้านตัน  และจำกัดการแพร่กระจายของก๊าซกรีนเฮาส์ปีละ 1.9 ล้านตัน

     9.เปิดหน้าต่างรับลมแทนการเปิดแอร์ : วิธีนี้ง่ายและคนไทยคุ้นเคยกันดี  ผลการศึกษาของอเมริกาบ่งชี้ว่า  22.7  ตัน ของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่แพร่กระจายอยู่ในอากาศมาจากบ้านเรือนที่อยู่อาศัย

    10.ปิดคอมพิวเตอร์ทุกครั้งที่ไม่ได้ใช้ : การเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ไม่เพียงแต่จะเปลืองไฟยังก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม  ผู้เชี่ยวชาญด้านการประหยัดพลังงานยังแนะนำอีกว่าการปิดโดยใช้ปุ่มสแตนด์บายพาวเวอร์กินไฟในบ้านแบบไม่รู้ตัวถึง 75 %

     11.ปิดไฟทุกครั้งที่เสร็จงาน : ช่วยให้ประหยัดพลังงานได้หลายเท่าตัว ซึ่งเรื่องประหยัดไฟต้องยกให้ "สมเด็จพระบรมราชินีเอลิซเบธที่สองแห่งอังกฤษ" ทรงเป็นต้นแบบของโลก

     12.ระหว่างการขับรถ BMW กับการกินเบอร์เกอร์บิ๊กแมค : จากรายงานของนิตยสารไทม์  ระบุว่า อุตสาหกรรมผลิตเนื้อทั่วโลกก่อให้เกิดการแพร่กระจายก๊าซกรีนเฮาส์ในชั้นบรรยากาศมากถึงร้อยละ 18 

     13.ปฏิเสธถุงพลาสติก : ในแต่ละปีมีถงพลาสติกถูกผลิตออกสู่ตลาดมากกว่า 50,000  ล้านถุง และมีเพียงร้อยละ 3 ของถุงพลาสติกที่นำไปรีไซเคิลกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง  โดยถุงพลาสติกแต่ละใบต้องใช้เวลาถึง 1,000 ปีกว่าจะย่อยสลายหมดไปจากโลก

     14.ปลดเนกไท - ถอดสูททิ้ง : บริษัทใหญ่ๆในญี่ปุ่นเป็นผู้ริเริ่มการประหยัดพลังงานแนวใหม่ด้วยการไฟเขียวอนุญาตให้พนักงานใส่เสื้อยืดธรรมดาๆ  ทำให้สามารถลดการแพร่กระจายก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์สู่ชั้นบรรยากาศได้มากถึง 71,7000 ตัน

ที่มา :  หนังสือเตรียมรับมือภาวะโลกร้อนระเบิดเวลาที่รอวันปะทุ(ฉบับชาวบ้าน) ชมรมพิทักษ์โลก