เด็กชนบทหวังใจเรียนเพื่อจะได้เป็นเจ้าคนนายคนตามคำบอกของผู้เฒ่าแต่สุดท้ายชีวิตดั่งไถคันหัก

เอ้อไอ้น้อยเอ้ย......หมั่นเล่าหมั่นเรียนเนอ.....เจ้าจะได้เป็นเจ้าคนนายคน บ่ต้องมาทำไร่ไถนาให้เหนื่อยยาก....

ไอ่หน้อยเกิดในชนบทไม่ห่างตัวเมืองมากนัก เข้าเรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนในหมู่บ้าน พอจบชั้นประถมมีใจฝักใฝ่เรียนตามคำบอกของผู้เฒ่าผู้แก่ " ไอ้หน้อยเฮย..หมั่นร่ำเรียน..จะได้เป็นเจ้าคนนายคนบ่ต้องทำนาทำไร่ ให้เหนื่อยยากเหมือนพ่อแม่....

เมื่อจบชั้นประถมโรงเรียนบ้านนอก พ่อขายนาสองไร่เป็นทุนให้ไอ่หน้อยมาเรียนในตัวเมืองในชั้นมัธยม ไอ่หน้อยพยายามตั้งใจเรียน ตั้งใจใฝ่หาความรู้อย่างมุ่งมั่นไอ่หน้อยเรียนดีได้คะแนนดีเยี่ยม เป็นที่พอใจของพ่อแม่

พอสิ้นปีการศึกษาทุกปีแม่จะพาไอ่หน้อยไปเยี่ยมคุณตาที่ทำสวนเหมี้ยงสวนชาที่อยู่บนภูเขา  สวนเหมี้ยงสวนชาเป็นสวนของคุณตายายสืบมานานนับร้อยๆปี เพราะสมัยรัชกาลที่ห้าทรงปล่อยทาส คุณตาของแม่ไอ่หน้อยก็เป็นอิสระจากทาสแล้วพาครอบครัวขึ้นมาอยู่บนดอยสร้างสวนเหมี้ยงสวนชาเป็นอาชีพสุจริต ขายเหมี้ยงจนมีฐานะดีและมีแม่ของไอ้หน้อย และแม่ของไอ่หน้อยมาแต่งงานกับพ่อไอ่หน้อยปัจจุบัน  ไอ่หน้อยมีโอกาสได้พบเห็นชีวิตทั้งในเมืองนอกเมือง  แม้แต่ชีวิตผู้คนบนภูเขา

ใกล้เรียนจบชั้นมัธยมแล้ว  ไอ่หน้อยมันเรียนเก่งมันต้องการเรียนให้สูงๆ  จะได้เงินเดือนมากๆ  จึงตัดสินใจจะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยให้ได้ปริญญาเหมือนคนอื่นเขา พ่อไอ่หน้อยจึงตัดสินใจขายที่นาอีกสองไร่เป็นทุนเรียนให้ไอ่หน้อย

เขาสอบได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยสมใจอยาก ขณะที่กำลังเรียนอยู่ในมหาวิยาลัย ควายเขาเบอะหรือควายตัวเมียเขาโง้งกว้างที่เคยช่วยไถนามานานนับสิบๆปีมันมาตายด้วยความชรา  คุณพ่อจึงตัดสินใจตัดเขาของมันเก็บไว้เป็นที่ระลึกในฐานะที่มึบุญคุณแก่ผู้คนในครอบครัว   ที่นาเหลือเพียงหนึ่งไร่จึงขาดควายมาช่วยไถนา พ่อจึงปล่อยทิ้งไว้จะเป็นมรดกให้ไอ่หน้อยในอนาคต 

แต่อยู่มาไม่นานนายทุนมากว้านซื้อที่ดินรอบๆปิดที่นาของพ่อไอ่หน้อยทำให้ที่ดินของพ่อไอ่หน้อยกลายเป็นที่ตาบอดคือไม่มีทางออก จำใจต้องขายให้นายทุน พ่อก็หมดที่นาทำกินเหลือเพียงเงินขายนาเลียงชีพ  แต่ก็หวังไอ่หน้อยนี่แหละอีกปีเดียวมันก็จบมหาวิทยาลัยออกมาทำงานได้เงินเดือนเลี้ยงพ่อแม่ยามแก่เฒ่า

สมหวังดีแท้ ไม่นานนักไอ่หน้อยก็เรียนจบมหาวิทยาลัย พ่อแม่สุดดีใจ แม้แต่ชาวบ้านนอกชนบทก็ดีใจที่มีไอ่หน้อยคนในหมู่บ้านได้รับปริญญา เงินที่เหลือพอมี พ่อไอ่หน้อยเอามาจัดเลี้ยงพี่น้องชาวบ้านหมดไปเกือบสองหมื่น.....

พองานเลี้ยงฉลองปริญญาเสร็จสิ้น  ไอ่หน้อยเอาใบปริญญาไปหางานทำตามสถานที่ราชการ  ตามบริษัท  ตามสถานที่ทำการของเอกชน   นายจ้างเขาบอกว่าเงินเดือนระดับปริญญาตรีก็ราวๆ  เจ็ดหรือแปดพันกว่าบาท  จะเอาหรือไม่....

ไอ่หน้อยกลับมาบ้านมองที่นาเก่าก่อนที่ขายไป เป็นเงินนับล้านๆบาท  ความหวังที่ว่าหากจบปริญญาตรีแล้วจะเอาเงินเดือนมาซื้อที่นาคืนต้องหหมดหวัง  อย่าว่าแต่ชาตินี้...ชาติหน้าตอนบ่ายๆก็ไม่มีเงินเดือนเก็บมาซื้อที่นาคืน

ถอนหายใจ..รำพึงกับตนเองว่า..ก็แล้วกูจะเรียนมันไปทำไมวะ.....เรียนไปเสียที่นา  เรียนจบมาก็ไม่มีงานทำ......

เออ..ยังมีหวังจะไปทำไร่ชาโดยการเปลี่ยนสวนเหมี้ยงมรดกของแม่ที่ตกทอดมานับร้อยปีคงจะมีชีวิตรอด...

ไอ่หน้อยขอแม่ไปส่งดูสวนเหมี้ยง...แต่ต้องพบกับหลักปักเขตแดนของกรมป่าไม้ว่าเป็นที่ป่าสงวนห้ามเข้า....เจ้าหน้าที่ขีดเส้นปักแดนป่าหลังจากมีกฏหมายป่าไม้ออกมาเพียงไม่กี่ปี   มรดกของแม่ไอ่หน้อยต้องหมดไปกับอาญาบ้านเมือง...หมดหวัง...

ไอ่หน้อยกลับมาบ้าน ถอนใจ..แต่ยังไม่หมดหวังเข้าไปนอนใต้ถุนยุ้งข้าว  ที่ๆมันเคยนั่งเล่นตอนเด็กๆสายตาเหลือบแลหาของเก่าๆที่เป็นเครื่องมือทำนา  ไม่ว่าเฝือ  แอก เส้นเชือกผูกควาย  ไอ่หน้อยทบทวนความหลัง  ของเหล่านี้จะกลับมามีประโยชน์อะไรอีกเล่า

 มันเป็นเพียงเครื่องเตือนให้คิดถึงความหลังที่มีแต่หวัง..หวังจะหลุดพ้นจากความยากจน..อยากเป็นเจ้าคนนายคน....ไม่เป็นคนระดับรากหญ้า  ไม่ต้องมาถือคันไถทำนา...ก็เพราะอย่างนี้กระมังเมื่อเหลือบดูคันไถ  มันคงน้อยใจ....ที่ไอ่หน้อยปล่อยมันให้เศร้าสร้อยจนปลายคันไถบางส่วนหัก.....หักจนใช้การไม่ได้หมดหวังดั่งอนาคตของไอ่หน้อย