เขียนบันทึกหัวใจกระดาษ The Last Lecture ผ่านมา เพียงแต่ผมไม่ได้ทำเพียงหมู่เรียนเดียว หรือ วิชาเดียว หากแต่ผมทำทุกหมู่เรียน ทุกวิชาที่ผมได้สอน

(ย้อนกลับไปอ่านบันทึก "รางวัลของคนเป็นครู" ก็มีเพียงเท่านี้ ... (The Last Lecture) )

ซึ่งภาคเรียนที่ผ่าน ๆ มา จะมี The Last Lecture แต่ไม่ได้ใช้ "หัวใจกระดาษ" ในการปิดคอร์ส เลือกใช้วิธีการประเมินผลการสอนผ่านข้อสอบอัตนัยปลายภาคข้อสุดท้าย ประมาณว่า "สิ่งที่ได้พบ ประสบการณ์ที่ได้เห็น" ให้เปิดใจ ระบายความรู้สึก ประมาณนี้

แต่ภาคเรียนนี้ มี The Last Lecture ปิดด้วย "หัวใจกระดาษ" ซึ่งยังไม่เพียงพอในใจ จึงขอตามต่อด้วยข้อสอบอัตนัยข้อสุดท้าย เพียงแต่มีการแยกประเด็นคล้าย ๆ แบบสอบถามปลายเปิด

ซึ่งการเปิดใจตามความเป็นจริงจะเป็นเรื่องที่ผมเชื่อมั่นว่า ลูกศิษย์ของผมจะเขียนสิ่งที่อยู่ในใจออกมาจริง เพราะ 4 เดือนที่ผ่านมา เขาจะรู้ว่า การเปิดใจ ก็คือสิ่งที่อาจารย์ต้องการ โดยไม่มีอคติอะไรมาทำร้ายเขาเลย ใครเปิดมาก ใครคิดมาก ๆ เขาจะได้คะแนนเยอะ ๆ กระบวนการมันกล่อมเกลาพวกเขาไปแล้ว เขาได้เรียนรู้มัน

ข้อสอบที่แฝงตัวเพื่อไปประเมินผลที่ได้รับของเขา และประเมินกระบวนสอนของตัวเองจึงมีความน่าเชื่อถือในเชิงประจักษ์ทีเดียว

อยากจะให้เห็นผลจากกระบวนการที่ผมเพียรพยายามสอนลูกศิษย์ตัวเองให้เป็นลูกที่ดี คนที่ดี และครูที่ดีในอนาคตครับ

ผมสอนวิชาคล้าย ๆ กันสองวิชา คือ เทคโนโลยีการศึกษา และ นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา ซึ่งเนื้อหาเดียวกัน แต่คนละหลักสูตรเท่านั้น

 

ตัวอย่างที่นำมาให้อ่านนี้เป็นนักศึกษาคนหนึ่งที่เรียนอยู่ในวิชานวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา ปี 1 เอกภาษาอังกฤษ

บริบทนักศึกษาในห้องนี้ คือ ลงทะเบียนครั้งแรก ประมาณ 60 คน 4 เดือนต่อมา เหลือ 15 คน (อย่าเพิ่งมองผมในแง่ลบ รู้จักผมดีแล้วหรือยัง)

 

ผมจะยังไม่อธิบายอะไร แต่ผมจะให้ลองอ่านความคิดลูกศิษย์ผมเองเลยนะครับ

 

 

โจทย์ที่ผมตั้ง ... เพื่อให้พวกเขาได้ลองทบทวนตัวเองอย่างมีเหตุและผล ในประเด็นต่าง ๆ ที่ผมต้องการทราบ

 

 

 


ประเด็นแรก ...

วิธีคิด ทัศนคติ หรือ การใช้ชีวิตของ "ตนเอง" ที่เปลี่ยนไปจากเดิม

 

  

คำอ่าน ...

 

ยอมรับว่าเมื่อได้มาเรียนรายวิชานี้กับอาจารย์ฯ ชีวิตของตนเองเปลี่ยนไปจริง ๆ ค่ะ ชีวิตไม่ได้เปลี่ยนไปโดยคล้อยตามเนื้อหาวิชาหรอกค่ะ แต่บทเรียนที่ได้นั้นมากกว่าเนื้อหาวิชาที่อาจารย์ฯ สอน ทำให้หนูมีความรับผิดชอบมากขึ้น มีคุณธรรมมากขึ้น ใช้ชีวิตบนทางที่ไม่ประมาท

จากที่เรียนและรับประสบการณ์ทั้งหมดมาจากอาจารย์ฯ นั้น ทำให้หนูคิดได้ว่า ชีวิตคนเรานั้นไม่ได้เกิดมาเพื่อเพียงแค่ใช้ชีวิตไปวัน ๆ แต่เราเกิดมาเพื่อตอบแทน และสร้างความดีเพื่อสังคม สิ่งที่เราลงมือนั้น เราไม่ต้องไปสนสายตาใคร ถ้าหากสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ดี และไม่วันใดวันหนึ่ง มันจะเกิดผลที่ดี แม้จะเป็นการปิดทองหลังพระก็ตาม แต่ใจเราเป็นสุขก็พอ

ทุกวันนี้หนูกำลังปรับนิสัยฟุ่มเฟือย เลิกเที่ยวกลางคืน หรือเที่ยวน้อยลงตามสมควร หนูมองแต่อนาคตข้างหน้า พยายามเรียนให้เต็มที่ อยากเรียนจบไว ๆ เพราะอยากกลับไปดูแลแม่ และใช้ชีวิตเป็นของตัวเองค่ะ

 

 

บทวิเคราะห์เล็ก ๆ ...

นักศึกษาที่ตัดสินใจเข้ามาเรียนวิชาที่ผมสอน เขาต้องมีหัวใจนักสู้เป็นอันดับแรก เมื่อพ้นกระบวนการไป เขาจะได้รับหลายสิ่งหลายอย่างแบบไม่รู้ตัวเอง

บางทีก็มีสิ่งที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นว่า ลูกศิษย์หลายคนจะคิดได้มากขนาดนี้

 

 


ประเด็นที่ 2 ...

วิธีคิด หรือ ทัศนคติของตนเองที่กระทำต่อ "พ่อแม่และครอบครัว" ที่เปลี่ยนไปจากเดิม

 

 

คำอ่าน ...

 

ความคิดต่อพ่อแม่ที่เปลี่ยนไปจากเดิมของหนูนั้น เป็นเพราะการชมวีดิทัศน์ต่าง ๆ และคำพูดคำสอนของอาจารย์ฯ

จากที่หนูทำอะไร มีอะไร ไม่เคยนึกถึงแม่นั้น ตอนนี้ หนูมีแม่ไว้ในใจคนเดียวเสมอ เพื่อเตือนใจ

หากเรากำลังหลงผิด หรือทำอะไรที่ไม่ดี และเป็นกำลังใจของหนู เวลาหนูเหนื่อยหรือท้อ เพราะหนูได้ตระหนักได้แล้วว่า ไม่มีรักไหนเป็นรักแท้ที่บริสุทธิ์ เท่ารักของแม่ค่ะ เพราะหนูอยู่ไกลแม่ถึง 2000 km แม่ก็ยังไม่ทิ้งหนูเลย หนูทำผิด แม่ก็ให้โอกาส คอยสอน คอยเตือนอยู่ห่าง ๆ

ตอนนี้หนูกำลังเรียนเพื่อแม่ค่ะ เพราะหนูเป็นความหวังของแม่ แม่เหนื่อยมาตลอดในช่วงที่หนูเรียน หากหนูเรียนจบ แม่คงสบาย อยากกลับไปอยู่กับแม่ เลี้ยงดูแม่ ปัจจุบันหนูห่างแม่มาเกือบ 4 ปีแล้วค่ะ

 

 

บทวิเคราะห์เล็ก ๆ ...

"ลูกที่ดี" จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความตระหนักรู้ให้เกิดขึ้นที่ตัวเขาก่อน เพื่อให้เขารู้ว่า เขามาเรียนหนังสือเพื่ออะไร และเพื่อใคร

สิ่งดี ๆ ต่อมาจะเกิดขึ้นตามมา

 

 


ประเด็นที่ 3 ...

วิธีคิด หรือ ทัศนคติของตนเองที่มีต่อความสัมพันธ์ระหว่าง "เพื่อนร่วมห้อง หรือ เพื่อนร่วมหมู่เรียน" ที่เปลี่ยนไปจากเดิม

  

 

คำอ่าน ...

 

เมื่อก่อนหนูมีอคติกับเพื่อนร่วมห้องมาก ไม่เชิงว่าอคติหรอกค่ะ แต่รู้สึกเฉย ๆ และไม่ชอบเพื่อนบางเอกค่ะ อาจเป็นเพราะช่วงรับน้องได้ถูกปลูกฝังว่า เราต้องชนะเอกนี้ให้ได้ หนูเลยแอบคิดเป็นศัตรูเล็กน้อยค่ะ เมื่อได้มาเรียนด้วยกัน หนูก็ไม่เห็นว่าจะเป็นแบบที่รุ่นพี่พูดเลย มันทำให้หนูคิดได้ว่า อย่าตัดสินใจใครง่าย ๆ หากไม่ได้รับรู้ หรือสัมผัสด้วยตนเองค่ะ

ที่สำคัญ คือ เพื่อนร่วมหมู่เรียนค่ะ หนูมีอคติสุด ๆ กับเพื่อนในเอกค่ะ เกือบทั้งเอกเลยค่ะที่ยังนับถือรุ่นพี่ เพราะหนูหมดศรัทธากับในตัวรุ่นพี่มาก แต่เมื่อหนูได้บทเรียนจากเพื่อนร่วมห้อง

จากนั้น (ตั้งแต่ต้นเทอมเลยค่ะ) หนูได้ถอยหันหลังกลับมาก้าวหนึ่ง เพื่อมองเพื่อน ๆ ในเอกใหม่ หนูเห็นว่า พวกเขาไม่ได้เป็นอย่างที่หนูคิดเลย เขาคุยกับหนูดีมาก ใครที่รู้ว่า หนูอายุมากกว่า พวกเขาก็ให้ความเคารพเป็นอย่างดี

ส่วนสิ่งที่รุ่นพี่ปลูกฝังพวกเรานั้น เขาจะเก็บเอาแต่เรื่องดี ๆ มาค่ะ เรื่องไม่ดีพวกเขาเก็บไว้เป็นบทเรียนค่ะ

ปัจจุบันหนูมีทัศนคติต่อเพื่อนในหมู่เรียน และในเอกดีมากค่ะ จากการทำงานด้วยกัน เรียนด้วยกัน และทัศนศึกษานอกสถานที่ด้วยกัน มองเพื่อนร่วมห้องนั้น ทำให้หนูมีทัศนคติเปลี่ยนไปในทางที่ดี และรู้สึกผูกพันมากทีเดียวค่ะ

 

 

บทวิเคราะห์เล็ก ๆ ...

ความรู้ใหม่ที่ได้จากสิ่งที่นักศึกษาคนนี้ได้เขียน คือ มีการฝังหัวในการสร้างความเกลียดให้กับรุ่นน้อง

กระบวนการสอนของผมกลายเป็นสิ่งที่สามารถละลายความเชื่อและพฤติกรรมได้อย่างน่าตกใจ

 

 


ประเด็นที่ 4 ...

วิธีคิด หรือ ทัศนคติของตนเองที่มีต่อ "ครูผู้สอนประจำวิชา" ที่เปลี่ยนไปจากเดิม

 

  

คำอ่าน ...

 

จากเดิม รุ่นพี่ได้บอกไว้ว่า อย่าลงเรียนกับอาจารย์ ... นามสกุล ... เพราะเรียนหนัก ได้เกรดน้อย จนเพื่อนหนูที่ลงเรียนด้วยกันนั้น กลัวมากค่ะ ตอนแรกลงอีก Section ทิ้งไว้ค่ะ แต่เพื่อนกลัวจะเป็นของ อ. .... นามสกุล ... เพื่อนเลยเปลี่ยน Section มาเป็น Sec.04 เพราะเป็น อ.ที่เพื่อนรู้จัก

แต่ไม่ทราบว่าเกิดเหตุผิดพลาดอันใด ถึงมาเจออาจารย์ ... นามสกุล ... ค่ะ เหมือนพรหมลิขิตเลยค่ะ หนูดีใจมาก เพราะอยากรู้ว่าทำไมรุ่นพี่จึงได้พูดอย่างนั้น และหนูก็ชอบอะไรที่ท้าทายความสามารถค่ะ

แต่พอหนูมาเจอด้วยตัวเอง หนูไม่เห็นจะเป็นอย่างที่รุ่นพี่พูดเลย ผลที่รุ่นพี่ได้นั้น เป็นเพราะตัวรุ่นพี่เองนั่นแหละค่ะ ไม่ใช่อาจารย์ อาจารย์ฯ ไม่ได้สอนแต่ในบทเรียน หรือ เนื้อหา อาจารย์ยังให้กำลังใจ ให้แนวคิด และสร้างแรงบันดาลใจแก่หนูค่ะ

อาจารย์ฯ ไม่ใช่อาจารย์ที่ดุเลย หนูชอบแนวคิดของอาจารย์มากเลยค่ะ ทั้งเรื่องงานที่อาจารย์ฯ ได้จัดไว้ตั้งแต่ต้นเทอม และแนวคิดในการสอนของอาจารย์ อาจารย์ใส่ความตั้งใจไว้ในเนื้อหา และเนื้อหาของอาจารย์นั้นไม่น่าเบื่อ แถมยังได้ให้ทำ Mind Map ทำให้เป็นการทบทวนบทเรียนและจัดระบบความคิดค่ะ หนูจะเอาอาจารย์เป็นบุคคลตัวอย่างคนนึงในใจหนูค่ะ

 

 

บทวิเคราะห์เล็ก ๆ ...

อันนี้ฮามากสำหรับ พรหมลิขิตบันดาลชักพา หนีอย่างไรก็ต้องเจอ ;)

The Last Lecture ผมได้สอนเขาเรื่อง "การให้เครื่องหมายลบ" กับคนที่เราไม่เคยพิสูจน์ด้วยตนเอง มีอิทธิพลต่อแนวคิดของเขามากขึ้น เพราะเขาได้พิสูจน์ตัวเองแล้วครับว่า ไม่จริงในสิ่งที่รุ่นพี่พูดกันมา

 

 


ประเด็นที่ 5 ...

วิธีคิด, ทัศนคติ หรือ การใช้ชีวิตของตนเองที่จะเดินทางไปสู่เป้าหมายในอนาคต คือ "การเป็นครูที่ดี" ที่เปลี่ยนไปจากเดิม

 

  

คำอ่าน ...

 

เมื่อก่อนไม่เคยคิดจะเรียนครู เพราะเห็นพ่อแม่เป็นแล้วงานเยอะ เคยเรียนบริหารการท่องเที่ยวและบริการค่ะ เพราะเป็นงานที่ชอบ แต่เมื่อได้ออกมาก็ไม่รู้จะเรียนอะไร แม่เลยบังคับให้เป็นครู หนูเลยเลือกเพราะแค่เห็นว่า ครูเงินน้อย แต่สวัสดิการดี รุ่นหนูจบก็มีคนเกษียณออกเยอะ และได้ข่าวว่าจะเพิ่มเงินเดือนครูด้วย

แต่ปัจจุบัน เมื่อหนูได้มาเรียน ตั้งแต่วิชาความเป็นครู จนถึง นวัตกรรมฯ นี้ ทำให้หนูเข้าใจถึงความเป็นครูมากขึ้น เข้าใจถึงจิตวิญญาณว่า เราเป็นครูไปเพื่ออะไร ก็เพื่อที่จะสร้างทักษะความรู้ถ่ายทอดแนวคิดและแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ ที่เป็นอนาคตของชาติ

หนูจะเป็นครูที่ทำมากกว่าหน้าที่ครู หนูจะไม่สอนเด็กให้เรียนจบแค่นั้น แต่หนูจะติดตามเด็กเหล่านั้นจนชีวิตเขาประสบความสำเร็จค่ะ และเป้าหมายที่หนูต้องทำให้ได้คือ หนูจะสอนในโรงเรียนทางเลือกให้ได้ และจะให้โรงเรียนพวกนี้มีมากขึ้นค่ะ

 

 

บทวิเคราะห์เล็ก ๆ ...

นักศึกษาคนนี้ไม่ใช่คนเดียวที่คิดแบบนี้ครับ ไม่เคยคิดจะเป็นครู

"ตัวอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอน" ครับ

อยากสอนเขาให้เขาเป็น ต้องเริ่มที่ตัวเราก่อน ที่ตัวของคนเป็นครูก่อน

จึงจะได้ผลครับ

 

 


ประเด็นที่ 6 ...

ทักษะและความรู้ที่นักศึกษาได้รับจริง จากการลงมือผลิต "สื่อการเรียนการสอน"

 

 

คำอ่าน ...

 

การลงมือทำอะไร ทำให้เราได้ทักษะ ได้ความรู้เพิ่มขึ้นแน่นอนค่ะ จากการผลิตนั้น นอกจากจะได้รู้ถึงน้ำใจเพื่อนแล้ว หนูยังรู้ถึงความสามารถของตัวเองค่ะ ว่าหนูทำได้มากกว่าที่หนูคิด

การวาดรูปเป็นการฝึกลายเส้น ฝึกความชำนาญ ฝึกทักษะในการวาดรูปของหนูมากขึ้น ถึงแม้จะยังไม่ดีก็ตาม (หนูวาดไว้เลือกตั้งหลายแผ่นค่ะ)

การเขียนตัวอักษรฯ ฝึกสมาธิหนูมาก ๆ ค่ะ ปากกาที่ใช้ไม่เคยใช้มาก่อน หนูได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ความรู้ที่ได้ยังสามารถนำไปใช้ได้จริง และยังเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมล้านนาด้วยค่ะ

งานอื่น ๆ ทั้งการผนึกภาพ ทำ PPT และอื่น ๆ นั้นก็สามารถนำไปใช้ในชีวิตต่อได้ค่ะ และเป็นเรื่องที่เราต้องเจอเมื่อไปสอนอยู่แล้วค่ะ งานที่ทำ ทำให้หนูได้รู้ถึงความยากง่าย และความละเอียดอ่อน เป็นการฝึกทักษะได้ตรงตัวค่ะ ได้สัมผัสจริงค่ะ

 

 

บทวิเคราะห์เล็ก ๆ ...

ประเด็นนี้อยากทราบว่า เนื้อหาวิชาที่เขาเรียนเขาได้อะไรไปบ้าง เขามองเห็นความสำคัญที่มีต่ออาชีพครูของเขาหรือไม่

งานหนักสร้างคน ผลงานคือ การยกระดับคุณค่าของพวกเขาเองครับ

คนที่ไม่ชอบงานหนัก ไม่สู้ ยังไงก็ไม่เรียนกับผมแน่นอน ให้ดูจากตัวเลขการถอนออกไปครับ

 

  

 


 

ประเด็นที่ผมถามพวกเขาทั้ง 6 ประเด็นนั้น คือ ผลสะท้อนจากหลาย ๆ เรื่องที่ต้องการทราบ ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการสอนของครู กระบวนการเรียนของตัวนักศึกษา วิธีการเปลี่ยนจิตใจของพวกเขาให้เป็นลูกที่ดี คนที่ดี และครูที่ดีครับ

คุณอาจจะคิดว่า ผมไปลอกใครมาหรือไม่ ตอบได้เลยว่า ไม่มี ผมใช้ประสบการณ์ตัวเองมาถึง 5 ปีในการทดลองกระบวนการนี้

กระบวนการสร้างลูกดี คนดี และครูดี ออกไปสู่สังคม

ยังไม่ได้ทำวิจัยรองรับเลยครับ บางทีก็รู้สึกรำคาญที่ปรึกษาที่ไม่ค่อยเข้าใจ มัวแต่ไม่มองตัวเลข สถิติอะไรก็ไม่รู้

กระบวนการนี้มันเห็นผลเชิงประจักษ์กับตาอยู่แล้ว แต่ตีรวนว่า มันไม่น่าเชื่อถือ ไหนเครื่องมือของคุณอะไรประมาณนี้

หากจะคิดสร้างคนดี ๆ สักคน มัวแต่ไปสนใจเสียงนกเสียงกาที่สารพัดจะคิดเพื่อบั่นทอนกำลังใจของเรา เราคงจะเป็นครูที่เลวมาก ๆ คนหนึ่งเท่านั้นเอง

 

เท่าที่คิดไว้ บันทึกต่อ ๆ ไปอาจจะลองวิเคราะห์ สังเคราะห์ผลที่เกิดขึ้นจริง ว่ามันเกิดจากกระบวนการใด กิจกรรมใด ที่ทำให้ลูกศิษย์ของผมคิดได้ และคิดได้มากกว่าที่ผมคาดหวังอีกต่างหาก แสดงว่า มันยังประโยชน์มากกว่าวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ครับ

ชอบจัง ...

 

บุญรักษา ครูที่เพียรทำดีทุกท่านนะครับ ;)