ประวัติเมืองสงขลา (5) ทะเลหาดใหญ่

การเดินทางมาเยือนที่นี่ ระหว่างทางผมได้เห็นดงตาล ได้เห็นควายฝูงใหญ่อยู่กลางทุ่ง ไม่น่าเชื่อว่านี่ก็หาดใหญ่

ทุกครั้งที่ผมนั่งรถไฟจากกรุงเทพ กลับบ้านที่สงขลา ก่อนขบวนรถไฟจะชะลอความเร็วเตรียมเข้าจอดเทียบชานชาลาสถานีชุมทางหาดใหญ่ จะผ่านสะพานโครงเหล็กโค้งขนาดใหญ่สีดำข้ามคลองอู่ตะเภา เป็นสัญญาณให้ตรวจสอบข้าวของ สัมภาระที่นำติดตัวมา นำลงให้ครบถ้วนที่สถานีข้างหน้า

คลองอู่ตะเภาเป็นสายน้ำธรรมชาติ ไหลมาจากเทือกเขาสันกาลาคีรี ในเขตอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ผ่านชุมชนต่างๆ และผ่านตัวเมืองหาดใหญ่ทางด้านทิศตะวันตก ไปลงทะเลสาบสงขลา

นับเป็นลำคลองสายสำคัญของเมืองหาดใหญ่ ว่ากันว่าชื่อหาดใหญ่นี้ อาจมีที่มาจากหาดทรายขนาดใหญ่ริมคลองอู่ตะเภานี้ก็เป็นได้ แม้จะมีความเห็นอีกทางหนึ่งว่าน่าจะมาจากต้นมะหาดใหญ่ก็ตาม

จากสะพานรถไฟข้ามคลองอู่ตะเภาไปจนถึงปากคลองที่ริมทะเลสาบสงขลา คิดเป็นระยะทางราว 20 กิโลเมตร สายน้ำไหลผ่านพื้นที่ตำบลคลองอู่ตะเภา คลองแห บ้านหาร แม่ทอม คูเต่า และบางกล่ำ

ปี 2529 กระทรวงมหาดไทยเห็นว่า พื้นที่ของอำเภอหาดใหญ่มีอาณาเขตกว้างขวางและมีพลเมืองมาก ท้องที่บางตำบลข้างต้นอยู่ห่างไกลจากอำเภอ เจ้าหน้าที่ออกตรวจตรา ดูแลความทุกข์สุขของราษฎรไม่ทั่วถึง สภาพท้องที่โดยทั่วๆ ไปเชื่อว่าจะเจริญต่อไปในภายหน้า

จึงแยกตำบลบางกล่ำ ท่าช้าง แม่ทอม บ้านหาร 4 ตำบลของอำเภอหาดใหญ่ ออกไปตั้งเป็นกิ่งอำเภอบางกล่ำ เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2529 และยกฐานะเป็นอำเภอบางกล่ำ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2538

คลองอู่ตะเภาก็ได้ทำหน้าที่เป็นพรมแดนธรรมชาติ กั้นแบ่งเขตระหว่างอำเภอบางกล่ำทางทิศตะวันตก กับอำเภอหาดใหญ่ทางทิศตะวันออก

เหลือพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ที่ติดทะเลสาบสงขลาเพียง 2 ตำบล คือ ตำบลคูเต่ากับตำบลน้ำน้อย คิดเป็นระยะทางตามแนวชายฝั่งทะเลสาบสงขลา ตั้งแต่ปากคลองอู่ตะเภาถึงปากคลองพะวงประมาณ 15 กิโลเมตร เลยจากปากคลองพะวงไปก็เป็นพื้นที่อำเภอเมืองสงขลา

พื้นที่ตำบลคูเต่าเป็นพื้นที่สีเขียว ชาวบ้านที่เป็นไทยพุทธประมาณร้อยละ 60 และไทยมุสลิมร้อยละ 40 ทำนา ทำสวน และทำประมงในทะเลสาบสงขลา

ชาวบ้านคูเต่าส่วนใหญ่ตั้งบ้านเรือน เติบโดเป็นชุมชนอยู่ริมคลองอู่ตะเภา นับว่าเป็นตำบลที่อยู่ใกล้หาดใหญ่เพียงไม่ถึง 20 กิโลเมตร แต่ก็เหมือนห่างไกล ไม่ค่อยมีคนต่างถิ่นเข้าไปเยือนมากนัก หลายคนไม่เคยรู้ด้วยซ้ำไปว่าหาดใหญ่ก็ติดทะเลสาบ

ความเปลี่ยนแปลงมาเยือนคูเต่า เมื่อสภาพแวดล้อมเริ่มเปลี่ยนแปลง พื้นที่สีเขียวริมทะเลสาบและลึกเข้ามา 4-5 กิโลเมตรถูกบุกเบิกกลายเป็นบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำ เลี้ยงปลาดุก ขณะที่การทำนาเริ่มไม่ได้ผลตั้งแต่ปี 2530 เป็นต้นมา

เมื่อถนนสายใหม่ คือถนนลพบุรีราเมศวร์ หรือทางหลวงหมายเลข 414 เชื่อมสงขลาที่บ้านน้ำกระจายกับหาดใหญ่ที่บ้านควนลัง สร้างเสร็จเปิดใช้งานเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน การเดินทางมาเยือนคูเต่าก็สะดวกสบายมากขึ้น

พื้นที่ตำบลคูเต่าส่วนที่ติดทะเลสาบสงขลา มีลักษณะภูมิประเทศเป็นแหลมยื่นออกไป ชื่อว่า แหลมโพธิ์ ฝั่งตะวันตกของแหลมเป็นที่ลุ่มอุดมสมบูรณ์ด้วยป่าเลนน้ำกร่อย ขณะที่ฝั่งตะวันออกเป็นหาดทรายแคบๆ ซึ่งทางเทศบาลตำบลคูเต่าได้พัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวหาดแหลมโพธิ์ ทะเลหาดใหญ่ มีการปลูกขนำหรือศาลาเพื่อนั่งรับประทานอาหาร พักผ่อน ตกปลา ยื่นออกไปในทะเลสาบสงขลา มองเห็นเกาะยอและสะพานติณสูลานนท์อยู่ลิบๆ

การเดินทางมาเยือนที่นี่ ระหว่างทางผมได้เห็นดงตาล ได้เห็นควายฝูงใหญ่อยู่กลางทุ่ง ไม่น่าเชื่อว่านี่ก็หาดใหญ่

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกสองทะเล



ความเห็น (2)

เพลงร้องเรือของแหลมโพ เขาก็เก่ง อาหารก็หรอย เหอว่าเรานัดมาแหลงมากินกันที่แหลมโพสักมื้อ สาสา เนือยแล้วนิ (ฉานตามเตินมาเกือบทั่วสงขลแล้ว มาชวนเติ่นไปพัทลุง ไปแลเรื่อง ป่าไสในพัทลุง แล้ว เติมให้มั่ง จิเป็นพระคุณอย่ามากเหมือนน้ำท่วมหาดใหญ่แรกปีแล้ว)

พัทลุงเป็นจังหวัดที่ได้แต่นั่งรถไฟ รถทัวร์ผ่านครับ นับเป็นโอกาสดีที่จะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และลงไปเดินดูจริง ๆ จัง ๆ เสียที

สมัยเด็ก ๆ พ่อเป็นตำรวจอยู่อำเภอกระแสสินธุ์ พาไปเล่นน้ำในทะเลสาบสงขลา มองไปเห็นภูเขาไกล ๆ พ่อบอกว่านั่นแหละพัทลุง สักวันหนึ่งจะไปยืนริมฝั่งพัทลุง มองย้อนกลับมากระแสสินธุ์บ้างนะครับ