เงือกทองอยู่คู่หาดสมิหลามาสี่สิบกว่าปีแล้ว ถ้าเธอมีชีวิตจริง ๆ คงเห็นสันทรายแหลมสนอ่อนงอกออกมาเรื่อยๆ

รูปประติมากรรมเงือกทองตั้งเด่นอยู่บนโขดหินมานานสี่สิบกว่าปีแล้ว ตามประวัติบอกว่านายกเทศมนตรีเมืองสงขลาเชิญแขกผู้มีเกียรติไปร่วมในพิธีเปิดรูปปั้นเงือกทอง โดย ม.จ.ทองคำเปลว ทองใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาทรงเป็นประธานในพิธี วันศุกร์ที่ 1 เม.ย. 2509 เวลา 15.30 น. ณ แหลมสมิหลา

เดินลงไปยังชายหาดมองผ่านนางเงือกไปยังท้องทะเลอ่าวไทย เห็นเกาะหนูและเกาะแมว อันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองสงขลามาตั้งแต่ครั้งโบราณ จากนางเงือกไปเกาะหนูขวามือไม่ไกล เพียง 2 กิโล แต่เกาะแมวด้านซ้ายมืออยู่ห่างจากที่นี่ถึง 5 กิโลกว่า คิดเล่นๆ ว่าถ้าน้ำทะเลหน้าเกาะหนูลดลงได้แบบทะเลแหวกที่กระบี่ เราคงเดินไปถึงเกาะหนูได้ในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง แต่เดี๋ยวนี้ทางเทศบาลนครสงขลาจัดให้มีเรือนำเที่ยวไปเกาะหนูได้อย่างสบาย ไม่ต้องคิดฝัน ตั้งหน้าตั้งตารอวันน้ำลดอีกต่อไป

จากเงือกทองไปจรดเขื่อนกั้นทรายที่ปลายแหลมสนอ่อนทางทิศเหนือคิดเป็นระยะทางราว 3 กิโลเมตร น่าเดินเล่นชมทิวสน หาดทรายขาว ดูเกลียวคลื่นยามเย็น

สมัย 70 กว่าปีก่อน แหลมสนอ่อนเป็นแหลมสมชื่อจริงๆ แหลมเปี๊ยบทีเดียว เป็นสันทรายที่เต็มไปด้วยป่าสน ห่างไกลผู้คน ใครเคยเรียนวิชาภูมิศาสตร์ว่า แหลม คือ แผ่นดินที่ยื่นออกไปในพื้นน้ำ ต้องมาดูของจริงที่นี่ แล้วจะเห็นภาพทันที หันหน้าไปทางทิศเหนือ ซ้ายมือก็ทะเล(สาบ) ขวามือก็ทะเล(หลวง) สุดปลายแหลมคือหลักเขตเทศบาลเมืองสงขลา ที่จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2478 สมดังส่วนหนึ่งของคำขวัญจังหวัดสงขลาที่ว่า เมืองใหญ่สองทะเล

เมื่อกรมเจ้าท่าสร้างเขื่อนกั้นทรายยาวเหยียดออกไปในทะเล เพื่อกันไม่ให้คลื่นพัดพาเอาตะกอนทรายมาทับถมบริเวณปากน้ำทะเลสาบสงขลาจนตื้นเขิน เป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือเข้าออกทะเลสาบ ตะกอนทรายจึงมาทับถมบริเวณแหลมสนอ่อนแห่งนี้ เกิดปรากฏการณ์แผ่นดินงอกออกไปทางทิศตะวันออก แหลมที่ว่าจึงป้านขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลาที่ผ่านไป นับจากแรกตั้งเทศบาลเมืองสงขลาจนถึงเดี๋ยวนี้ เจ็ดสิบกว่าปีผ่านไป แผ่นดินงอกออกไปเกือบครึ่งกิโล คิดเป็นเนื้อที่กว่าสี่ร้อยไร่ทีเดียว

ทรายมาพร้อมกับเปลือกหอย เด็กๆ ใครอยากได้เปลือกหอยเจดีย์ หอยกระจก มาเดินหาดทรายแถวนี้ไม่ผิดหวัง เพราะเปลือกหอยนานาชนิดถูกคลื่นซัดขึ้นมาเกยหาด

จากพื้นที่ป่าสนเปลี่ยวร้างผู้คนตรงนี้เอง เทศบาลนครสงขลาร่วมกับภาคเอกชนได้เปิดสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำสงขลาหรือสงขลาอควอเรี่ยมขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ หลายคนที่ไปเที่ยวไปชมมาแล้ว บอกว่ายังมีปลาให้ดูไม่มากอย่างที่หวัง คงต้องให้โอกาสพัฒนาปรับปรุงต่อไปอีกสักหน่อย

มองจากเงือกทองลงไปทางทิศใต้ หาดสมิหลาทอดตัวยาวเหยียด 4 กิโลครึ่งไปจรดปากคลองสำโรง ริมเขาเก้าเส้ง นอกจากเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ เล่นน้ำทะเลของชาวสงขลาแล้ว ตอนเย็นๆ ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้ออกกำลังขาและได้อาหารจานเด็ดไว้รับประทานด้วย นั่นคือ การหาหอยเสียบ

ต้องรอจังหวะที่ทะเลมีคลื่นไม่แรงมาก คลื่นจะพัดเอาหอยเสียบขึ้นมาริมหาด แล้วมันจะรีบฝังตัวลงไปในทราย เราต้องอาศัยความไวของสายตา แล้วใช้เท้าแหวกทรายจับหอยเสียบลงถัง เอากลับไปแช่เกลือหรือน้ำปลา ได้อาหารพื้นบ้านมื้ออร่อย

เงือกทองอยู่คู่หาดสมิหลามาสี่สิบกว่าปีแล้ว ถ้าเธอมีชีวิตจริงๆ คงเห็นสันทรายแหลมสนอ่อนงอกออกมาเรื่อยๆ

และเห็นว่าชายหาดยาวเหยียด 4 กิโลครึ่งด้านทิศใต้ไปจรดเขาเก้าเส้ง บัดนี้กำลังประสบชะตากรรม คลื่นกัดเซาะชายหาดรุนแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน