" ความดีอันเกิดจากความประพฤติดี และความรู้อันเกิดจากการศึกษาอยู่เสมอ เป็นความต้องการโดยแท้ของจิตใจ"
อาจมีผู้แย้งว่าน่าจะไม่เป็นความจริงเสมอไป เพราะจิตใจของคนมีระดับต่างๆกัน ถึงคนเดียวกันก็ยังมีอาการทางจิตใจเปลี่ยนไปมาอยู่ต่างๆ และมีอยู่มากที่ไม่ต้องการสิ่งที่เรียกว่าเป็นความดี ไม่ต้องการความรู้ ดังที่เกียจคร้านไม่อยากเรียน เพราะเหตุที่น่าจะมีคำแย้งเช่นนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีอยู่จริง จึงได้กล่าวต่อไปจากคำต้นนั้นทีเดียวว่า " ส่วนความดิ้นรนปรารถนาในทางผิดต่างๆเป็นกิเลสที่เป็นส่วนผสมแฝงเข้ามาในจิตใจ สมควรที่จะต้องขับไล่ออกไปเสียโดยเร็ว"

การที่กล่าวย้ำถึงข้อนี้ก็เพื่อเป็นที่เข้าใจโดยไม่เคลือบแคลงในลักษณะที่แท้จริงของจิต กับสิ่งที่ผสมแฝงเข้ามาอันเป็นสิ่งที่ไม่จริง และเพื่อเป็นที่เข้าใจต่อไปว่า เมื่อข้อเท็จจริงเป็นดังนี้ ทำไมคนเราจึงยอมปล่อยตนให้ส่วนที่เข้ามาผสมแฝงคือกิเลสต่างๆมีอำนาจบังคับขับไสให้ประพฤติเสียหายต่างๆ ควรจะต้องปฏิบัติหรือระงับกิเลสต่างๆ ต่างหาก

เครื่องลดหรือระงับกิเลสต่างๆนี้ คือธรรมะ ที่เรียกกันว่า ความดี หรือ คุณสมบัติประจำใจทุกอย่าง รวมทั้งความรู้ที่เป็นตัวปัญญาด้วย อันคนเราที่เกิดมาเป็นมนุษย์ย่อมมีธรรมะเป็นพื้นเพสูงอยู่โดยกำเนิดแล้ว ดังจะเห็นได้ว่ามีพื้นเพทางปัญญาและความประพฤติอยู่ในเขตที่เรียกว่า วัฒนธรรม อารยธรรม สูงกว่าสัตว์สองเท้า สี่เท้าอื่นๆทั้งปวงอย่างเทียบกันไม่ได้ มนุษย์เราย่อมครองภาวะเป็นมนุษย์อยู่ได้ด้วยอานุภาพของธรรมะนี้เท่านั้น ไม่ใช่ลำพังร่างกายที่เกิดมาเป็นมนุษย์ ซึ่งกินนอน เป็นต้นไม่ต่างจากสัตว์ดิรัจฉาน

ธรรมะนี้เองเป็นเครื่องยับยั้งใจคนเรา มิให้ประพฤติไปตามอำนาจจิตอย่างไม่มีอาย ไม่มีกลัว ดังที่เรียกว่าปราศจากหิริโอตตัปปะ (ความละอายรังเกียจความชั่ว และความกลัวเกรงต่อความชั่ว) สัตว์ดิรัจฉานมีธรรมะอยู่ในระดับต่ำมาก ทั้งไม่อาจเพิ่มพูนให้มากจนถึงระดับแม้ที่เรียกว่าวัฒนรรมเป็นต้นได้ จึงเรียกว่าเป็นอบายภูมิ คือภูมิกำเนิดที่ไร้ความเจริญอย่างหนึ่ง ไม่มีปัญญาที่จะทำความดีหรือแม้ความชั่วอะไรเหมือนอย่างมนุษย์

ความเกิดมาเป็นมนุษย์จึงเป็นลาภอย่างยิ่งที่ทุกคนควรภูมิใจ เรียกว่าเป็นสุคติภูมิ คือภูมิกำเนิดเป็นสุคติ แปลว่าคติที่ดีมีความสุข ความเจริญตามควรแก่ภาวะ โดยเฉพาะมีภูมิธรรมรวมทั้งปัญญาสูงเป็นพื้นเพดังกล่าว ฉะนั้นจึงเป็นที่น่าเสียดายโอกาสที่เกิดมาเป็นคนนี้เป็นอย่างยิ่ง ถ้าไม่ปฏิบัติเพิ่มพูนธรรมะคือความดี กับทั้งปัญญาให้มากยิ่งขึ้น หรือซ้ำร้ายกลับไปประพฤติชั่วร้ายเสียหายซึ่งกดตัวเองให้เลวต่ำลงไป เพราะคนเราสามารถจะทำความดีได้อย่างอนันต์ ทั้งสามารถจะทำความชั่วได้อย่างมหันต์เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่แก่จิตใจเป็นข้อสำคัญ
พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า "จิตที่ตั้งไว้ผิดพึงทำผู้นั้นให้ทรามเสียยิ่งกว่าโจร หรือคนมีเวรทำแก่คนมีเวรกัน" และตรัสว่า " จิตที่ตั้งไว้ชอบพึงทำผู้นั้นให้ประเสริฐกว่า อย่างที่มารดาบิดา หรือญาติอื่นๆทำให้ไม่ได้" ฉะนั้นจึงถึงปัญหาว่า ทำอย่างไรจึงจะไม่ตั้งจิตไว้ผิด แต่จะตั้งจิตไว้ชอบ มีคำตอบเข้าประเด็นทีเดียวว่า "ทำการบริหารทางจิต"


มาฝึกสมาธิ เพื่อการบริหารจิตครับ
จะได้จำดีขึ้น มากขึ้นด้วย
ขอบคุณสำหรับคติธรรมดีๆในการรักษาจิตให้ใสพิสุทธิ์ ด้วยการหมั่นสร้างทานบารมี รักษาศีล เจริญสมาธิภาวนา เพื่อบรรลุปัญญาญาณในการความรู้แจ้งแห่งการดับทุกข์..เวลาของพวกเราเหลือน้อยแล้วนะคะ..
ดอกบัวบานยามเช้าในอ่างบัวหน้าบ้าน
สวัสดีค่ะ ศน.ลำดวน
ทำจิตให้เป็นสมาธิก่อน แล้วการทำงานทุกอย่าง จะมีข้อผิดพลาดน้อยลง
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ อาจารย์โสภณ
การฝึกสมาธิเพื่อบริหารจิต ท่านผู้รู้บอกว่าเป็นสิ่งที่ผู้ปฏิบัติรู้ได้ด้วยตัวเอง
เช่นมีความจำดีขึ้น ใจเย็นขึ้น เพราะมีสติอยู่เสมอค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ชอบบันทึกนี้ และชอบรูปนี้ค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์ ดร.ขจิต
ดีใจค่ะที่น้องอาจารย์ดร. ขจิตบอกว่า ชอบบันทึกนี้จังเลย
สังคมทุกวันนี้จำเป็นต้องศึกษาและบริหารจิตอยู่ตลอดเวลา จิตใจจึงจะสงบค่ะ
ขอบคุณที่แวะมาให้กำลังใจนะคะ
สวัสดีค่ะ คุณพี่ใหญ่
ขอบคุณค่ะที่แวะมาศึกษาเรื่องการบริหารจิต
พร้อมดอกบัวยามเช้าในอ่างบัวหน้าบ้าน...สวยมากค่ะ
การหมั่นสร้างทานบารมี รักษาศีล เจริญสมาธิภาวนาเพื่อบรรลุปัญญาญาณใน
ความรู้แจ้งแห่งการดับทุกข์...เวลาของพวกเราเหลือน้อยแล้ว....
การบริหารจิตให้มีสติอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งที่เราต้องฝึกให้เกิดขึ้นกับจิตใจ
ของเราค่ะ
ขอบคุณที่ร่วมแสดงความคิดเห็นกับบันทึกนี้ค่ะ
สวัสดีค่ะ ครูนาย
การนั่งสมาธิเป็นการบริหารจิตเพื่อให้จิตที่แกว่งไกว ไม่หยุดนิ่ง ให้มีสติไม่หวั่นไหวไกวแกว่งไปตามกระแสโลก อารมณ์ รัก โลภ โกรธ หลงที่เป็นต้วกิเลสจะได้เบาบางจากตัวเรา การเรียนหรือการทำงานก็จะทำได้ดีมีความแม่นยำมากขึ้น เรียกว่าสติมาปัญญาเกิดนั่นเองค่ะ
ขอบคุณที่แวะทักทายนะคะ
สวัสดีค่ะพี่ครูดาหลา
สวัสดีค่ะน้องคุณยาย
ขอบคุณที่แวะมาฝึกบริหารจิตกับพี่ครูดาหลานะคะ
จะทำให้จิตนิ่ง ไม่หวั่นไหว มีสมาธิในการทำงานค่ะ
ขอบคุณมะม่วงฟ้าลั่นสวยๆที่มอบให้ค่ะ รับประทานผลไม้ดีต่อสุขภาพนะคะ
-สวัสดีครับครูดาหลา...
-แวะมาแอ่วหา..ครับ...
-ส่งข่าวว่า...แหม 3 วัน งานพพระจะเลิกละเน้อครับ...
-วันนี้จะปาครูไปเดินแอ่ว "หมู่บ้านวัฒนธรรม" ครับ..
-กำแพงเพชรเขามีคนจากหลายภาคมาอยู่ โดยเฉพาะคนเหนือ (เมืองเถิน) กะมาอยู่นักเหมือนกั๋น...
-แม่ของผมเปิ้นเล่าฮื้อฟังว่าสมัยก่อนป้อจวนแม่มาอยู่กำแพงเพชร แต่แม่เปิ้นบ่มา กะเลยอยู่เมืองเถินต่อ....น่ะครับ
-บ่ฮู้ว่าที่ผมต้องมาอยู่กำแพงเพชร นี่เป๋นเพราะว่าความจริงต้องเป็นคนกำแพงเพชรตั้งแต่แรกก่อน่ะครับ...สุดท้ายกะต้องมาทำงานที่กำแพงเพชร ...
-หวังไว้ว่า..หากมีโอกาสจะไปอยู่เจียงใหม่..แต่ท่าจะแหมเมิน...แน่ ๆ ครับ...
-จ่ม.....ดี ขนาด....น่อครับ 55555 บ่าวกำแพงนิ.....
-ขอบคุณครับ..
สวัสดีเจ้า คุณเพชรน้ำหนึ่ง
ขอบคุณตี้มาแวะแอ่วหาและปาไปแอ่ว "หมู่บ้านวัฒนธรรม" ตี้
กำแพงเพชรและยังได้ความฮู้ว่าเมืองกำแพงมีคนเถินมาอยู่นัก ป้อคุณเพชรน้ำ
หนึ่งจวนแม่มาอยู่แต่แม่บ่มา...ถ้าแม่คุณเพชรน้ำหนึ่งฮู้ว่าอย่างใดๆลูกบ่าวตึงได้
มาอยู่เมืองกำแพง คงจะตัดสินใจมาอยู่ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วเนาะ แสดงว่าเกยทำ
บุญฮ่วมกั๋นกับปี้น้องจาวกำแพงกะเนาะ เลยได้มาอยู่ตางเพ้ ละก็ทำฮื้อมีความ
เจริญก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ
ทำความดีตึงได้ฮับผลดีตอบสนองแต้ๆเจ้า
สวัสดีค่ะ...
-สวัสดีครับครูดาหลา..
-แลงนี้...ผมเจอ "รักแรกพบ" ในงานนพพระ แหมแล้ว ครับ...
-ยะจะไดดี......
-เอาเป็นว่าเก็บภาพมาฝากละกั๋น ครับ 5555
-ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ อาจารย์บุษยมาศ
สวัสดีเจ้า ครูเอื้องแซะ
"สุขใดยิ่งกว่าความสงบไม่มี" แต้ๆเนาะเจ้า
สวัสดีเจ้า คุณเพชรน้ำหนึ่ง
ขอบคุณตี้เอาเรื่องตื่นเต้นมาอู้ฮื้อฟังเน้อเจ้า