21 กุมภาพันธ์ 2554 ที่บ้านหาดใหญ่

 

ยามนี้ย่างเข้าหน้าร้อนแล้วค่ะ ปักษ์ใต้บ้านเรานั้น ฝนแปดแดดสี่อย่างที่เข้าใจกัน แต่วันนี้ฝนก็ปรอยๆลงมาเล็กน้อย
 
พักนี้เหมือนมีอะไรนิดๆติดใจให้ครุ่นคิด คิดไปเรื่อยเปื่อย สาระไม่ค่อยมี เห็นดอกไม้ร่วงหล่นลงพื้น คิดอย่างไร คิดถึงอะไร มีอะไรให้คิดถึงหรือ แค่ดอกไม้ร่วงหล่นลงพื้น...

 

 

•เมล็ดของต้นอะไรไม่แน่ใจ คล้ายๆกับชวนชม ปลิวมาตามลม

 

 

•ปลิวมาตกพื้น...รอคอยน้ำฝนที่จะทำให้ชุ่มชื้น
เพื่องอกงามเป็นต้นอ่อน รอวันเติบโตต่อๆไป
 
 
•ก็เช่นเดียวกัน ... ปลิวลอยมาตามลมเพื่อรอวันงอกงาม
 
 
คือเมล็ดของต้นเพกา หรือลิ้นฟ้า นั่นเอง...
 
 
•กลีบเลี้ยงของดอกกล้วย หรือปลีกล้วย หรือหัวปลี นั่นไง
กลีบร่วงหล่น ที่ละกลีบ... แต่ยังเหลือไว้ให้ผลกล้วยเติบโต ต่อๆไป
 
 
•กล้วยไม้งาม ... บานแล้วโรยราก็ร่วงหล่น
รอวันย่อยสลายเป็นอาหารคืนคุณค่าแก่พื้นแผ่นดินให้พืชอื่นๆได้งอกงามต่อไป
 
 
•ดอกพุทธรักษา ก็เช่นกัน กับกล้วยไม้นั่น...
ถึงเวลาก็ร่วงโรยสลัดหลุดจากขั้วก้านตกพื้น
 
 
แต่นี่กลับกัน...ดอกลั่นทม (ที่เธอนั่นถูกเปลี่ยนชื่อเป็นลีลาวดี)
ที่อยู่ในป่าคอนกรีต หล่นลงพื้นถนน...อาจถูกเหยียบย่ำติดพื้นคอนกรีตไปในที่สุด
 
 
•ดอกโมกสีชมพู...นี่งามตาก็ร่วงหล่นเช่นกัน
 
 
•ดอกโมกขาว ที่ร่วงหล่นลงอ่างบัว...
ก็เกิดประโยชน์ได้เป็นปุ๋ยให้อ่างบัวนั่น
 
 
•ดอกโมกขาวเช่นกัน...
 
ธรรมชาติดอกไม้ก็เปรียบดั่งชีวิต
ชีวิตคนเรานั้นก็เหมือนดั่งธรรมชาติ มีวันที่สดใส สวยงาม
ทุกอย่างไม่ได้ยั่งยืนนับวันก็จะพบกับความโรยรา ร่วงหล่น เช่นเดียวกันกับดอกไม้ใบไม้
ร่วงโรยร่วงหล่น...
ทิ้งอะไรไว้ให้ใครได้คิดถึง
อยากให้คิดถึงอย่างไร ชั่ว-ดี ที่เราทำ
คิดถึงคุณงามความดี คิดถึงสิ่งดีๆที่มีในตัวตน แต่ละคนย่อมแตกต่าง
นั่นคือ..."ธรรมชาติ"
สวัสดีค่ะ
...............................