เย็นวันพฤหัส พอกลับมาถึงบ้านตามปกติ  พี่เม่ยก็ปฏิบัติหน้าที่แม่บ้านทันทีค่ะ....อันดับแรก..ล้างจาน!
น้องจิ้นก็วิ่งหน้าตาตื่นมาบอกว่า "แม่จ๋า....แย่แล้ว...แว่นหาย!"
"หายได้ไงก็ไม่รู้  ก็เก็บแล้วนี่นา....เก็บแล้ว....เก็บแล้วจริงๆ " น้องจิ้นย้ำ เริ่มทำสีหน้าเหมือนจะร้องไห้....
พี่เม่ยเงียบอีกแล้วค่ะ  คิดในใจว่าลูกคงตกใจอยู่เหมือนกัน  เราให้เวลาลูกสงบสติอารมณ์สักหน่อยก็ได้นะ 
"เอางี้...ลูกมาช่วยแม่ล้างจานก่อนดีกว่านะ"
น้องจิ้นมายืนคอตกอยู่ข้างๆ  คอยรับจานที่ล้างเสร็จนำไปคว่ำไว้ที่ตะแกรง.....
"เอาล่ะ  ลองบอกแม่ซิว่า เวลาถอดแว่นแล้วลูกมักจะเก็บไว้ที่ไหน"
"ในลิ้นชักโต๊ะเรียน..."
"งั้นก็อยู่ในลิ้นชักนั่นแหล่ะ....."
"ไม่หรอก  จำได้แล้วน้องจิ้นหยิบมาใส่ไว้ในกระเป๋ากระโปรงตอนเดินออกมา เพราะเผื่อว่าจะใช้อะไรอีก..."
"อ้าว งั้นก็อยู่ในกระเป๋ากระโปรงนั่นแหล่ะ!"
"ไม่มีอ่ะ..... อ้อ! จิ้นไปเล่นแชร์บอลกับเพื่อนๆต่ออีก..."
"อ้าว งั้นก็หล่นที่สนามแชร์บอลนั่นแหล่ะ แล้วก่อนเล่นแชร์บอลเอาแว่นมาเก็บใส่กล่องไว้ก่อนหรือเปล่า..."
"ไม่ได้เก็บที  สงสัยหล่นหายที่สนามแชร์บอลแหงเลย..."
สรุปได้ว่าแว่นตาหล่นหายแน่แล้ว  คราวนี้น้องจิ้นก็เป็นกังวลต่อค่ะว่า "แม่ว่า...ป๊าจะทำโทษจิ้นไหม?"
พี่เม่ยนิ่งเฉย.... ปล่อยให้จิ้นคิดหาคำตอบเองดีกว่าค่ะ
"ยังไงก็ต้องโดนนั่นแหล่ะ  อยากไม่รักษาของตัวเองให้ดีเอง....." น้องจิ้นบ่นพึมพำ ยอมรับความผิดที่ตัวเองก่อขึ้นโดยดุษฎี...."แต่พรุ่งนี้จิ้นจะไปลองหาดูอีกที  เผื่อเพื่อนเก็บได้แล้วเอาไปฝากคุณครูไว้....."
วันนี้เราล้างจานสะอาดเป็นพิเศษค่ะ เพราะล้างไปคุยไป...ใช้เวลานานมาก  แต่เป็นเวลาชั่วประเดี๋ยวเดียวสำหรับการสอนให้ลูกรู้จัก "รับผิดชอบ" ในสิ่งที่ตัวเองได้กระทำลงไป
จนถึงเวลานี้ คดีนี้ก็ยังไม่ได้ชำระความค่ะ  พี่เม่ยก็ลุ้นให้น้องจิ้นไปหาแว่นที่โรงเรียนอีกครั้งหนึ่งก่อน.....ขอให้หาพบเถอะนะ....
ไม่งั้นต้องตัดแว่นใหม่....คุณแม่คนนี้ต้อง รูดปรื๊ด! รูดปรื๊ด! อีกตามระเบียบค่ะ