จดหมายถึง มิเกล เด เซบาสเตส  

27 กุมภาพันธ์ 2549                  

สวัสดีสำหรับแรงบันดาลใจยิ่งใหญ่

ที่คุณได้เขียนไว้ให้กับผู้คนมากมาย ซึ่งเฝ้าถามไถ่ถึงคำถามในชีวิต  โดยเฉพาะคำถามบางอย่างที่คล้ายคลึงกับสิ่งที่คุณเคยถามตัวเอง ขณะที่คุณอยู่ในคุก จนกระทั่งสามารถตอบบางสิ่งบางอย่างให้เกิดขึ้นได้ในช่วงชีวิตของคุณ คุณได้ตอบเรื่องราวเหล่านั้น ผ่านข้อเขียนอันยิ่งใหญ่ แม้ว่าชีวิตของคุณอาจไม่ได้รับรู้ถึงความสำเร็จอันมากมายนั้นก็ตาม

แต่หลังจากนั้นนับร้อยปี ผู้คนต่างเฝ้าอ่านสิ่งที่คุณเขียนสิ่งที่คุณคิด ด้วยความชื่นชม โดยอย่างน้อยผมก็เป็นคนหนึ่งที่หลงใหลงานเขียนชิ้นเยี่ยมชิ้นนี้ของคุณ                   

จะว่าไปแล้ว ก็อาจพูดได้ไม่เต็มปากนัก ว่าได้มีโอกาสอ่านงานเขียนที่ยิ่งใหญ่ของคุณ เพราะคุณดันเขียนงานชิ้นนี้ด้วยภาษาสเปน  ซึ่งผมไม่สามารถอ่านได้ เพียงแต่สิ่งที่คุณได้เขียนไว้นั้น สร้างให้คนมากมายเกิดแรงบันดาลใจที่อยากแปลงานเขียนของคุณเป็นภาษาต่างๆ ไม่นับภาษาอังกฤษที่ผมเคยได้อ่านบ้าง เป็นบางหน้าบางแผ่นหรือเพียงบางข้อความ

แต่สำหรับสิ่งที่คุณได้สร้าง ไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจกับผู้คนมากมายแล้ว เพื่อมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ ด้วยข้อความที่ได้แปลมาเป็นภาษาไทย ว่า                  

ผมอยู่มาเกือบห้าสิบปีแล้ว ผมได้เห็นชีวิตอย่างที่มันเป็น เห็นความเจ็บปวด ทุกข์ยากหิวโหย ...มันเป็นความโหดร้ายเกินกว่าจะทำใจให้เชื่อได้ ผมได้ยินเสียงคนเมาร้องเพลงดังมาจากร้านขายเหล้า ได้ยินเสียงครวญครางดังมาจากกองขยะข้างถนน ผมเคยเป็นทหาร และได้เห็นเพื่อนล้มลงในสนามรบ... หรือไม่ก็ค่อยๆ ตายลงไปทีละน้อยอย่างทรมาน ผมเคยโอบพวกเขาไว้ในอ้อมแขน เมื่อวาระสุดท้ายมาถึง คนเหล่านี้ล้วนมองชีวิตอย่างที่มันเป็น กระนั้นก็ตายอย่างสิ้นหวัง ไม่เคยรู้จักความรุ่งโรจน์ ไม่เคยเอ่ยคำอำลาโลกอย่างกล้าหาญ... มีแต่ดวงตาที่เต็มไปด้วยความสับสน เฝ้าสะอึกสะอื้นถามว่า  ทำไม ž  

เขาคงไม่ได้ถามว่า ทำไมเขาต้องตาย หากปรารถนาจะถามว่าทำไม จึงต้องมีชีวิตอยู่ด้วยเล่า... ในเมื่อชีวิตนั้นเองคือความบ้า ใครจะบอกได้ว่าความวิกลจริตมันอยู่ตรงไหน บางทีการพยายามปรับตัวให้เข้ากับโลกที่เป็นอยู่นั่นแหละคือความบ้า การยอมล้มเลิกความใฝ่ฝันสิอาจเป็นความบ้า การไขว่คว้าหาดวงแก้วในที่ซึ่งมีแต่สิ่งปฏิกูล

การพยายามเหนี่ยวรั้งสติสัมปชัญญะไว้ในโลกของเหตุผลนั่นแหละ คือความวิกลจริต และที่สุดของความบ้าทั้งปวงคือการมองชีวิตอย่างที่มันเป็น แทนการมองชีวิตอย่างที่มันควรจะเป็น...                     

งานชิ้นนี้ได้แปลต่อเนื่องจากเนื้อหาของบทละครบรอดเวย์ จากแรงบันดาลใจที่นักเขียนบทละครได้รับ หลังจากการอ่านงานเขียนของคุณ จนนำมาสู่การสร้างสรรค์ผ่านงานศิลปะการแสดง และหลังจากนั้นก็เกิดแรงบันดาลใจในการแปลผลงานของคุณจากเนื้อหาบทละครภาษาอังกฤษ มาสู่บทละครภาษาไทย ที่ใช้ชื่อว่า สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ หนังสือบทละครภาษาไทย ที่ผมได้มีโอกาสอ่านวนกลับไปกลับมาหลายรอบ ผลงานของคุณได้ทำให้ผู้คนมากมาย วนเวียนอยู่กับตัวเอง และจมดิ่งเพื่อค้นหาคำตอบในใจ ถึงบางสิ่งที่หลุดหายไปพร้อมกาลเวลา จากวันวานที่เราเคยผ่านคำตอบของการเรียนรู้แบบเด็กๆ สู่ความทุกข์ในคำตอบของผู้ใหญ่                  

คุณเชื่อไหมว่าจนถึงวันนี้ งานเขียนภาษาสเปนของคุณ ที่แปลไปมากมายหลายภาษาทั่วโลก กลับยังไม่ได้มีการแปลเป็นภาคภาษาไทยเลย หรืออาจแปลได้เพียงครึ่งๆกลางๆ จากหลายครั้งที่มีข่าวคราวมาว่า ปัญญาชน นักวิชาการ นักกิจกรรมและอาจารย์มหาวิทยาลัยหลายคน พยายามจะแปลงานเรื่องดังกล่าวให้ออกมาเป็นรูปเล่ม เพื่อถ่ายทอดความงามมากมายในข้อเขียนของคุณ

แต่จนแล้วจนรอดจนกระทั่งวันนี้ งานเขียนของคุณก็ยังไม่มีใครกล้าหาญชาญชัยพอที่จะถ่ายทอดออกได้มา บ้างก็มีเสียงบ่นมาว่า งานของคุณเป็นงานอมตะ จนยากที่ใครจะก้าวผ่านปริศนาที่อยู่ในข้อเขียนของคุณได้ สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงสร้างกำแพงในใจให้คนที่อาจหาญมาแปลงานเขียนของคุณต้องพลอยหวาดกลัว จนไม่กล้าแม้แต่จะแย้มความจริงในเรื่องราวเหล่านั้นให้ออกมา เพื่อถ่ายทอดความหมายบางอย่างต่อผู้คน แต่ยังเป็นมนต์เสน่ห์ในงานเขียนของคุณ ที่สามารถสร้างให้ผู้คนประทับใจและหวาดกลัวพร้อมกันไป ในแต่ละพลังจากการเขียนของคุณได้ในเวลาเดียวกัน                  

แต่คุณอย่าพึ่งน้อยใจนัก เพราะว่างานเขียนของคุณ ได้มีคนแปลเป็นเรื่องราวผ่านเนื้อหา และรูปเล่มของนิทานเด็ก และแปลเป็นภาษาไทยมานานหลายสิบปีแล้ว เพียงแต่ว่าอาจไม่ลึกซึ้งในข้อถกเถียง และรูปประโยคในงานเขียนของคุณมากนัก หรือกระทั่งว่า ไม่ได้รับความชื่นชอบจากแวดวงคนอ่านวรรณกรรมในสังคมไทย

แต่สิ่งที่ถ่ายทอดเป็นนิทานเหล่านั้น ก็น่าจะดีกว่า เพราะผมคิดว่า สิ่งที่คุณพยายามบอกผู้คน ถึงความงดงามของโลก และความงดงามในจิตใจ ควรจะเป็นสิ่งที่ปลูกไว้ในใจเด็กน้อยมากมาย หรือเพียรสร้างความประทับใจให้เกิดขึ้นในใจเพื่อรอวันคืนของการเติบโต เพื่อที่วันหนึ่งเด็กเหล่านั้นจะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่จิตใจอ่อนโยน และมองโลกด้วยความงดงามอย่างที่ควรจะเป็น มากกว่ามองโลกด้วยความทุกข์ทรมานอย่างที่เป็นอยู่ และเรื่องราวที่อาจทำให้คุณอาจภาคภูมิใจขึ้นไปอีก ก็คืองานเขียนของคุณที่จัดทำเป็นหนังสือนั้น กลายเป็นเครื่องราชบรรณาการและเครื่องกำนัลที่มีมูลค่า จากกษัตริย์แห่งราชอาณาจักรแห่งสเปน ซึ่งมอบให้กษัตริย์แห่งราชอาณาจักรไทยในคราวที่มาเยือนประเทศไทย                   

คุณอย่าพึ่งแปลกใจ หากมีใครบอกคุณว่า สิ่งที่คุณได้ทำไว้ผ่านงานเขียนของตัวคุณเอง ได้สร้างให้เกิดจินตนาการมากมาย อย่างน้อยก็มีคนเอางานของคุณไปเปลี่ยนมุมมองบางอย่าง เพื่อรับใช้อำนาจรัฐ หรือเพียงเพื่อบอกให้คนอื่นคิดว่า ความใฝ่ฝันอันยิ่งใหญ่สูงสุดที่คุณเขียนไว้นั้น อยู่ที่การสร้างความดีต่อรัฐ มากกว่าการสร้างความดีต่อผู้คนโดยทั่วไป บางทีผมอาจมองในแง่ร้ายมากเกินไป เพราะคุณเองอาจบอกว่า ความดีจากแววตาและสายตาที่มองโลกอย่างที่มันควรจะเป็น สามารถใช้ได้กับทุกเรื่องราวที่เป็นแรงบันดาลใจในตัวตนของมนุษย์   มากกว่าที่จะมานั่งจำกัดความเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง                   

แต่บางครั้งผมก็รู้สึกไม่ค่อยพึงพอใจนัก เพราะคิดว่าการสร้างให้ตัวละครอันยิ่งใหญ่ของคุณโลดแล่น ล้วนอยู่บนพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ เพื่อก้าวย่างไปสู่สิ่งที่ดีงามร่วมกับผู้คน ไม่ใช่การก้าวย่างไปสู่การสร้างสิ่งดีงามให้กับรัฐ และอำนาจแห่งรัฐ ที่บ่อยครั้งก็สร้างมนุษย์หยาบคายมากมายในโรงแรมเล็กๆขึ้นมา เพื่อกดขี่ดูถูกเจ้าหญิงแห่งดัลซีเนีย หรือสร้างเรื่องให้ปีศาจเป็นกังหันลม  ที่คอยแอบทำร้ายทำลายผู้คนในยามเผลอ ไม่เพียงแต่สิ่งที่คุณต่อสู้มา ภายใต้ข้อเขียนของคุณจะชัดเจน ตรงประเด็นและเย้ยหยันได้อย่างเจ็บแสบ สิ่งที่คุณพยายามบอกถึงคุณค่าแห่งการต่อสู้ และความไม่จำนนเมื่อเผชิญหน้าอุปสรรค คือหนึ่งในสิ่งที่คุณอาจหลงลืม

เท่ากับที่ผมคิดว่า คุณตั้งใจให้เรามองเห็นถึงโศกนาฏกรรม และโชคชะตาแห่งชีวิตผู้คน เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย หากต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจที่จะเลือกกระทำ ด้วยความกล้าหาญในวิญญาณแห่งมนุษย์                  

ทุกวันนี้ผมอยากบอกกับคุณว่า มายาภาพจากการสร้างสรรค์ของคุณ ได้รับการเชื่อมโยงถึงความโง่บางอย่างที่อยู่ในใจผู้คน โดยอย่างน้อยในวันนี้ผมก็พบว่า ความกล้าหาญชาญชัยที่คุณพยายามกระทำ เพื่อให้ผู้คนทั่วไปได้รับรู้ถึงตัวตนของปีศาจแห่งกังหันลม ว่ามีรูปร่างลักษณะเช่นไรนั้น ก็เป็นเพียงความคิดบางอย่างที่เชื่อมโยงให้คนแข็งแรงกว่าในสังคม พยายามนำผ้าคลุมของกังหันลมมาครอบตัวตนของปีศาจไว้ ในยามที่ใครจะแลเห็นได้ มันเจ็บปวดมากกว่าตอนที่คุณสร้างให้พระเอกของคุณต้องเผชิญหน้า กับอัศวินกระจกเป็นไหนๆ                   

ผมชื่นชมสิ่งที่คุณพยายามสร้างสรรค์ให้กับโลกและผู้คน ผมคิดว่า สักวันหนึ่งถ้ามีโอกาสนั่งสัมภาษณ์คุณ เพื่อทำเป็นข่าว บทความ  ข้อเขียนสารคดี หรือบทสัมภาษณ์ดีๆสักชิ้น ผมจะพยายามถามคุณ ถึงความหมายในความรักที่ซ่อนอยู่ในงานเขียนของคุณ เพื่อให้คุณนั่งทบทวนและบอกกล่าวความใฝ่ฝันในรัก ที่เกิดขึ้นในใจคุณ ว่าคุณได้แอบเชื่อมโยงถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านั้น มาสู่ตัวตนของพระเอกในข้อเขียนของคุณมากน้อยเพียงใด หรือสิ่งที่คุณพยายามเขียนนั้น ไม่ได้สร้างความจริงอะไรมากมาย นอกเหนือไปจากข้อเขียนที่ตอกย้ำความเจ็บช้ำที่เกิดขึ้นในใจคุณเองเท่านั้น                  

 ผมอาจจะโหดร้ายเกินไป สำหรับนักเขียนในดวงใจของตัวเอง ถ้าต้องถามคำถามที่ทิ่มแทงใจเขา แต่ผมเองก็รู้สึกว่า สิ่งเหล่านี้เป็นปริศนาในชีวิตของคุณ ประวัติชีวิตคุณไม่ได้ถูกเล่าขาน ด้วยความงดงามของความรักแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำหลายครั้งหลายคราในชีวิตคุณ ที่เผชิญหน้ากับความโหดร้ายและเจ็บปวดของสงครามศาสนา ท่ามกลางเพื่อนร่วมรบที่ล้มตายรอบตัวคุณ จากความเป็นทาสในคุกแห่งสงคราม และจากโลกอันโหดร้ายภายใต้ศาสนจักรอันยิ่งใหญ่ทั้งสอง ที่ทำให้คุณต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายของโลก ผมยังไม่เห็นคำกล่าวใด จะพูดถึงแง่มุมอันงดงามในความรักของคุณเลยแม้แต่น้อย สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมสงสัยมากว่า คุณมีโลกด้านที่งดงามได้อย่างไร ในท่ามกลางแห้งแล้งของหัวใจและความโหดร้ายของชีวิต                   

สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นจากข้อเขียนของคุณ คือความงามที่ปรากฏอยู่ในหัวใจของนักรบ ที่ผ่านความโหดร้าย และผ่านจิตวิญญาณแห่งความเจ็บปวดสูญเสีย จนกระทั่งก้าวสู่การเป็นนักรบทั้งตัวตนและจิตวิญญาณ  ที่เกิดขึ้นในแทบทุกวัฒนธรรมของชนชั้นนักรบทั่วโลก ที่ต่างสอนสั่งถึงคุณค่าแห่งนักรบอันแท้จริง ที่อ่อนโยน เปี่ยมด้วยความรัก เรียนรู้ความงดงามของโลก และผู้คนรอบข้าง มากกว่าเพียงความหยาบกร้าน กระด้าง และพร้อมที่จะใช้ความรุนแรงเข้าประหัตประหาร สิ่งที่คุณถ่ายทอดด้วยตัวตนของนักรบหรืออัศวิน เป็นสิ่งที่ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะพบว่า คุณอาจกลายเป็นเพียงผู้ชายหลงยุคในปัจจุบัน ในท่ามกลางโลกที่เรื่องราวของชื่อเสียง เงินทอง เกียรติยศจากยศถาบรรดาศักดิ์เป็นสิ่งที่ได้รับการยกย่อง และต้องประกาศก้องให้ดังๆ มากมายกว่าความยิ่งใหญ่ในใจ ด้วยความสงบจากสายตาที่เข้าใจโลกเบื้องหน้า และตัวตนแห่งความมนุษย์ที่งดงาม สุขุม ละเอียดอ่อน ซึ่งพร้อมด้วยความอ่อนโยนต่อผู้คนและโลก                  

ผมหวังว่าการเดินทางเพื่อค้นหาโลกอันงดงามของคุณ จะเป็นสิ่งที่ต่อเนื่องเชื่อมโยงกันไปอยู่เสมอ พร้อมๆกับการเดินทางไกลในแง่จิตวิญญาณ ที่ไม่แตกดับในตัวตนของคุณ หรือในแต่ละตัวตนของมนุษย์ที่คุณได้มีโอกาสเปลี่ยนผ่าน วันนี้ผมคิดว่า ความใฝ่ฝันของคุณจากการสร้างอัศวินผู้กล้าหาญขึ้นมาหนึ่งคน ได้ทำให้ผู้คนมากมายในโลกนี้ รู้สึกถึงความฝันอันแท้จริงในตัวตนของมนุษย์ สร้างให้ผู้คนยังไม่หลงลืมคุณค่าแห่งความดี  ความหมาย และความงามของความดี  เท่ากับที่เรียนรู้ว่า ยังมีพื้นที่แห่งความดีปรากฏขึ้นได้เสมอ หากผู้คนยังใฝ่หา                   

ผมหวังว่าเรื่องราวจากการเดินทางของคุณ และการสร้างสรรค์งานเขียนที่ยิ่งใหญ่ จะเป็นคำตอบให้กับตัวตนของคุณ เป็นเสมือนดั่งลายมือที่จารึกห้วงความคิด ในตัวตนของคุณ ในโลกแห่งความจริงและโลกแห่งความฝัน ที่คุณพยายามจะสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้น         

แม้ว่าผมจะหลงใหล และหลงรัก ดอน กีโฆเต้ นักรบยิ่งใหญ่ อัศวินแห่งลามันช่า มากมายเพียงใด แต่ผมก็อดที่จะชื่นชมคุณไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นทุกครั้งที่คิดว่า คุณเป็นผู้เขียนและถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ แต่ผมกลับรู้สึกทุกครั้ง ในฐานะคนที่ชื่นชอบการเขียนว่า คุณเองนั่นแหละคือตัวแทนบางอย่าง ที่ถ่ายทอดเรื่องราวลงไปสู่ตัวตนของชายแก่ร่างผอมสูง ที่มีความฝันและความวาดหวังอันยิ่งใหญ่ต่อโลก ในทุกครั้งที่ผมคิดถึงคุณ ผมคิดว่า คุณคือ ดอน กีโฆเต้ ที่พยายามจำลองตัวตนของคุณเอง ใส่ไว้ในบุรุษแห่งลามันช่า ผมคิดเช่นนั้น                  

หวังว่าวันหนึ่งผมจะได้มีโอกาสสัมภาษณ์ ถึงตัวตนที่แท้จริงของคุณ พูดคุยแบบสองต่อสอง ภายใต้ความมุ่งมั่นของผมที่อยากจะฉายภาพ และนำเสนอตัวตนที่แท้จริงของคุณออกมา  หลังจากที่ผมทำการบ้านและทำเนื้อหาเพิ่มเติมไว้ก่อนการพูดคุย ด้วยการอ่านหนังสือของคุณในภาคภาษาอังกฤษให้จบ และวนกลับมาอ่านหลายรอบมากขึ้นเพื่อค้นหาจุดบกพร่อง รวมทั้งพิจารณาข้อสังเกตจากการเขียนของคุณ ที่ทิ้งรอยบางอย่างไว้  และสุดท้ายผมยินดีที่ได้มีโอกาสรู้จักคุณ  

มิเกล เด เซบาสเตส  

คิดถึงเสมอ