“’งานวิจัยกับชีวิตประจำวัน”
“คำถามการวิจัย”
วันนี้ 3 สิงหาคม 2549 ท่าน ผศ.ดร.อริยาภรณ์
พงษ์รัตน์ อาจารย์ผู้สอนวิชาระเบียบวิธีวิจัย ถามผมว่า “อุทัย”
คุณรู้ไหมว่าการวิจัยคืออะไร ?
ผมสะดุ้งตกใจอย่างมากเนื่องจากผมเข้าห้องเรียน Late กว่าเพื่อนทุกคน
จึงอ้ำๆ อึ้งๆ แล้วตอบอาจารย์ไปว่า

อาจารย์ครับการวิจัยนั้นผมคิดว่าอย่างนี้ครับ : เป็นกระบวนการศึกษา
ค้นคว้า สังเกต และการหาคำตอบในสิ่งที่เราต้องการอยากรู้
ทั้งในเรื่องที่เป็นเรื่องเก่า และเรื่องใหม่อย่างเป็นระบบ
ซึ่งทั้งนี้อาจจะมีทั้งอุปกรณ์หรือไม่มีอุปกรณ์
มีทั้งการทดลองและไม่ทดลองก็ได้ขึ้นอยู่กับเรื่องนั้นๆ
และสุดท้ายอาจารย์ก็บอกว่าใช่ เป็นคำตอบที่ถูก

“มุมมองการวิจัย”
เมื่ออาจารย์บอกว่าคำตอบในทำนองนี้ไม่ผิดผมจึงเอะใจขึ้นมาทันทีว่า
เอะถ้าอย่างนั้นในการดำเนินชีวิตประจำวันของคนเราก็ถือว่าเป็นการวิจัยอย่างหนึ่งเช่นกัน
เนื่องจากในธรรมชาติของคนเราแล้วมักจะทำในเรื่องที่ถ้าทาย
และเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกร
ที่มีทั้งการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์อยู่ทุกวัน
อีกทั้งดำเนินการมาอย่างยาวนานตลอดอายุไขของตนเอง
มีการลองผิดลองถูกในกระบวนการประกอบอาชีพอยู่ตลอดเวลา
มีทั้งการเฝ้าสังเกต การบันทึกรายละเอียด
อีกทั้งคลุกคลีกับงานที่ตนเองดำเนินการอยู่อย่างมาก
บางคนอาจจะอยู่ด้วยตลอด 24 ชั่วโมงก็ว่าได้
ซึ่งมากกว่านักวิชาการบางกลุ่มที่บอกว่าตนเองเป็นนักวิจัย
(Researcher)
ถ้าเปรียบเทียบกับเกษตรกรแล้วอาจจะบอกได้ว่าเป็นนักวิจัยบางเวลา (Part
time ) เพียงแต่ว่าตัวเกษตรกรเองอาจจะขาดรายละเอียดบ้างในบางจุด
ถ้าหากเราได้มีการให้ข้อมูลแนะนำวิธีการอย่างถูกต้องผมเชื่อว่านี่แหละครับนักวิจัยตัวจริง
และมีความน่าเชื่อถืออย่างมากในข้อมูล
ขอบคุณครับ
อุทัย อันพิมพ์
3 ส.ค.49
ถ้าหากเอาแนวทางการทำวิจัยของนักวิจัยมาใ้ช้กับเกษตรกร ก็คงจะเป็นอย่างที่คุณอุทัยว่าครับ แต่เกษตรกรนั้น เป็นงานวิจัยที่ดำเนินไปโดยไม่มีวันสิ้นสุด วันกำหนดส่ง กำหนดสอบ และกำหนดจบหลักสูตร เหมือนนักศึกษาระดับปริญญา หรือโครงการวิจัยของนักวิจัยทั้งหลาย ที่มีขอบเขตการทำงานและระยะเวลาที่ชัดเจนแน่นอนครับ
ในบางครั้ง ข้อมูลและคำแนะนำของนักวิจัยในสถาบันต่างๆ ก็ใช่ว่าจะเหมาะสมกับพี่น้องเกษตรกรนะครับ เห็นงานวิจัยหลายชิ้นนั้น มีการควบคุมตัวแปรต่างๆ เพื่อผลการวิจัยที่ถูกต้อง ไม่ีมีอิทธิพลของปัจจัยอื่นๆต่อผลการวิจัย แต่การทำงานของพี่น้องเกษตรกรมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้องนะครับ
คุณอุทัยพูดถูกแล้ว ผมเคยพบเกษตรกรที่เป็นนักวิจัยที่สมควรรับรางวัลโนเบลด้วยซ้ำ แถวอีสานเรานี่แหละ น่าทึ่งมาก เขาวิจัยมาเยอะตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย เพียงแต่ไม่มีดัชนีขี้วัดเป็นจำนวนเปเปอร์เท่านั้น การเสนอผลงานวิจัยก็ต้องเสนอเงื่อนไขของการวิจัยด้วยเสนอแต่ผลเปรียบเทียบกันโดยตรงไม่ได้ สภาพไร่นาเกษตรกรและสภานีวิจัยก็แตกต่างกัน
เห็นด้วยครับ ทุกคนเป็นนักวิจัยทั้งนั้น ต่างกันที่ใครวิจัยเรื่องอะไร ลึกแค่ไหน ชัดแค่ไหน เท่านั้นแหละ