สิ่งที่ผมค้นพบกับตัวเองอย่างหนึ่งก็คือ ความสุขอยู่ในตัวเรา เราคือเงื่อนไขหลักๆในการ “สร้างสุข” และเมื่อเราค้นพบได้ว่า สุขอยู่ในตัวเรา เราก็เห็นความสุขที่รายล้อมตัวเราไปด้วย สุขง่ายๆ

 

ผมยังรู้สึกเขินอยู่เลยครับ ที่หลายคนถามว่าทำไมถึงดูมีความสุข และทำอย่างไรถึงให้มีความสุข?

ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้คนเหล่านั้นสอบถามผมก็คือ สถานะ(Status) ที่ผมโพสลงไปบน Facebook บอกว่าผมคิดอะไรอยู่และผมทำอะไรอยู่ 

แน่นอนว่าผมอาจโพสสิ่งที่ไม่ตรงกับความรู้สึกจริงๆก็ได้ หรือ แกล้งให้เห็นว่าผมกำลังมีความสุข แม้ความจริงมันทุกข์ขนาดไหนก็ตาม

-----------------------------------------------------------------------------------------

คุณเเม่ ผม เเละเเมว...(ขอบคุณช่างภาพ อ.wasawat demarn)

--------------------------------------------------------------------------------------

แต่ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่า นอกจากการรับรู้ผ่านข้อความออนไลน์ ผู้อ่านสามารถจับความรู้สึกผ่านตัวอักษรได้ ทุกช่องไฟมีความหมาย และสัมผัสได้ว่า คนๆหนึ่งเขาสุขอย่างไร?

ผมเองก็ใช้ Social network นี่หละครับในการศึกษาและเฝ้าดูผู้คน  เรียนรู้จนสรุปกับตัวเองได้หลายประเด็นว่า

สุข ทุกข์ ขึ้นอยู่กับ


  • วิธีคิด (Concept) และ มุมมอง (view) หากเรามีทัศนะที่ผิดพลาด มีทัศนะที่เป็นลบต่อสิ่งที่อยู่รอบตัว อารมณ์ความรู้สึกเชิงลบก็จะเป็นฝ่ายขึ้นนำ และมีแนวโน้มสูงที่ผู้ใช้ Social network จะเผลอระบายสิ่งที่คิดออกมาผ่านสถานะที่เป็น Real-time
  • ความอ่อนไหวของอารมณ์ สภาพจิตใจที่ไม่เข้มแข็งเพียงพอ วุฒิภาวะทางด้านจิตใจที่ยังอ่อนแอ พร้อมที่ไหวเอนไปกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นใหม่ๆตลอดเวลา เช่น สุขมากไป เศร้าเกินไป ไม่ค่อยมีอารมณ์ที่พอดี
  • ประสบการณ์และวัยที่ล่วงผ่าน  มีผลต่อความสุข ทุกข์ ของคนเราค่อนข้างมาก ผู้ที่มีประสบการณ์อาจจะตั้งคำถามกับเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ พร้อมกับเข้าใจมันอย่างช้าๆ ในขณะที่ผู้ที่อ่อนประสบการณ์ตัดสินใจด้วยความรู้สึกสุดโต่ง โดยใช้อารมณ์เป็นตัวนำ
  • การเผลอ หรือ หลงไปชั่วครั้งชั่วคราว หากตั้งสติไม่ดีกับสิ่งที่มากระทบ ปฏิกิริยาการตอบสนองมักรุนแรงและฉับพลัน จากนั้นอาจถอยกลับมาคิดใหม่ กรณีนี้เกิดขึ้นบ่อยสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ และมีสติแต่ขาดการยั้งคิด ความเร็วของอารมณ์ที่พลั้งเผลอมีอนุภาพมหาศาล จึงควรระมัดระวัง

 

มีคำถามต่อไปว่า เราจะสุขได้อย่างไร?

ผมก็อาจตอบไม่ได้เต็มปากเต็มคำนัก เพราะผมกำลังพยายามพัฒนาตัวเองเช่นกัน ผมมองว่านอกจากที่ต้องระมัดระวังกับเงื่อนไขที่ผมกล่าวมาข้างต้นแล้ว

“ปัญญาและขันติ” เป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่งที่เราต้องฝึกฝน ปัญญาช่วยให้เราคิดโดยแยบคาย “โยนิโสมนสิการ” ปัญหาช่วยในการแปรเปลี่ยนทุกข์เป็นสุขได้ เปลี่ยนขยะเป็นปุ๋ยก็ได้ 

และความอดทน ก็เป็นคุณสมบัติหนึ่งที่ทำให้เราได้เรียนรู้และได้พบกับความสุขปลายทางได้ ผมลองคิดถึงช่วงที่ไปเที่ยวภูชี้ฟ้า ต้องตื่นแต่เช้าท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บ เดินขึ้นภูฝ่าหมอกหนา กายสั่นสะท้านแต่ใจมุ่งมั่นอยากเห็นพระอาทิตย์ยามเช้า และเมื่อได้สัมผัสสมใจ ภาพที่พระอาทิตย์กำลังลอยขึ้นจากภูเขาฟากตรงข้าม เป็นภาพที่น่าประทับใจ เพราะความอดทนของเราจริงๆ ทำให้เราได้เห็นสิ่งที่เราต้องการ แม้ว่าระหว่างทางเราข้ามฝ่าอุปสรรคมากมาย โดยเฉพาะอุปสรรคที่อยู่ในตัวเรา ที่ต้องต่อสู้กับความไม่สุขสบาย...ต้องรู้จักอดทนให้เป็น แล้วจะพบกับความสุข

สิ่งที่ผมค้นพบกับตัวเองอย่างหนึ่งก็คือ ความสุขอยู่ในตัวเรา เราคือเงื่อนไขหลักๆในการ “สร้างสุข” และเมื่อเราค้นพบได้ว่า สุขอยู่ในตัวเรา เราก็เห็นความสุขที่รายล้อมตัวเราไปด้วย สุขง่ายๆ

“สุข ณ จุดที่ยืนอยู่”  ผมว่าแค่นี้พอแล้วหละครับ...