ใต้ฟ้าเมืองไทย

 

    

 

"ผักเบี้ยใหญ่ "  หรือ " ผักตาโก้ง "

 

 หลาย ๆ คนคงคุ้นหน้าคุ้นตากับผักเบี้ยใหญ่ หรือ ผักตาโก้ง กันดี เพราะดูเหมือนว่าผักเบี้ยใหญ่จะเป็นวัชพืชที่ไม่น่าสนใจ ขึ้นเอง รกรื้อทั้งในดินที่ค่อนข้างเค็ม หรือดินธรรมดาทั่ว ๆ ก็จะขึ้นงอกงามได้ จะเลี้อยคลุมไปตามพื้น  ต้องกำจัดทิ้งไป

 

   แต่ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ มีสองด้านเสมอ  ผักเบี้ยใหญ่แม้จะกลายเป็นวัชพืชในสายตาของชาวไร่ชาวสวน  แต่ในตัวของมันเองแล้ว มีประโยชน์อยู่มากทีเดียว

 

  ผักเบี้ยใหญ่ จัดเป็นทั้งผักและยาสมุนไพรที่ คนไทยในชนบทพื้นบ้านและคนในหลาย ๆ ประเทศรู้จักนำมารับประทานกันนานมาแล้ว  โดยนำยอดผักเบี้ยใหญ่มาทำเป็นผักน้ำพริกหรือ ผักแกงส้มกับปลาสด

 

 

    คุณป้าคนหนึ่งบอกว่า  " ต้องเอายอดผักเบี้ยไปต้มน้ำแล้วบีบน้ำออกก่อน ก่อนที่จะนำไปแกง เพราะผักเบี้ยใหญ่มักจะชอบขึ้นในที่เค็ม ๆ ถ้านำไปแกงสด ๆ จะเค็ม"  แต่ถ้าหากบริเวณที่ผักเบี้ยใหญ่ขึ้นอยู่เป็นดินทั่วไป ก็จะไม่เค็ม ยอดผักเบี้ยแกงส้มกับปลาสดกินร้อน ๆ อร่อยมาก ๆ 

 

   

 

   ผักเบี้ยใหญ่  เป็นทั้งผักทั้งยา ผักเบี้ยใหญ่จะมีเมือกลื่น ความเป็นเมือกลื่น เป็นยาระบายประเภทหล่อลื่น โดยจะทำให้การขับถ่ายสะดวกขึ้นจึงเหมาะกับคนที่เป็นโรคริดสีดวงทวารเป็นอย่างยิ่ง

 

 

     ก้านสีแดงของผักเบี้ยใหญ่บอกว่า อุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีน สารต้านมะเร็งจากธรรมชาติที่ใครๆ ก็รู้จัก นอกจากนี้ยังมีมีกรดธรรมชาติหลายชนิดโดยฉพาะวิตามินซี ดังนั้น หมอยาสมัยก่อนจึงนิยมให้กินผักเบี้ยใหญ่แก้โรคลักปิดลักเปิด แก้หวัด แก้ไอ  นอกจากนี้ ยังใช้ใบและยอดตำสด ๆ พอกห้ามเลือด ทาแก้แมลงสัตว์กัดต่อย  ใช้พอกผิวหนังที่ปวดแสบปวดร้อน หรือแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก

 

    

 

   นอกจากนี้แล้วในตำรายาจีนมีการใช้ผักเบี้ยใหญ่ รักษาเด็กหัวล้าน โดยใช้ต้นสดเคี่ยวให้ข้นแล้วทา หรือเอาทั้งต้นไปผิงไฟให้แห้งบดเป็นผงผสมน้ำมันหมูทาบริเวณที่หัวล้าน

   นอกจากหมอยาไทยใช้ใบผักเบี้ยใหญ่ในการบำบัดโรคแล้ว หมอยาหลาย ๆ ประเทศก็ใช้ประโยชน์จากผักเบี้ยใหญ่ในการบำบัดโรคต่างด้วย  เช่น  หมู่เกาะคานารี่ในประเทศอิตาลี ประเทศอินเดีย มีการใช้เป็นยาขับปัสสาวะ  เป็นต้น

 

 

มื้อเย็น แกงส้มผักเบี้ยใหญ่สักหม้อคงช่วยให้เจริญอาหารกันทั้งครอบครัว ได้ทั้งผักปลอดสารพิษได้ทั้งยาสมุนไพร  คุ้มเกินคุ้ม

..........................................

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :

http://thrai.sci.ku.ac.th/node/912

และ

ขอขอบคุณภาพประกอบสวย ๆ จาก :  google