สวัสดีค่ะทุกท่าน


ทางทีมงานเว็บไซต์ GotoKnow.org ได้รับเชิญจาก สจรส. (สถาบันการจัดการระบบสุขภาพภาคใต้) ให้เป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ "การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อการจัดการความรู้ของเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค" วันที่ 26 ม.ค. 54 ที่คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์

ทางทีมงานจึงแบ่งการบรรยายออกเป็น 2 ช่วงด้วยกันคือ

  • การจัดการความรู้

  • แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ blogger 2 ท่าน (บังหีม และครูฑูรย์)

สำหรับช่วงของการบรรยายเรื่องการจัดการความรู้นั้น อ.จันทวรรณ ได้ช่วยบรรยายและพูดถึงการจัดการความรู้ให้กับผู้เข้าร่วมฟัง บรรยากาศสบายๆ ไม่เครียด สนุกสานและได้ความรู้เรื่องการจัดการความรู้ที่ถูกต้องไปอีกด้วย ชมภาพบรรยากาศค่ะ

ครูฑูรย์  บังหีม อ.จันทวรรณ

 

ด้วยกลุ่มเป้าหมายที่มาในวันนี้คือกลุ่้มคนทำงานด้านสาธารณสุข ด้านคุ้มครองผู้บริโภค และมั่นใจว่าผู้เข้าร่วมงานครั้งนี้มีความรู้ ประสบการณ์จากงานที่ทำอย่างมากมาย บางท่านอาจจะทำ km โดยไม่รู้ตัว บางท่านเข้าใจเรื่องการทำ km ให้เนียนไปกับงานมากขึ้น และบางท่านอาจจะเห็นความสำคัญของ km และกลับไปทำในหน่วยงาน องค์กรด้วย ความรู้ที่ไม่ได้ถูกถ่ายทอด ไม่ได้่ถูกจัดเก็บ สักวันหนึ่งความรู้เหล่านั้นจะหายไป แต่ถ้าหากว่าความรู้เหล่านั้นของทุกท่านถูกแบ่งปันผ่านการเขียนเรื่องราวลงในบล็อก บันทึก ก็จะเป็นประโยชน์กับตัวของท่านเองและแน่นอนว่าเป็นประโยชน์กับผู้อ่านด้วย

 

 

ในช่วงของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นั้น ทางทีมงานได้รับเกรียติจาก blogger ทั้ง 2 ท่านคือ บังหีม หรือ วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--และ  ครูฑรย์ มาร่วมพูดคุยถึงแรงบันดาลใจ จุดเริ่มต้นของการเขียนบล็อกค่ะ

 

บังหีมเล่าว่า ได้มานานทำงานกับชุมชนก่้อนหน้าที่จะเข้ามาใน gotoknow นั้นได้แลกเปลี่ยนกับชาวบ้าน ไ้ด้ลงพื้นที่ไปพูดคุยกับชาวบ้านในชุมชนทุกอาทิตย์ นำความรู้ต่างๆมาแลกเปลี่ยนกัน ลงไปทำด้วยใจ วันหนึ่งรู้จักกับ gotoknow พยามยามเรียนรู้ที่จะเขียนจากการเขียนลงบนกระดาษก่อน หลังจากนั้นลงทุนซื้อคอมพิวเตอร์เพื่อมาเขียนบล็อก และไปเรียนคอมพิวเตอร์เพิ่มเ้ติม ณ วันนั้นจึงถึงวันนี้ บังหีมมีบันทึก 400 กว่าบันทึก มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในบันทึกกับ blogger มากมาย มีเครือข่ายที่กว้างขึ้น มีเพื่อนเพื่อน มีมิตรภาพ

 

ครูฑูรย์ได้ทำงานกับชุมชนมาเป็นเวลาหลายสิบปี มีความรู้ ประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับชุมชนมากมาย ปัจจุบันครูได้เป็น ผอ.วิทยาลัยภูมิปัญญาชุมชน ครูมีความรู้จากการทำตาลโตนดที่ีศึกษามาร่วม 30 ปี และ้เรื่องภูมิปัญญาพื้นบ้านต่างๆ ด้วยจิตอาสา ใจสาธารณะ (ครูเรียกว่า อาด)ที่อยากจะทำ อยากจะไปหาความรู้จากชุมชนและทำงานเพื่อชุมชน ครูบอกว่าสิ่งที่ครูทำเรียกได้ว่าเป็นการจัดการความรู้ ครูตั้งชื่อการจัดการความรู้ในความคิดครูว่า "การเรียนรู้แบบดุ๊กดิ๊ก" เพราะการจัดการความรู้มีอยู่ในทุกๆที่ อยู่ในงานที่ครูทำ และอยู่ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เรื่องที่ยากเลยสำหรับการเรียนรู้แบบดุ๊กดิ๊ก ครูฑูรย์มีเรื่องเล่ามากมายจากประสบการณ์ที่อยากจะถ่ายทอดผ่านทางบล็อกให้สมาชิกได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยน ด้วยความที่ครูเป็นมือใหม่ยังไงเราจะเอาใจช่วยครูสำหรับการเขียนบันทึก และการใส่ภาพนะค่ะ

 

บังหีมและครูได้มีเทคนิคของการเขียนบันทึก คือ

  • อยากเขียน อยากเล่า ใจมาก่อน

  • ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย

  • หัดเป็นคนขี้สงสัย

  • เขียนด้วยภาษาแบบบ้านเรา (เนื่องจากทั้ง 2 ท่าน เป็นคนใต้โดยกำเนิด ในบันทึกของทั้ง 2 ท่านจะมีภาษาใต้ปนอยู่ เพื่อเผยแพร่และรักษาวัฒนธรรมใต้ให้คงอยู่ และอยากให้ผู้อ่านได้้เรียนรู้ภาษาถิ่นบ้านเรา)

  • รู้ให้ชัดว่าจะเขียนอะไร มีเรื่องที่จะเขียนอย่างชัดเจน เขียนตามธรรมชาติ

  • ผลัดกันเขียน เวียนกันอ่าน วานกันชม

 

 

ทั้งสองท่านได้ให้กำลังใจผู้เข้าร่วมในการฟังบรรยายครั้งนี้ และหวังว่าเมื่อท่านได้รับฟัังแล้วจะเกิดแรงบันดาลใจเป็นแรงผลักดันที่อยากจะถ่ายทอดเรื่องราวประสบการณ์ดีดี หรือข่าวสารจากงานคุ้มครองผู้บริโภคส่งตรงถึงผู้อ่าน ถึงประชาชนทุกคน

 

 

ทางทีมงานขอขอบคุณ blogger ทั้งสองท่านเป็นอย่างมากสำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ : )