ช่วงเดือนมิถุนายน - ต้นกรกฎาคม ๒๕๔๙ สังคมไทยมีไข้ฟุตบอลเวิร์ลคัพระบาด     ผมไม่ติดโรคนี้   ถือเป็นคนผิดปกติ

        ผมเป็นคนขวางโลก     ภรรยาและคนใกล้ชิดรู้ดี    คือไม่ค่อยจะทำอะไรตามกระแส     หรือบางกรณีต่อต้านกระแสด้วยซ้ำ     แต่เป็นการต่อต้านเงียบๆ ทำนองดื้อแพ่ง     นิสัยนี้คงจะทำให้ผมโดนเฆี่ยนทุกวันตอนเป็นเด็ก

       ดังนั้นเมื่อมีกระแสบ้าบอล ผมก็ต่อต้าน     แต่เป็นการต่อต้านภายในตนเอง ไม่ได้โวยวายกับใคร      ผมถามตัวเองว่าทำไมคนเราจะต้องอาศัยปัจจัยภายนอกมาทำให้เรามีชีวิตที่ตื่นเต้น ตื่นตัว      เราจัดของเราเองไม่ได้หรือ     ผมหาวิธี "เล่นมหรสพ" ภายในใจของตัวเอง      โดยเล่นอยู่ในชีวิตประจำวันนี่เอง      ผมบอกตัวเองว่าเราโชคดีที่มีภารกิจที่สนุก มีความตื่นเต้น มีเรื่องให้ขบคิดเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา     ถือได้ว่าเป็น "มหรสพภายใน" ที่ทำให้ชีวิตของผมสดชื่น     ภรรยาบอกว่าคนแบบนี้ผิดปกติ     ผมก็ไม่เถียง

        ภรรยาหรือคนรอบข้างคุยกันเรื่องบอลโลก ผมก็คุยกับเขา โดยทำหน้าที่เป็นคู่สนทนาที่ดี     ผมมีประสบการณ์ว่า คู่สนทนาที่ดีคือคนที่ฟังอย่างตั้งใจ  อย่างมี Appreciative Inquiry

        เมื่อกว่า ๒๐ ปีก่อน ผมนั่งรถตู้ไปกระบี่ (จากหาดใหญ่) กับ ดร. อรุณ รักธรรม อาจารย์นิด้า    ใช้เวลาประมาณ ๖ - ๗ ชม. (สมัยนั้นถนนผ่านเขาพับผ้าและเขานางหงส์ คดเคี้ยวหักมุมกว่าสมัยนี้มาก)      เราไปถึงกระบี่โดยไม่รู้ตัว    เมื่อถึงกระบี่ ดร. อรุณ บอกผมว่า     "หมอวิจารณ์ คุยกับหมอสนุกจริงๆ"     ที่จริงผมไม่ได้คุย แต่ผมทำ Appreciative Inquiry คือทำหน้าที่ผู้ฟัง และผู้ซักที่ดี     การ "คุย" คราวนั้นผมพูด ๑%  ดร. อรุณพูด ๙๙% โดยที่ทั้ง ดร. อรุณ ผม และน้องๆ ในรถ สนุกมาก     หัวเราะเฮฮาไปตลอดทาง    ที่สำคัญได้ความรู้มาก    ดร. อรุณ เป็นศาสตราจารย์ในภายหลัง     ท่านเป็นคนจังหวัดเดียวกับผม คือชุมพร  

       กลับมาเรื่องขวางโลก    ผมบอกตัวเองว่าโลกสมมติที่ผมอยู่นี้มันปลอมมากเกินไป    มันมีสิ่งที่ไม่จำเป็นมากเกินไป    และบ่อยครั้งมีคนมากำหนดให้เราต้องใช้ชีวิตตามกระแส  ขาดอิสระ  หรือต้องทำสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อภาพรวมอย่างแท้จริง     ผมจึงเลือกที่จะผ่อนปรนตามกระแสโลก    และจงใจไม่ตามกระแสโลกในหลายเรื่อง     คงจะค่อยๆ ขยายออกมาในบันทึกของผม     แต่ไม่ได้หมายความว่าผมเป็นคนวิเศษกว่าคนอื่นนะครับ   

วิจารณ์ พานิช
๙ กค. ๔๙