• เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ

เทคนิคการบริหารของ ครูใหญ่บังเอิญ อิ่มจิตร โรงเรียนเทพประทานพร

  "ทุกอย่างอยู่ที่ผู้บริหาร ถ้าคุณภาพโรงเรียนไม่ดี จะต้องรับผิดชอบโดยตรง”...ครูใหญ่บังเอิญกล่าว  

        เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ผมได้ไปเยี่ยมโรงเรียนเทพประทานพร ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชน ตั้งอยู่แถวท่าน้ำนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ตั้งมา 50 กว่าปีแล้ว ในท่ามกลางความวิกฤติของโรงเรียนเอกชนขนาดเล็กในปัจจุบัน แต่โรงเรียนแห่งนี้ก็สามารถคงคุณภาพ เป็นที่ต้องการของพ่อแม่ผู้ปกครองมาตลอด แม้พื้นที่ของโรงเรียนจะคับแคบมาก แต่ปีนี้มีนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล-ป.6 ประมาณ 700 คน(ใกล้เคียงกันทุกปี)       
        ผมได้สัมภาษณ์ครูใหญ่บังเอิญ อิ่มจิตร ซึ่งบริหารโรงเรียนนี้มา 20 กว่าปีแล้ว ว่าท่านมีเทคนิคการบริหารอย่างไร จึงสามารถสร้างการยอมรับให้แก่ผู้ปกครองนักเรียนอย่างต่อเนื่อง ครูใหญ่บังเอิญได้เล่าให้ฟังว่า ที่โรงเรียนนี้มีมาตรฐานที่เป็นจุดขายคือ “นักเรียนที่จบจากที่นี่ต้องอ่านออกเขียนได้และคิดเลขเป็น”
        เพื่อให้ได้ตามมาตรฐานนี้ท่านจะสร้างความเข้าใจ ความตระหนักให้แก่ครูทุกคนเพื่อพยายามให้บรรลุในมาตรฐานนี้ให้ได้ โดยต้องไม่ทิ้งหลักการ จุดหมาย และแนวทางการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรที่กำหนด โดยต้องส่งเสริมให้ครบถ้วนตามพหุปัญญาด้วย
       วิธีการหลักที่ท่านใช้ประจำคือ ท่านจะทำใบงานทดสอบการอ่าน การเขียนและการคิดเลขของนักเรียน แล้วจะเรียกนักเรียนมาทดสอบความรู้เป็นรายคนจนครบ ถ้าพบข้อสังเกตในเด็กคนใดก็จะเชิญครูที่สอนมานิเทศ พูดคุย วิเคราะห์หาทางแก้กันเป็นรายคน
       ดังนั้นท่านจึงรู้จักเด็กทุกคน เห็นหน้าเรียกชื่อได้ทั้ง 700 คน ท่านไม่ได้ทำหน้าที่บริหารอย่างเดียว ท่านเป็นครูผู้สอนนักเรียนด้วย โดยปีนี้สอนชั้น ป.6 และวันๆจะไม่ไปไหน จะขลุกอยู่กับเด็ก อยู่กับครู ในโรงเรียน เว้นแต่มีภารกิจที่สำคัญภายนอกเท่านั้นจึงจะออกไป
       ท่านทำมาอย่างนี้ 20 ปีแล้ว จนเป็นที่ไว้วางใจของผู้รับใบอนุญาตให้ท่านดูแลโรงเรียนเบ็ดเสร็จ
      งานหลักอีกอย่างหนึ่งของท่านคือการตรวจแผนการสอนของครูทุกคน โดยตรวจ 2 รอบ รอบแรกตรวจการเตรียมการสอน และรอบที่สองก็ตรวจบันทึกหลังสอน แล้วจะสุ่มไปสังเกตการสอนของครูแต่ละคน พบประเด็นข้อสังเกตอะไรก็มาพูดคุย วิเคราะห์กัน เพื่อหาทางปรับปรุงการเรียนการสอน ไม่ใช่ตำหนิกัน
      นอกจากนี้ท่านยังให้นักเรียนประเมินครู ประเมินครูใหญ่ด้วย เพื่อฟังเสียงสะท้อนแล้วนำมาเป็นข้อมูลปรับปรุงพัฒนา
      ท่านบอกว่าเราทำกันอย่างนี้จนเป็นวัฒนธรรมแล้ว ครูเขาไม่รู้สึกเครียดอะไร เพราะเราตกลงกัน คุยกันก่อน และถ้าบกพร่องก็ไม่ดุกัน จะพูดกันดีดี แต่ต้องพูดจริงทำจริง เพราะเราต่างมีเป้าหมายร่วมกันคือการพัฒนาผู้เรียนเป็นสำคัญ
      ผมอดไม่ได้ที่จะถามว่า “โรงเรียนเอกชนก็ทำได้สิ โรงเรียนรัฐบาลที่ครูมีอิสระมากคงทำยาก”
      
ท่านก็ตอบโดยไม่ต้องคิดเลยว่า “ก็เพราะเราปล่อยกันมานานนะสิ ครูเขาจึงรู้ทาง รู้ว่าผู้บริหารไม่เอาจริง ไม่มีทิศทางที่แน่ชัด และไม่ดูแลติดตามอย่างต่อเนื่อง ก็เลยทำกันไม่จริงจัง สิ่งที่ผู้บริหารควรทบทวนคือเรื่องนี้ โดยเฉพาะการนิเทศภายใน”
      ผมก็เลยถามต่อว่า “ถ้าเป็นโรงเรียนรัฐบาลควรเริ่มต้นอย่างไร”     
     ท่านก็ยกเอาระบบประกันคุณภาพภายในมาพูดว่า “เราต้องมีมาตรฐาน มีทิศทางที่แน่ชัด แล้วคุยกัน สร้างความสัมพันธ์ที่ดี สร้างความตระหนัก สร้างกติกา สร้างความเห็นพ้องต้องกัน แล้วดูแลให้เป็นไปตามกติกาอย่างต่อเนื่องตามวงจร PDCA ไม่ใช่ไฟไหม้ฟาง เชื่อว่าครูแต่ละคนเขาเห็นทิศทางที่แน่ชัด และมีส่วนร่วมคิดตั้งแต่ต้น เขาน่าจะทำอย่างมีความสุข”
     ครูใหญ่บังเอิญได้กล่าวทิ้งท้ายว่า "ทุกอย่างอยู่ที่ผู้บริหาร... ถ้าคุณภาพโรงเรียนไม่ดี เราจะต้องรับผิดชอบโดยตรง”

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

  หมายเลขบันทึก: 41910
  เขียน:  
  แก้ไข:  
  ดอกไม้: 1
  ความเห็น: 208
  อ่าน:
  สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)

  รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น   
  รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น