มีเมล์มาคุยค่ะ ว่าปัจจุบันมีการโฆษณาว่า หากสวดบทสรรเสริญพระพุทธคุณถอยหลังแล้ว จะเกิดผลในแง่มีฤทธิ์ พิชิตสิ่งที่หวัง แม้ว่าจะไม่เคยได้ยินเรื่องการสวดอิปิติโสถอยหลัง แต่เคยอ่านพบผลของการสวดอิติปิโสที่เกิดจากเหตุตือการสวด ที่พระคุณเจ้าจรรยา ได้เคยเขียนไว้นานแล้ว

จึงอยากนำมาบันทึกไว้ค่ะ

พุทธบริษัทหลายท่าน เคยนำปัญหาสับสนมาถามอยู่เสมอๆว่า ถ้าได้สวดคาถาชินบัญชรเป็นประจำจะทำให้ผู้สวดมีโชคลาภ ร่ำรวย หรือในเทศกาลสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นวันขึ้นปีใหม่ หรือวันสำคัญทางพุทธศาสนา เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา หรือวันอาสาฬหบูชา วัดวาอารามต่างๆมักจะจัดสวดอิติปิโส ๑๐๘ จบ หรือบางแห่งสวดกันถึงหนึ่งแสนจบ จะทำให้ผู้สวดร่ำรวย จริงหรือไม่......

.......หากนำเอาพระธรรมคุณบทที่ว่า เอหิปัสสิโก เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกับผู้อื่นว่า ท่านจงมาดูเถิด มาเป็นบทพิสูจน์ตามหลักเหตุและผล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่พระพุทธเจ้า และพระอริยสาวกใช้เป็นแกนในการสั่งสอนพระธรรม

คำตอบที่สามารถฟันธงลงไปได้เลยว่า การสวดอิติปิโส หนึ่งร้อยแปดรอบ หรือหนึ่งแสนรอบ ไม่สามารถทำให้รวยได้เลย เพราะเหตุกับผลไม่ตรงกัน

การสวดอิติปิโส หรือสวดคาถาชินบัญชร กี่รอบก็ตาม เป็นเหตุ
ความสงบที่ได้จากการสวดเป็นผลที่ถูกต้อง
ไม่เชื่อก็ลองไปสวดดูได้
นี่คือเอหิปัสสิโก เหตุและผลต้องตรงกัน.....

อย่างไรก็ตาม หากหลับมาดูหลักธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัส จะพบเหตุแห่งการมีทรัพย์ แต่ไม่มีตรงไหนตรัสไว้ว่าจงสวดบทนี้ซิจะรวย แต่พระองค์ตรัสวิธีการที่จะมีทรัพย์ไว้ใน ทิฏฐธัมมิกัตถะ ประโยชน์ ๔ อย่าง คือ

๑. อุฏฐานสัมปทา แปลว่าขยันขันแข้งในการทำงาน

๒. อารักขสัมปทา แปลว่ารักษาจัดการทรัพย์ที่หามาได้อย่างเหมาะสม

๓. กัลป์ยาณมิตตา แปลว่าคบมิตรดี

๔. สมชีวิตา แปลว่าดำรงชีวิตพอเหมาะ จับจ่ายใช้สอยทรัพย์เพื่อตอบสนองความจำเป็นให้เหมาะสมกับรายรับ รายจ่าย หรือหากทำรายจ่ายให้น้อยกว่ารายได้ ต้องมีทรัพย์เหลือเก็บ

คำว่า รวย หรือ จน ชี้กันด้วยจำนวนทรัพย์ที่เก็บได้ ใครเก็บทรัพย์ได้มาก ก็สมมติเรียกว่า รวย ใครเก็บทรัพย์ได้น้อย สมมติเรียกว่าจน

แต่พระพุทธเจ้ามิได้ตัดสินคนที่รวยหรือจน แต่ตัดสินที่คุณค่าของทรัพย์ที่มี หากผู้มีทรัพย์ยินดีในทรัพย์เมื่อไร ทรัพย์นั้นก็มีความหมายมาก ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า สันตุฎฐิ ปรมัง ธนัง แปลว่า ความยินดี พอใจ ในสิ่งที่ตนมี ตนได้ เป็นทรัพย์อย่างยิ่ง

พระพุทธเจ้ามิได้ตรัสว่า ใครมีทรัพย์มาก จะเป็นคนมีทรัพย์ยิ่ง แต่ใครพอใจในทรัพย์ที่ตนมี ยินดีในสิ่งที่ตนได้และครอบครองอยู่ต่างหาก ที่ทรัพย์นั้นจะมีความหมาย.....

ใครอ่านบทความนี้แล้ว จะนั่งสวดมนต์ให้ทรัพย์วิ่งมาหา หรือห้อยเหรียญให้ดูดทรัพย์เข้ามาหา หรือจะปฏิบัติธรรมข้อทิฏฐิธัมมิกัตถประโยชน์ตามที่พระพุทธเจ้าสอนไว้แล้วจึงมีทรัพย์ ก็จงชวนกันปฏิบัติเพื่อพิสูจน์ดูตามบทพระธรรมคุณที่ว่า เอหิ ปัสสิโก ท่านจงมาดูเถิด วิธีการไหนได้ผลจริงๆ ตามที่พิสูจน์แล้ว ก็จงเลือกดำรงชีวิตด้วยวิธีการนั้นเถิด

สาธุ พระคุณเจ้า ช่างตรงไปตรงมา และไม่ได้ชวนเชื่อแต่อย่างใด

จะลองแบบไหนก็ตามแต่ใจนะคะ

ดร.พระมหาจรรยา สุทฺธิญาโณ คอลัมน์ ธรรมะจากวัด เทคโนโลยี่ชาวบ้าน ฉบับที่ 449 ประจำวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2552