• เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ

วัฒนธรรมอินเดีย : ทางชีวิต 8

  พิธีการแต่งงานถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในอินเดีย  

        วันนี้ช่วงเช้า  เพื่อนกัลยาณมิตรนำผมไปที่บ้านคณบดี  บ้านหัวหน้าภาควิชา  และบ้านที่ปรึกษาดุษฎีนิพนธ์  ตามลำดับ 

         ท่านทั้ง  3  คน  ล้วนอยู่ในวรรณะพราหมณ์  การไปของผมเป็นการไปแนะนำตัวเองในฐานะ  นักศึกษาที่มาจากต่างประเทศ  ตามทำเนียมแบบไทย ๆ ผมก็มีของฝากจากไทยมอบให้เล็ก ๆ น้อย ๆ           

        ที่ปรึกษาดุษฎีนิพนธ์ของผมมายืนรออยู่หน้าบ้านก็เห็นกลุ่มนักศึกษาจากอินเดียมาพบวิธีการทำความเคารพอาจารย์  พวกนักศึกษาแต่ละคนจะเข้าไปก้มลงใช้ปลายมือข้างขวาแตะที่หลังเท้าของอาจารย์  แล้วลุกขึ้นมาโดยเอาปลายมือนั้นแตะที่หน้าผากของตนเอง  ต่อจากนั้นก็คุยกันตามสบาย        

          เมื่อนักศึกษากลุ่มนั้นลากลับไปแล้ว  อาจารย์จึงเชิญผมและเพื่อนเข้าไปในบ้าน  เนื่องจากเป็นวันหยุดจึงได้พบครอบครัวของอาจารย์ 

        ท่านเรียกศรีภรรยาพร้อมลูกสาวคนโต  ลูกชายคนกลางและลูกสาวคนเล็ก  เพื่อมาทำความรู้จักกัน  ช่วงหนึ่งท่านชี้ไปที่ลูกสาวคนโตว่ากำลังจะแต่งงาน  ท่านบอกว่า  ขอเชิญคุณมาร่วมงานนี้ให้ได้นะ           

         ชาวอินเดียให้ความสำคัญในเรื่องการแต่งงานมากที่สุดครับ  จัดขบวนแห่แบบอะลังการคือมีขบวนดนตรี  ขบวนช้าง  ม้า  ผู้คนมากสนุกสนานกันเป็นวัฒนธรรมที่น่าชมมาก  (พิธีกรรมเกี่ยวกับคนตายเขาทำแบบเรียบง่าย  แต่พิธีแต่งงานนี้เขาให้ความสำคัญมากที่สุด)          

          เล่ามาถึงตอนนี้  ขณะนี้  ท่านศาสตราจารย์  นพ.  วิจารณ์  พานิช  กำลังอยู่ที่เมือง  ไฮเดอราบัด

        ประเทศอินเดียครับ  ด้วยความเคารพท่าน อ.  ที่นั้นกำลังมีพิธีสำคัญที่สุด  (  29  กรกฎาคม  2549 )  เมื่อ  ท่าน  อ. กลับมาไทยแล้วลองถามท่านเองนะครับ  ถ้าพวกเราอยากรู้  ฮา ๆ เอิก ๆ  

        การแต่งงานของชาวอินเดียนี้  ฝ่ายหญิงต้องจ่ายค่าสินสอดทองมั้นครับ  การแต่งงานยังเป็นลักษณะการคลุมถุงชนอยู่  คือ ท่านผู้ใหญ่ของบ่าวสาวเป็นคนตกลงกันเอง  โดยที่หนุ่มสาวเห็นหน้ากันในวันแต่งงานเลยครับ           

         ก็มีอยู่บ้างที่หนุ่มสาวจะออกนอกกรอบกฎธรรมเนียมประเพณีไปแต่คงไม่กี่คน  เพราะวัฒนธรรมอินเดียเข้มแข็งมาก  ทุกวันนี้  เวลาสามีตายเอาไปเผาก็ยังคงมีภรรยากระโดดเข้ากองไฟตายตามไปอีกคน              

        เป็นอันว่าผมได้พบที่ปรึกษาดุษฎีนิพนธ์และท่านให้หัวข้อชื่อเรื่องที่จะทำพร้อมเสร็จแล้วผมและเพื่อนกัลยาณมิตรก็อำลาท่านกลับมาที่พักใน B.H.U. ครับ 

        ผมพึ่งสังเกตเห็นตำรวจในอินเดีย  พวกเขาใช้ไม้กระบองยาวประมาณเมตรกว่า ๆ เป็นอาวุธครับ  น้อยคนมากที่จะแบกปืนลูกซองยาว  ที่เห็นตำรวจคนหนึ่งแบกปืนไหล่ลู่ใบหน้ามีแต่เม็ดเหงื่อเต็มไปหมด  ปืนมันคงหนักมากนะ  ฮา ๆ เอิก ๆ.               โปรดติดตามตอนต่อไป    ด้วยความปรารถนาดี                                                         

                                                                     จาก... umi     

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

  หมายเลขบันทึก: 41421
  เขียน:  
  แก้ไข:  
  ความเห็น: 11
  อ่าน:
  สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (11)

อ่านแล้วเห็นภาพเลยคะ...

ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ใฝ่ฝันที่จะไป...อยู่

ณ ประเทศแถบนั้น "อินเดีย หรืออาจเนปาล"...

ชอบคะ...ชอบมาก...

บางทีก็ยังสงสัยตัวเองเหมือนกันว่าทำไม

ถึงได้คลั่งไคล้สองประเทศนี้จัง...

สวัสดีครับ  Dr.Ka-Poom

        คุณอาจเคยเกิดที่นั้นในอดีตมั้ง...ครับ  แต่ความเป็นวัฒนธรรมอินเดียมีอิทธิพลครอบคลุมเอเชียเรามา

        เป็น 1000  ๆๆ ปี  ไม่เว้นแม้แต่ชื่อจริงของผม  ก็ยัง

เป็นภาษาบาลีครับ  ฮา ๆ เอิก ๆ

        ขอบคุณครับที่ได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน

ด้วยไมตรีจิตมิตรภาพ

                                    จาก...umi

เข้ามาตาม...คห. อาจารย์..

หัวเราะก๊าก...เลยคะ...

เพราะตนเอง...ลึกๆ ก็เชื่อเช่นนั้นคะ...

พอได้เห็น ได้ทราบ ได้รับรู้...

ความเป็นวัฒนธรรม..วิถีชีวิต...

หรือทุกอย่างที่เป็น...

จะรู้สึกซาบซึ้งและ In ไปตามบริบท...ที่ได้สัมผัสเสมอ...

ฮาๆ เอิกๆ (เรียนแบบอาจารย์)...อย่าบอกใครนะคะ...

  • รออ่านอีกครับอาจารย์
  • ดีใจครับที่ได้ข่าวจากม. ทักษิณ
  • ศิษย์เก่า ปี 38

สวัสดีครับ Dr.Ka-Poom

        ผมไม่บอกใคร...แต่ใคร ๆก็รู้หมดแล้วครับ ฮา ๆ เอิก ๆ  ความลับไม่มีในโลก...คนไม่เห็นแต่เทวดาเห็น

ครับ ฮา ๆ 

         ขอบคุณที่เรามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันครับ

                           ด้วยไมตรีจิตมิตรภาพ

                                     จาก...umi

สวัสดีครับ  นาย  ขจิต  ฝอยทอง

        ขอบคุณมากครับที่เราได้มาพบกันบนเส้นทางนี้

ดีใจชื่นใจที่มีคนอย่างคุณยืนอยู่ ณ จุดนี้ครับ

ผมขอให้กำลังใจคุณอย่างแท้จริง  เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อทุก ๆคน

        ผมและเพื่อน ๆหลายล้านคนยังต้องการเรียนรู้

ภาษาอังกฤษจากคุณและท่านที่รอบรู้บนเส้นทางนี้

อยู่เสมอครับ

        คณาจารย์ของมหาวิทยาลัยทักษิกทุกท่านล้วน

ชื่นชมศิษย์เก่าที่สร้างชื่อเสียงมีผลงานดีอย่างนี้ครับ

        คุณเป็นศิษย์เก่า ปี  38

        ผมเป็นอาจารย์ใหม่  พึ่งปฐมนิเทศเมื่อเดือนที่แล้วครับ  ฮา ๆ เอิก ๆ

                                   ด้วยไมตรีจิตมิตรภาพ

                                                จาก...umi 

 

  • ในgotoknowมีศิษย์เก่าหลายท่านครับ
  • ตอนเรียนผมเป็นลูกศิษย์ท่านดร. พรทิพย์ อาจารย์ภิญโญ ตันพิทยะคุปต์ ครับผม
  • ฮะ ฮะ อาจารย์พิมพ์ผิดครับที่หล้งเท้าของ

สวัสดีครับ คุณขจิต  ฝอยทอง

        ด้วยความยินดียิ่งที่ทราบข่าวนี้ครับ

เอาไว้ผมเจอ อ. ทั้งสองแล้วจะบอกให้ท่านทราบครับ

ขอบคุณยิ่ง  ผมมีผู้พิสูจน์อักษรแล้ว  ฮา ๆ เอิก ๆ

         ขอบคุณที่มาเติมเต็มและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน

ด้วยไมตรีจิตมิตรภาพ

                                                     จาก...umi

  • ขอบพระคุณอาจารย์มากครับ

เช่นเดียวกันครับ  คุณ ขจิต  ฝอยทอง

        ด้วยมิตรไมตรีที่ดีงาม

                       จาก...umi