ยังจำคำพูดของคนไข้คนหนึ่งได้จนขึ้นใจ

" จงอย่าเอาความคิดและความต้องการของตนเอง ไปตัดสินความต้องการของคนอื่น"

 

จริงอยู่... สมัยเรียนอาจารย์สอนเสมอว่า เราต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา  นั่นคือเอาความรู้สึกของเขา มาใส่ความรู้สึกของเรา ว่าถ้าหากเรากำลังป่วย กำลังเจ็บ กำลังเสียใจ  เราต้องการอะไร เราอยากได้อะไร  เราอยากจะให้คนอื่นมาปฏิบัติอย่างไรกับเรา

แต่อาจารย์คงลืมสอนไป.. (อาจจะสอน แต่ไม่ได้เน้น..หรือเราลืมเอง) ว่าคนแต่ละคนมีความต้องการแตกต่างกัน  เราเองก็เป็นคนหนึ่งที่อาจจะแตกต่างจากคนอื่น

ความต้องการของเรา อาจจะไม่ใช่ความต้องการของเขาก็ได้

ในขณะที่เราปวด เราอยากได้ยาแก้ปวด อยากให้มีคนมาบีบนวดเบาให้กำลังใจเรา  แต่..บางคนอาจจะอยู่เงียบๆ ไม่อยากให้ใครแตะเนื้อต้องตัวก็ได้

บางครั้งเราก็ลืมนึกถึงสิ่งที่แตกต่าง ..  ทำให้เรามักเอาประสบการณ์ของเรามาตัดสินความต้องการของคนอื่น แล้วเราก็คิดว่า นั่นคือสิ่งที่ "น่าจะ" ถูกต้อง

เราเห็นคนไข้อ่อนเพลีย มีบาดแผล หากขยับลุกจากเตียง อาจจะได้รับอันตราย  แต่เราลืมไปว่า คนไข้เขาก็รักชีวิต เขาก็ไม่อยากจะเกิดอันตราย  ตราบใดที่เขายังมีสติ เขาย่อมรู้ว่าอะไรคืออะไร และประเมินความสามารถของตนเองได้   เราเข้าเพื่อไปช่วยเหลือเขา ด้วยความห่วงใย แต่สิ่งนี้อาจจะทำให้เขาไม่พอใจ หาว่าเราไปละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของเขา

อันที่จริง.. สิ่งที่เราควรทำ คือ  ระมัดระวังอันตรายให้เขาอยู่ข้างๆ ก็พอ  ถ้าเขาไม่ต้องการ ก็ไม่ต้องเข้าไปวุ่นวายกับเขา  เพราะชีวิตเป็นของเขา เขามีสิทธิ์ในชีวิตของตนเอง

นั่นคือ.. การเอาใจเขามาใส่ใจเรา เป็นเพียงการคาดเดาว่า เราน่าจะทำอะไรให้เขา แต่เราควรจะทำอะไรต่อเขา เราต้องพิจารณาดูที่ความต้องการของเขาด้วย

เหตุผลเพราะ.. คนแต่ละคน มีความต้องการแตกต่างกัน

และเพราะมันแตกต่างเรา  บางทีเราจึงไม่เข้าใจว่า ทำไมเขาคิดอย่างนั้น ทำไมเขาต้องการอย่างนั้น

 
" .... ถ้าเราเข้าใจและยอมรับในความแตกต่างของคนแต่ละคน  เราก็จะเข้าใจและให้อภัยต่อผู้อื่นได้มากขึ้น และอยู่ร่วมกับผู้อื่น ท่ามกลางความแตกต่างและความขัดแย้งได้อย่างมีความสุขขึ้น...."