รื่นเริงทัศนาจรพักผ่อนวันหยุดงาน รอดชีวิต พิชิต 1,219 โค้ง อำเภอแม่สอดถึงอุ้มผาง ตะลึงความงามน้ำตกทีลอซู
ผ่าน  1,219 โค้ง × 2 เที่ยวไปกลับ =  2,438  โค้ง  มาได้โดยสบาย....เพียงมีอาการปวดเมื่อยบั้นเอวเล็กน้อย  เพราะนั่งรถนาน  จากตะวันออกสุดแดนแม่น้ำโขงถึงสุดประจิมที่ริมเมย  อ.แม่สอด  หักทิศลงใต้อีกนิด...164  กิโลเมตร  นิดเดียวถ้าเป็นทางราบ  แต่เมื่อเป็นทางคดโค้งสูงชัน.....แฮ่ม !!!! เป็น  4  ชั่วโมงที่ตราตรึงในความทรงจำ  แต่ก็ช่างก็คุ้มค่าเหลือเกิน  สมกับความตั้งใจที่พี่ชายพี่สะใภ้ใช้เวลาวางแผนทริปนี้เกือบ  2  เดือน
เวลาที่อุดรตีสี่ครึ่งถึงภูเรือกินข้าวเช้า  ปิดท้ายด้วย Mocca หอมกรุ่นเข้ากับอากาศเย็นสบาย  สวมเสื้อกันหนาวถุงเท้าผ้าพันคอครบชุด  ผ่านด่านซ้าย  นครไทย  พิษณุโลก  สุโขทัย  เข้าตัวจังหวัดตาก  GPS คุณซินดี้ทำหน้าที่ดีเยี่ยม  หาร้านข้าวซอยแม่สอดจนพบ  หน้าหนองน้ำมณีบรรพต  ช่วยกันสั่งก๋วยเตี๋ยวไทยใหญ่  ข้าวซอย  จะส่าน  (วุ้นเส้น  ผักเครื่องเคียง  มะม่วง  หมูแดง  คลุกเคล้าเข้ากันหวานเปรี้ยวนิด ๆ ด้วยรสมะขามเปียก  อร่อยดี)  ตามด้วยปั้นขลิบ  และอาหารแปลก...โมเลน  สัญชาติอินโดนีเซีย  ไส้กล้วย  ไส้เผือก...อร่อยเด็ด 
มืดค่ำเกือบสองทุ่ม  ฉะนั้น ครัวอุ้มผางริเวอร์ไซด์รีสอร์ทยกอะไรมาก็อร่อย  ผัดผักสด ๆ แปลงปลูกปลอดภัยที่หน้ารีสอร์ท  ไข่เจียวยังอร่อยมากเลย  ใครยังไม่ง่วง  น้ำชา  กาแฟ  โอวัลติล  น้ำอุ่น  น้ำเย็น  มีบริการฟรีตลอด  Self service   ถ้าอาหารเผ็ดไม่พอ  มีพริกสด ๆ ปลูกเองให้เด็ดเข้าปากตามใจชอบ....ชะอึ๊ย  พริกกะเหรี่ยงเนี่ยนะ
ตื่นเช้าป้าเล็กสดชื่น  หลับสบายกว่าเพื่อน  ได้นวดตัวด้วยนี่นา  แต่ไม่มีใครอิจฉาหรอก  สดชื่น...เหมือนโลกนี้เป็นของเรา  เมื่อยืนริมลำธาร  สายตาสัมผัสห้วยยะแมะไหลผ่านป่าเขาละไอหมอก  น้ำใสไหลเย็นเห็นก้อนกรวดก้นลำธาร  ถ้าเมื่อวานมาถึงตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ลับฟ้า  ได้อาบน้ำในลำธารแน่นอนเลย
แวะบ้านครูซัน  ผู้เคยทำเพลงเพื่อชีวิตขายหาทุนการศึกษาให้เด็ก ๆ  ครอบครัวเปิดบ้านเป็นร้านขายของที่ระลึก  มีของให้เลือกมากมาย  Handmade ทั้งหลาย  ของฝากเก๋ ๆ จากฝีมือคนบนดอย  เพื่อนธิรัมภาก็รอรับ Postcard จากรหัสไปรษณีย์ 63170 ก็แล้วกันนะจ๊ะ  (สงสารรถ  ไม่ควรรับน้ำหนักของฝากเยอะ...ทางคดโค้งซะขนาดนั้น)  เจ้าของบ้านปัจจุบัน คือ ภรรยาและลูกสาวครูซัน  อัธยาศัยดีมาก  เตรียมของใส่บาตรมากมาย  ป้าจิ๋วจึงรับคำชวน...ได้ใส่บาตรด้วยเฉยเลย  เนียน ๆ เลยนะป้านะ
อย่ากระพริบตา  จะผ่านหน้าที่ว่าการอำเภออุ้มผาง  แล้วก็พ้นเขตเมือง  บ้านเรือนในตัวอำเภอน่ารักมาก  เสียงวี้ดว้ายเรียกกันดูซ้ายขวาจนมึน  บ้านชาวกะเหรี่ยงน่ารักมาก  หลังคามุงใบตองกุง  ใต้ถุนไม่สูงนัก  ส่วนน้อยที่เป็นบ้านปูนติดพื้น  ที่เรียกเสียงชาวคณะได้มาก คือ บ้านไม้สักโชว์เสาต้นใหญ่ ๆ บันไดไม้ดูทนทาน  ชอบมากบ้านที่ระเบียงใช้รากไม้ไขว้ไปมาเป็นงานศิลปะแทนราวกันตก  แทนที่จะเห็นเป็นไม้กลึงรูปร่างต่าง ๆ เข้าแถวตรง
ถึงแล้วเสียงซึงรีสอร์ท  บ้านไม้สักอีกเหมือนกัน  มา  12  คน  พัก  2  หลัง ๆ ละ  3  ห้องนอน  นอนได้ห้องละ  3 – 4  คน  ดังนั้น บางห้องเราใช้เป็นห้องแต่งตัวอย่างเดียว  บางห้องเราจะใช้เป็นห้องเล่นเกม  เดี๋ยวก่อน...ยังไม่ถึงเวลา  เช้านี้กินข้าวต้ม  ขนมปัง  อาหารเช้าอิ่มหนำสำราญ  ปิดท้ายด้วยกล้วยน้ำว้าลูกใหญ่  ผลิตผลของสวนหลังรีสอร์ท  กินได้ไม่จำกัด...หากไม่จุก 
นั่งรถสองแถว  10  นาที  พร้อมลงเรือยางล่องตามสายน้ำลำห้วยแม่กลอง  ใช่เลย....นี่คือ ต้นน้ำของแม่กลองนั่นเอง  คุณพี่หัวเรือบอกว่า.....เรียกพี่  เดี๋ยวพายเอง  ส่วนท้ายเรือ......วันนี้ลากองถ่ายหนังจีนกำลังภายในมาคัดท้ายพายเรือให้เรานั่งสบาย ๆ  อากาศปลอดโปร่งเป็นใจ  ไม่ร้อนเลย  บางช่วงฝนนึกอยากตกก็โปรยเป็นสายลงมาเบา ๆ พอให้เย็นชื่นใจ  ครอบครัวเราไม่กลัวข้าวของเปียก  มี Perfectionist ในบ้าน  แจกถุงพลาสติกและหนังยางใส่กระเป๋าสตางค์  โทรศัพท์  กล้องและอื่น ๆ ที่กลัวเปียกด้วยความเรียบร้อย  เตรียมเสื้อกันฝนมาด้วยอีกต่างหาก....สำหรับบางคนที่เป็นเจ้าสาวที่กลัวฝน
อึ้ง  ตะลึง  ไม่ใช่ฝนจากฝากฟ้าสุราลัย  แต่เป็นสายฝนที่ตกผ่านโตรกผา  รินเป็นสายระเรื่อยเลื้อยผ่านรากไม้ผืนมอสหนาเป็นพรมเขียว  น้ำตกสายฝนหรือทีลอจ่อ  มาจ่อหน้าเรายังไม่ทันตั้งตัว  ติด ๆ กันต่อมาเป็นน้ำตกสายรุ้ง  วันนี้เก็บภาพไม่ได้เป็นสายรุ้ง  มาสายเกินไป  มุมแสงแดดตกกระทบไม่พอดีกับมุมมองของเรา
ไปต่อ  จอดเรือ  แวะบ่อน้ำร้อน  อุ่นสบายหายปวดเมื่อย  พร้อยลุยแก่งตะโคะบิ๊  น้องป๋อมบอกว่าจิ๊บ ๆ ไม่น่ากลัวสักนิด  ค่อย ๆ พายไหลเรื่อยผ่านหน้าผาสารพัดชื่อตามจินตนาการและลักษณะเด่น  ผาผึ้ง  เคยมีผึ้ง  ผาเลือด...ไม่ต้องตกใจ  ไม่มีพระนเรศวรมารบกับพม่าเลือดสาดแถวนี้  เป็นเพียงหน้าผาสีแดงตามแร่ธาตุ  เมื่อยามฝนตกจะเห็นสายน้ำฝนเป็นสีแดงตามสีพื้นของหน้าผา  จึงได้ชื่อว่าผาเลือด  ต่อไปผาบ่อง  สำเนียงคล้ายอิสานนะคะเนี่ย  บ่องแปลว่ารูใหญ่ ๆ  ดังนั้น นึกออกไหมคะผาบ่อง  จะมีรูปร่างอย่างไร  ทุกผาจะมีต้นจันท์ผา...สมชื่อ  เข้าแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่งสวยงาม  ต่อไปอีกนิด  เรียกเสียงกรี๊ดเล็ก ๆ  สร้างบรรยากาศสนุก  แก่งมอแกโต้  รวม  2  ชั่วโมงครึ่งจึงถึงท่าทราย  ขึ้นจากเรือยาง  ไล่ลมออก  พับเรือยางเก็บ  หาบขึ้นรถ  นำกลับไปเก็บ  ส่วนเราก็หิวซ่ก  เสียพลังงานกรี๊ด  เป็นข้าวกะเพรา-ไข่เจียวที่อร่อยมาก  รวมในการดูแลของน้องเบนซ์ ใน Package ของรีสอร์ท  บ้านเรามีอาหารเสริม....ยำหมูยอรสแซ่บ  หั่นมาแล้ว  แค่คลุก ๆ ในถุงพลาสติก  คำว่าแค่น่ะ...ป้าตุ่นทำนะ  อ้อเปล่า
ได้เวลาหัวสั่นหัวคลอนและโปรโมชั่นย้อมสีผมน้ำตาลแดงมะฮอกกานี  10  กิโลเมตรที่ทรหด  ใครชินรถติดที่กรุงเทพ  เชียงใหม่  โคราช  ขอนแก่น  อุดร  คงทำใจได้ง่าย  รถติดบนภู  ต้องคอยหลีกกัน  ปล่อยรถทีละข้าง  ช่วง  10 – 12  ธันวาคม  2553  เป็นวันหยุดยาว  ที่พักทุกแห่งในอำเภออุ้มผางเต็มหมด  ถนนสายเดียวมุ่งสู่ทีลอซู  ซึ่งแต่ละปีจะมีช่วงให้ป่าพักผ่อน  1  มิถุนายน – 30  พฤศจิกายน  เพิ่งเริ่มต้นเปิดเมื่อ  1  ธันวานี้เอง  ยามรถจอดเราก็ทักทายรถที่สวนมาหรือผู้โดยสารที่ลงมาเดินเล่น
รถสองแถวจอดบริเวณที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง  เดินชมนกชมไม้เกือบ  2  กิโลเมตร  ทางเดินสะดวกเป็นพื้นคอนกรีต  อ่านป้ายความรู้เพลิน ๆ  ถึงแล้ว
 
คารวะ...ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่
ราตรีสวัสดิ์นะคะ
ธิรัมภา