เป้าหมายคือเพื่อให้วงการอุดมศึกษาไทยได้รู้แนวทางการใช้พลังของการกำกับดูแลสมัยใหม่ (modern governance) ในการพัฒนาอุดมศึกษาไทย

 
          วันที่ ๒๙ ต.ค. ๕๓ เป็นวันที่ผมมั่นใจว่า หนึ่งในก้าวใหญ่ในระบบอุดมศึกษา ปี ๒๕๕๓ คือการมีหลักสูตรนี้ ที่ดำเนินการโดยโครงการจัดตั้งสถาบันธรรมาภิบาลมหาวิทยาลัย สถาบันคลังสมองของชาติ มูลนิธิทบวงมหาวิทยาลัย

          หลักสูตรที่เริ่มต้นเมื่อวันที่ ๒๙ ต.ค. เป็นรุ่นที่ ๒   เป็นรุ่นแรกที่จัดโดยมีค่าลงทะเบียน เพื่อให้การจัดหลักสูตรนี้อยู่ในสภาพเลี้ยงตัวเอง   หลังจากจัดหลักสูตรทดลองหรือหลักสูตรพัฒนามา ๒ รุ่น คือ รุ่น ๐ กับรุ่นที่ ๑ ที่ไม่เก็บค่าลงทะเบียน

          ชื่อเสียงของคุณค่าความรู้ที่ได้จากหลักสูตรนี้ทำให้มีผู้สมัครเข้ากว่า ๕๐ คน ต้องมีการคัดเลือกเพื่อให้องค์ประกอบของผู้เข้าร่วม ลปรร. แต่ละรุ่นมีสมดุลที่เหมาะสม   และจำนวนผู้เข้ามี ๓๑ คน โดยที่ตัวเลขเป้าหมายคือ ๓๐   เรากำหนดให้เป็นกลุ่มเล็กเพราะต้องการให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เข้มข้น

          ผมได้รับความไว้วางใจให้เป็นคนเขี่ยลูกตอนเปิดสนาม ในครึ่งแรกของ module แรก ที่ว่าด้วยเรื่องบทบาทหน้าที่ของสภาฯ และกรรมการสภามหาวิทยาลัย  ส่วนตอนบ่ายเป็นครึ้งหลังที่ ศาสตราภิชานไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ รับหน้าที่วิทยากร เรื่องการทำหน้าที่กรรมการสภามหาวิทยาลัยอย่างมีประสิทธิภาพ

          ผมบอกตัวเองว่า ต้องทำหน้าที่ ๒ อย่าง อย่างแรกสำคัญที่สุด คือวางฐานบรรยากาศของหลักสูตรให้เน้นการ ลปรร. ไม่ใช่การสอน ให้เน้นเอาประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมมาตีความด้วยทฤษฎี   ส่วนเป้าหมายที่ ๒ คือปูพื้นหลักการกว้างๆ ของธรรมาภิบาล และการเอาหลักการมาประยุกต์ใช้ในบริบทของมหาวิทยาลัยไทย

          เป็นการวางฐานบรรยากาศของหลักสูตรที่ผ่อนคลาย   เรียนรู้แบบเน้นการประยุกต์ใช้ในบริบทจริง โดยเรียนจากทฤษฎีและประสบการณ์ครึ่งต่อครึ่ง   เน้นเรียนรู้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ไม่ใช่จากการบรรยายหรือสอน

          เป้าหมายคือเพื่อให้วงการอุดมศึกษาไทยได้รู้แนวทางการใช้พลังของการกำกับดูแลสมัยใหม่ (modern governance) ในการพัฒนาอุดมศึกษาไทย

 

วิจารณ์ พานิช
๒๙ ต.ค. ๕๓