ความเห็น 2271932

ก้าวใหญ่ของอุดมศึกษาไทย : หลักสูตรธรรมาภิบาลเพื่อการพัฒนาอุดมศึกษา

เขียนเมื่อ 

นับเป็นนิมิตหมายอันดียิ่งที่ในชาตินี้ได้เห็นการนำ "ธรรมะ" เข้ามาใช้อย่างจริงจังในวงการ "อุดมศึกษาไทย"

ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า "ธรรมะ" แห่งพระพุทธองค์ พระบรมศาสนาสัมมาพุทธเจ้านั้นจะสามารถปูพื้นฐานแห่งจิตใจของ "ครูไทย"

การที่ครูและบุคลากรการศึกษาของไทยจักมีธรรมะที่แท้จริงในหัวใจได้นั้น น่าจะมีสัดส่วนของการปฏิบัติ 95% และปริยัติ 5%

เพราะการคิดหรือการทำใด ๆ จากส่วนกลางนั้นถือเป็นบรรทัดฐานของบุคลากรทางการศึกษาทั้งประเทศ

การจะน้อมนำธรรมะเพื่อที่จะมา "อภิบาล" การศึกษาไทย จักต้องก้าวเดินไปตามหลัก "ไตรสิกขา" อันได้แก่ "ทาน ศีล และ ภาวนา"

การที่มีผู้อาสาทั้งรุ่นที่ ๑ รุ่นที่ ๒ และรุ่นต่อ ๆ ไป ก็เป็นนิมิตหมายอันดีว่า จะบุคลากรที่ตั้งใจปฏิบัติตามคลองแห่งทาน ศีล และภาวนาด้วยกายและใจ

เพราะถ้าหากนักการศึกษาคนใดปฏิบัติตามหลักไตรสิกขาได้อย่างเต็มที่เต็มหัวใจแล้ว จักเป็น "ครูดี ครูเพื่อศิษย์" และเป็นแบบอย่างการดำเนินชีวิตของข้าราชการครูทั่วประเทศ

ทาน มิใช่ว่าจะเป็นการทำบุญตักบาตรแต่เพียงอย่างเดียว ทานคือการให้ ทานคือการ "เสียสละ"

ดังนั้น บุคลากรที่อยู่ในหลักสูตรธรรมาภิบาลนี้ เป็นบุคลากรที่ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า เป็นบุคคลที่พร้อมจักเสียสละให้กับประเทศไทย นอกจากนี้ยังเป็นบุคคลที่เห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว

ถ้าหากเขาเหล่านั้นเป็นผู้บริหารแล้วก็คงจะเป็นผู้บริหารที่ดี เป็นครูก็ย่อมเป็นครูที่ดี เป็นหัวหน้าก็เป็นหัวหน้าที่ดี เป็นลูกน้องก็เป็นลูกน้องที่ดี หรือเมื่อกลับบ้านเป็นพ่อก็เป็นพ่อที่ดี เป็นแม่ก็เป็นแม่ที่ดี และที่สำคัญมาก ๆ ก็คือเป็นลูกที่ดีอันมีความกตัญญูกตเวทีเป็นที่ตั้ง

บุคลากรในหลักสูตรนี้ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่าจักต้องเป็นคนที่มีศีล มีธรรมประจำใจ เพราะคนที่จะมีธรรมมาอภิบาลคุ้มครองรักษาจิตใจได้นั้นจักต้องเป็นคนที่ศีลห้าเป็นธรรมชาติพื้นฐานของจิต

บุคลากรในหลักสูตรนี้จักเป็นตัวอย่างของคนที่ละเว้นกิจกรรมนันทนาการจำพวกยิงนก ตกปลา เข้าป่า ล่าสัตว์ กิจกรรมหลักและกิจกรรมนันทนาการของเขาทั้งหลายคงจะอุดมเป็นด้วยการให้และการ "เสียสละ

บุคลากรในหลักสูตรนี้จักเป็นตัวอย่างของคนที่ตัดได้เสียซึ่งการ "คอรัปชั่น" ไม่มีการลักทรัพย์หรือโกงกินบ้าน โกงกินเมือง ทั้งในทางตรงและทางอ้อม

ในทางตรงก็คือ การรับสินจ้าง รับสินบน ใต้โต๊ะ บนโต๊ะ

ในทางอ้อมก็คือ ไม่โกงเวลาหลวง ไม่เบียดบังเวลาการทำงานไปหาผลประโยชน์ส่วนตัว

มีงบประมาณอะไรผ่านเข้ามาก็ใช้คุณค่าของจิตใจแห่งความเสียสละนึกถึงประโยชน์ส่วนรวมก่อนเสมอ

นอกจากนี้บุคลากรที่มี "ธรรมาภิบาล" อยู่ ย่อมเป็นคนที่ซื่อสัตย์ต่อบุตรและภรรยาของตนเอง รักเดียว ใจเดียว ซื่อสัตย์ ซื่อตรง ตั้งมั่นในศีลธรรมในการครองชีวิตคู่

เราจะไม่ได้เห็นบุคลากรทางการศึกษามีบ้านเล็กบ้านน้อยอีกแล้ว เราจะได้เห็นแต่ครูบาอาจารย์ของเราซื่อสัตย์ตั้งมั่นต่อคู่ชีวิตของตนจนถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร

นอกจากนั้นเราจักไม่ได้ยินคำโป้ปดมดเท็จใด ๆ ทหรือแม้แต่การพูดคำหยาบ คำส่อเสียด คำเพ้อเจ้อ จากบุคคลที่สำเร็จหลักสูตร "ธรรมาภิบาล" ของเมืองไทย

เราจะได้เห็นแต่บุคลากรที่เจริญพรหมวิหาร ๔ มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นวิหารธรรมในการดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา และมีความกตัญญูกตเวทิตาต่อหัวหน้าหรือผู้บริหารอย่างสุดจิต สุดใจ

ภาพเดิม ๆ ที่เราจะเห็นงานเลี้ยงที่มีเหล้า ยา ปลาปิ้ง ผู้บริหารเมาแอ่น เมาแอ๋ ก็จะหายไปจากโรงเรียนและมหาวิทยาลัยไทย

เราจะได้เห็นงานเลี้ยงที่ปราศจากแอลกอฮอลล์

ทุกคนที่มางานเลี้ยงมีสติ สัมปชัญญะ อย่างเต็มเปี่ยมทั้งขามาและขากลับ เพื่อให้คนที่บ้านอุ่นใจได้ว่าพ่อและแม่จะเดินทางกลับบ้านมาหาลูกได้อย่างปลอดภัย

และนอกจากนั้นหากมีกิจกรรมนอกสถานที่ใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นการอบรมสัมนาจากเหนือจรดใต้ ผู้บริหารการศึกษาไทยย่อมไม่ปล่อยจิตปล่อยใจตกเป็นทาษของ "การพนัน"

หลักสูตรธรรมาภิบาลที่เข้ามาอภิบาลอุดมศึกษาไทยคงจักมีประโยชน์ดังที่ข้าพเจ้าหวังไว้ ภาพเดิม ๆ ที่พาเด็กนักเรียนไปเข้าวัดปีละครั้งแล้วบอกว่านี้ไง "ความรู้คู่คุณธรรม" คงหมดไป

เพราะผู้บริหารการศึกษาไทย "ภาวนา" กันเป็นแล้ว

ผู้บริหารการศึกษาจักไม่นำพาตนไปนั่งสมาธิ ทำตัวเป็นหุ่นยนต์แล้วบอกว่านี่ไงคือ "การภาวนา"

แต่ผู้บริหารการศึกษาจักภาวนาทุกลมหายใจ

ไม่ว่ามีสิ่งใดมากระทบก็รู้ รู้แล้วพร้อมจะ "ปล่อยวาง"

โลกธรรมทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ สุข ทุกข์ สรรเสริญ และนินทา จักไม่เข้ามาครอบงำจิตใจนักบริหารการศึกษาที่ภาวนาเป็น

หลักสูตรธรรมาภิบาลดีเยี่ยงนี้ ควรแล้วที่อุดมศึกษาไทยจักก้าวไกลด้วยจิตใจของผู้บริหารที่มี "ธรรม..."