ความเห็น 2274770

ก้าวใหญ่ของอุดมศึกษาไทย : หลักสูตรธรรมาภิบาลเพื่อการพัฒนาอุดมศึกษา

เขียนเมื่อ 

เห็นด้วยกับสิ่งที่คุณ ปภังกร วงศ์ชิดวรรณ เขียนทั้งหมด จึงขออนุญาตคัดลอกและเพิ่มข้อความบางตอนที่โดนใจมากมายืนยันอีกครั้งนะคะว่า ..

ดิฉันเป็นผู้หนึ่งที่คาดหวังเช่นกันว่า ผู้ผ่านหลักสูตรจากโครงการจัดตั้งสถาบันธรรมาภิบาลมหาวิทยาลัย สถาบันคลังสมองของชาตินี้ จะต้อง (must)

1. เป็นบุคคลที่มีจิตสาธารณะ เห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว

 “ขอให้ถือผลประโยชน์ส่วนตัวเปนที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เปนกิจที่หนึ่ง ลาภ ทรัพย์ และเกียรติยศ จะตกมาแก่ท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งอาชีพย์ไว้ให้บริสุทธิ”

พระราโชวาทแห่งสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

2.บุคลากรในหลักสูตรนี้เชื่อมั่นว่าต้องเป็นคนที่มีศีลธรรม มีธรรมประจำใจ (เพราะคนที่จะมีธรรมมาอภิบาลคุ้มครองรักษาจิตใจได้นั้นจักต้องเป็นคนที่ศีลห้าเป็นธรรมชาติพื้นฐานของจิต)

3. บุคลากรในหลักสูตรนี้ต้องเป็นตัวอย่างของคนที่ตัดได้เสียซึ่งการ "คอรัปชั่น" ไม่มีการโกงกินบ้าน โกงกินเมือง โกงกินงบประมาณแผ่นดิน ภาษีประชาชน ทั้งในทางตรงและทางอ้อม (คอรัปชั่นเชิงนโยบาย)

4. เราจะต้องได้เห็นแต่ครูบาอาจารย์ของเรา (และที่ไม่ไช่ครูแต่เป็นคน) ที่ซื่อสัตย์ตั้งมั่นต่อคู่ชีวิตของตนจนถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร บุคลากรที่มี "ธรรมาภิบาล" อยู่ ย่อมเป็นคนที่ซื่อสัตย์ต่อบุตรและภรรยาของตนเอง รักเดียว ใจเดียว ซื่อสัตย์ ซื่อตรง ตั้งมั่นในศีลธรรมในการครองชีวิตคู่ (ศีลข้อ 3 เป็นข้อที่มนุษย์เท่านั้นรักษาได้)

5. เราจะต้องไม่เห็นงานเลี้ยงที่มีเหล้า ยา และอื่นๆ ผู้บริหารเมาแอ่น เมาแอ๋ ก็จะหายไปจากสถานศึกษาไทย

6. เราจะต้องได้เห็นแต่บุคลากรที่เจริญด้วยพรหมวิหาร ๔ มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นวิหารธรรมในการดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา และมีความกตัญญูกตเวทิตาต่อแผ่นดินเกิด

บุคลากรเมื่อสมัครเข้าศึกษาในหลักสูตรนี้ meepole เชื่อมั่นว่า นับเป็นผู้มีจิตคิดดี ดังนั้นหวังว่าท่านผู้มีโอกาสดีเหล่านั้นคงใช้โอกาสนี้ให้คุ้ม ในการยกระดับพัฒนาจิต ให้มากยิ่งขึ้นไป และออกมาช่วยกันพัฒนาสังคม

(เสียดายมากที่ไม่เคยทราบมาก่อนว่ามีหลักสูตรนี้)

 การเป็นคนที่มีความดี มีธรรมประจำใจ หรือจะมีธรรม มาอภิบาลคุ้มครองรักษาจิตใจได้นั้นจักต้องเป็นคนที่ศีลห้าเป็นธรรมชาติพื้นฐานของจิต และที่สำคัญคือนักปรัชญามักจะเขียนไว้ให้คนอื่นปฏิบัติ หวังว่า course นี้คงไม่มีนักปรัชญา