หลวงพ่อบางรูปสอนว่า ทุกข์เหมือนสภาพที่คนเป็นโรค สมุทัยเปรียบเหมือนตัวเชื้อโรค......

เห็นอริยสัจจ์-3

โสภณ เปียสนิท

...........................    

 

                          “หลวงพ่อบางรูปสอนว่า ทุกข์เหมือนสภาพที่คนเป็นโรค สมุทัยเปรียบเหมือนตัวเชื้อโรค นิโรธเปรียบเหมือนสภาพที่หายจากโรคแข็งแรงแล้ว มรรคเปรียบเหมือนยารักษาโรคทำให้หายป่วย” “ฟังดูแล้วว่าเข้าทีนะครับ” “ชีวิตคนทุกคนมีทุกข์ แต่น้อยคนจะรู้จักทางแก้ทุกข์” “มันรู้ได้ยากนี่ครับ” “พระพุทธองค์รู้จักทางแก้ทุกข์แล้วนำมาสั่งสอนให้คนอื่นรู้ตาม คนที่รู้ตามเรียกว่าอนุพุทธ” “หลวงพ่อว่าชีวิตนี้มันมีแต่ทุกข์”

                          หลวงพ่อดำพูดขณะมองไปที่ดวงสว่างคล้ายแสงเทียนสองดวงที่ยังอยู่ตรงที่เดิม “ทุกคนมีทุกข์ คนจนมีทุกข์แบบคนจน เศรษฐีมีทุกข์แบบเศรษฐี” “ทุกข์มันมากจริงๆ มีอะไรบ้างครับ” “พระสอนว่า มีทุกข์แบบประจำ เรียกสภาวะทุกข์ เช่นการเกิด การแก่ การเจ็บ การตาย อีกประเภทเรียกว่า ทุกข์จร ได้แก่ความโศกใจ แห้งใจกระวนกระวาย รำพันคร่ำครวญ น้อยใจขึงเคียด ท้อแท้อาลัยอาวรณ์ ขัดข้องหมองมัวตรอมตรม ความพลัดพรากจากของที่รัก ปรารถนาแล้วไม่ได้ก็เป็นทุกข์”

 

                           หลวงพ่อขาวยิ้มชอบใจ “พอเข้าใจครับ แล้วข้อต่อไปของอริยสัจจ์” “ข้อสองคือสมุทัยเหตุแห่งทุกข์ คือตัณหาความทะยานอยาก คืออยากได้อยากมี อยากเป็นนั่นเป็นนี่ หรือว่า ไม่อยากเป็นนั่นไม่อยากเป็นนี่ มันก็ทุกข์ทั้งนั้น” “นี่หลวงพ่อกำลังโทษว่าตัว “ตัณหา” เป็นสมุทัยเหตุแห่งทุกข์” “ก็ใช่นะซิ ตัณหาชักจูงคนเราให้เป็นแบบที่มันต้องการ ให้คนเราทำอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วก็เป็นทุกข์ ทุกข์แล้วก็ไม่เข็ด เพราะเคยชินกับความทุกข์ ตัณหาทำตัวเหมือนเป็นเพื่อน แต่เหมือนเป็นเพื่อนที่ไม่จริงใจ อยู่กับเรา แต่มักทำให้เราทำผิด แล้วเราต้องได้รับผลของความผิดนั้นคนเดียว” “แหมตัณหาเป็นผู้ร้ายสมบูรณ์แบบ”

 

                       “กล่าวถึงนิโรธบ้างครับ” “นิโรธคือความดับทุกข์ จิตใจหมดกิเลส สวรรค์ก็ไม่ดีไม่ต้องการ พรหมก็ยังไม่ดี ไม่ต้องการ มีแต่นิพพานเท่านั้นที่ต้องการ”  “ต้องฝึกเอาเองใช่ไหมครับ” “ใช่ ตั้งจิตไว้เฉพาะพระนิพพานเทานั้น”