เหตุใดหนุ่มฝรั่งที่เดิินทางรอบโลกหลายประเทศจึงเลือกสาวไทยเป็นคู่ชีวิต

อำลาอิตาลี-4

โสภณ  เปียสนิท

.......................................

 

                      ผมไม่ลืมถามคำถามสำคัญที่ค้างคาใจว่า เหตุใดหนุ่มฝรั่งที่เดินทางรอบโลกหลายประเทศจึงเลือกสาวไทยเป็นคู่ชีวิต คุณมัวโร ตอบแบบไม่ต้องคิดว่า “สาวไทยซื่อสัตย์ และสวย” พร้อมกับบอกต่อว่า ปีหน้าจะชักชวนครอบครัวและเพื่อนพ้องไปเที่ยวเมืองไทยอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่หมู่บ้านน้ำพอง บ้านของหวานใจของเขา

 

                 เวลา 15.15 น. คณะของเราต่อรถชัทเทิ้ลบัส และขึ้นบันไดเลื่อนผ่านประตูเข้าสู่ชั้นในสำหรับผู้โดยสารโดยเฉพาะ ผมแยกไปดูห้องต้อนรับผู้โดยสารผู้ใช้บัตรทอง ดูหรูหราและมีอาหารเครื่องดื่มบริการอย่างไม่อั้น เห็นแล้วรู้สึกว่าเกินความจำเป็นสำหรับเรา ไม่ว่าจะเป็นที่นั่งพัก ที่อ่านหนังสือ ที่บริการเครื่องดื่ม จึงเดินกลับมาเข้ากลุ่มรับบัตรขึ้นเครื่อง (Boarding Pass) แล้วเดินเข้าเครื่องบินได้ที่นั่ง C32 นั่งรอไม่นานนักยกนาฬิกาขึ้นดูเป็นเวลา 15.45 น. เครื่องบินเริ่มเคลื่อนออกจากที่

 

                  เจ้าหน้าที่สาวประกาศให้รัดเข็มขัดนิรภัย (Seat belt) เสียงหวานใส ผมหลับตาลงสำรวมจิตใจไว้ที่ศูนย์กลางกาย ทำใจให้สงบนึกถึงดวงแก้วกลมใส ตามแนววิชาธรรมกายของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ รำลึกถึงคุณพระไตรรัตน์ ขออาราธนาบารมีคุ้มครองให้การเดินทางครั้งนี้เป็นไปด้วยดี แคล้วคลาดปลอดภัย

 

               เวลา 16.00 น. เครื่องบินค่อย ๆ ยกตัวเองทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าอันเวิ้งว้างทีละน้อย มองผ่านช่องหน้าต่างเห็นขอบฟ้าอิตาลีขมุกขมัว ให้ความรู้สึกซึมเซาเหมือนไม่ต้องการให้เราจากลา แต่ “งานเลี้ยงยอมมีวันเลิกลา” เสมอ เหมือนดังคำปราชญ์ที่บอกว่า “วันแห่งความสุขนั้นแสนสั้น” คำกล่าวนี้ย่อมเป็นจริงตลอดไป การเดินทางครั้งนี้บ่งบอกความเป็นจริงได้ชัดเจน

 

                 โชคดีที่ได้ที่นั่งริม ด้านซ้ายติดทางเดิน (aisle) ทำให้ง่ายต่อการเดินไปห้องน้ำ ด้านขวามีว่างอยู่หนึ่งที่ ถัดไปอีกมีฝรั่งสาวท่าทางเรียบร้อยตามแบบฝรั่งนั่งอยู่สองคน ดูแล้วคงเป็นเพื่อนสนิทชวนกันไปเที่ยว เพราะเห็นคุยกันอยู่ตลอดเวลา เผลอนิดเดียวเอาเท้าขึ้นมาวางบนที่นั่งว่างข้าง ๆ เรา หน้าตาเฉย ทำความลำบากใจให้ผมไม่น้อย เพราะมองไปทางขวาทีไร เห็นหัวแม่เท้าอยู่ใกล้ ๆ เกือบทิ่มลูกตาขวาทุกครั้ง พยายามมองหน้าเพื่อว่าจะได้ทักทาย แต่เธอก็ไม่มองมาสักที หากมีโอกาสได้สบตาสักครั้งจะขออนุญาตใช้ซอกนิ้ววางน้ำซอสสักซองสองซอง อีตอนที่บริกรนำอาหารมาส่ง เชื่อว่าเธอคงไม่ปฏิเสธ เพราะเห็นว่าอยู่ว่าง ๆ