ศิลปะแห่งความเข้าใจจึงมีความสำคัญต่อศิลปะแห่งการดำเนินชีวิตที่เป็นสุข

"พรุ่งนี้เผา ไปส่งด้วยนะ"

คำพูดสั้นๆ ของอาปา มาในจังหวะที่กำลังคิดเรื่องแก้งานและส่งงานให้ทันเวลา ทำเอาเซลล์สมองวิ่งแล่นปรู๊ดปราด จับต้นชนปลายเรียงข้อมูลเรื่องธุระของอาปา เรื่องสถานที่ เรื่องงานของตัวเอง

เพื่อนของอาปาอายุ 87 ปี เพิ่งเสียชีวิตและจะฌาปนกิจวันพฤหัสคือวันพรุ่งนี้

ในใจคิดว่า "โอ๊ยตายแล้ว เวลายิ่งน้อยๆอยู่ ทำอะไรก็ไม่ค่อยจะทัน ถ้าต้องไปส่งก็ครึ่งวันแน่ๆ ยิ่งธรรมเนียมทางเหนือกว่าจะได้ฌาปนกิจ กว่าจะเรียกแขกผู้มีเกียรติไปวางผ้า แล้วคนตายก็ฐานะระดับดีมากด้วย คงแขกหลายชุด เสียเวลาแน่ๆ"

ปฏิกริยาแรกคือถามว่า "อาปาจะไปหรือ"

อาปา: "ก็ชีวิตหนึ่งเผากันได้ครั้งเดียว"

ผู้เขียน: เงียบ

อาปา: "อายุเยอะจะไปไหนเอง ก็รู้สึกว่ายาก"

ผู้เขียน: เงียบ

อาปา: "ปีนี้มาก็รู้สึกไม่ค่อยจะเหมือนเดิม เริ่มเสื่อมถอย เพื่อนก็ไปก่อนทีละคนสองคน โทรไปหาใครก็แต่ละคนออกบ้านลำบาก"

........

คำพูดของอาปา ทำให้ต้องมาตั้งสติ คิดใหม่

คิดผ่านบริบทของอาปา คนอายุ 84 ปี เพื่อนมีความสำคัญ เพราะเพื่อนวัยเดียวกันเริ่มน้อยลงไป และแต่ละคนก็มีโรคภัยไข้เจ็บ ไม่สามารถไปไหนด้วยกันได้สะดวก ประกอบกับสภาพการจราจรของเชียงใหม่ที่ยังไม่เอื้อต่อการเดินทางของผู้สูงอายุ ไม่ว่าเรื่องรถเมล์ ทางเดินเท้า การข้ามถนน เหล่านี้จึงนำมาสู่พฤติกรรมการพึ่งพาจากคนที่อาปาคิดว่าน่าจะช่วยท่านได้

เมื่อเห็นภาพสะท้อนจากคำพูดของอาปา จึงต้องเรียบเรียงวางแผนใหม่ โดยเรียงลำดับความสำคัญ ยืดหยุ่น ลดกิจกรรมอื่นลงเพื่อทำงานในวันนี้ก่อน จะได้มีเวลาสำหรับวันพรุ่งนี้และไปส่งอาปา โดยใจที่สงบสบาย

ศิลปะแห่งความเข้าใจจึงมีความสำคัญต่อศิลปะแห่งการดำเนินชีวิตที่เป็นสุข