วันนี้ ไปสอน ข้าราชการ   อีกแล้ว

ได้ เรื่อง น่าสนใจมาสองเรื่อง

กรณีที่ 1)  คุณป้า จนท ระดับสูง  ท่านเจอปัญหา   คือว่า น้องชาย ตายเพราะเป็นเอดส์    ทิ้งลูกสาวเอาไว้หนึ่งคน  ตั้งแต่ 4 ขวบ      แม่เด็ก (น้องสะใภ้) หายตัวไป  เท่าที่ทราบ คือ ไปขายตัว  ขายยา ติดคุกไปแล้ว   

เด็กหญิงอยู่กับป้า   ตอนนี้ 11 ขวบแล้ว   มีพฤติกรรม ก้าวร้าว และ รับรู้ว่าพ่อแม่ ตายและติดคุก

เด็กเมื่อโดนป้าตี  จะชอบมาก  บอกให้ตีอีก ตีอีก (มาโซคิสต์)  แน่ๆ

ป้า ก็เครียดมาก    ตามล่าหาญาติฝ่ายหญิง  เขาก็ไม่ยอมรับเด็ก  ฝ่ายหญิงมีอันจะกิน  แต่ ปฏิเสธเด็กคนนี้

ป้าเป็นญาติคนเดียวที่เหลืออยู่    แต่ก็ต้องออกไปทำงานราชการ ตรวจการเงิน ต่างจังหวัด   ฝากคนรู้จักเอาไว้  เด็กไปโรงเรียนก็โดนล้อ ครูก็รู้ประวัติพ่อแม่เด็ก 

ป้ากลุ้มใจ   จะเอาอย่างไรกับอนาคต เด็ก และ ตนเองดี

case นี้    ผมก็ได้แต่บอกว่า  อย่าไปตี อย่าไปดุ   ลองหา จุดเด่นออกมาชมบ่อยๆ    ถ้าเป็นไปได้  ส่งไปเรียนประจำที่ไกลๆ จังหวัดของตน หากจาก พวกปากมาก แซวมาก 

สอนให้ ป้า หัดตั้งสติ  อยู่กับปัจจุบัน  อย่าไปวิตก โดดขึ้นรถไฟความคิดขบวนอนาคต จน จิตตก    .....  เราส่งเสีย  ให้กำลังใจ   ทุกอย่างอยู่ที่ วิธีคิดของเด็ก   สอนแบบอย่าให้รู้ตัว  ...เลิกตีเด็ก ...  อย่าทำให้เด็กเห็นว่าเขาผิดปกติ    อย่าไป พูดว่า สงสารจังพ่อแม่ไม่มี   ห้ามพูดแบบนี้   การไม่มีพ่อแม่เป็นเรื่องปกติ   ใครๆก็เป็น ..... 

หางานให้ทำมากๆ เล่นกีฬาเยอะ  อย่าปล่อยให้ว่าง keep busy  อย่าไปเอาใจมาก ทำแบบเด็กปกติทั่วไป

พาไปวัดบ่อยๆ  แต่อย่าบังคับ  ไปวัดให้ทำตัวสบายๆ  ไปวัดที่สบายๆ อย่างที่ วัดป่าธรรมอุทยาน ขอนแก่น 

ตัวป้า ควรเข้าอบรมหลักสูตร faci & mentoring  แต่ ก็หายาก

ผมว่า case แบบนี้มีเยอะ    ตัวป้าเอง  ก็นิสัยราชการทั่วๆไป  คือ พูดมาก ย้ำคิด ย้ำทำ รอคำสั่ง ไม่พลิกแพลง  ไม่ใช่นักฟัง  ไม่ใช่นักปฏิบัติ   ไม่ชอบอ่าน ไม่คบบัณฑิต   ฯลฯ

กรรมทั้ง ป้า ทั้ง หลานครับ

******************************

2) กรณีที่สอง :  คุณแม่ ราชการ  มีลูกสาวสวย  อยู่ปีสาม   มีนักศึกษาหนุ่มมาติดพัน สี่คน   คุณแม่จะกลุ้มใจตาย โทรตามทุกชั่วโมง   ยิ่งตอนเดินทางกลับบ้านที่ ตจว ยิ่งห่วง เพราะ จะมีหนุ่มขึ้นรถทัวร์มาส่งด้วย

ผมแนะนำได้น้อยทั้งสองกรณี เพราะ มาถามตอนเบรคทางชากาแฟ 

หลายแรก พูดๆๆๆๆ จนหลายหลังนี้ ไม่ค่อยจะได้ถาม

หลายหลังนี้  ผมแซวว่า  มีแฟนส่คนสิดี แสดงว่า ลูกสาวของคุณเขี้ยว  พวกสาวแบบนี้ เอาตัวรอดเก่ง  ผู้ชายเองก็ขัดคอกันอยู่  

ผู้หญิงเงียบๆ ติ๋มๆ มักจะโดนปล้ำง่ายกว่า   พวกเปรี้ยวจะเอาตังรอดเก่ง

แต่ก็ให้ระวัง  ถ้าผู้ชายเขาลงทุนไปมาก  หมดเงิน เวลา ใจไปมาก หากจะเลิก   ระวังจะโดน ถอนทุน   คือ ปล้ำ  ข่มขืน

มองในแง่ดี  คือ ลูกสาว ยังเล่าให้ฟังเรื่อยๆ ดีกว่าเขาไม่บอกเราเลย

อาชีพราชการ ที่เดินทางบ่อยๆ  ชีวิตครอบครัววุ่นวายน่าดู    คนเป็นนายควรพิจารณาแบบ "องค์รวม"  ห่วงใน เรื่องครอบครัวของเขาด้วย

สังคมไทย มีแต่เรื่อง เครียดแบบนี้   จึงไม่แปลกอะไร ที่จะเกิดเรื่องอาชญกรรมได้บ่อยๆ 

 กรณีที่ 3    สาวสวย  ปวส อายุสามสิบ เพิ่งแต่งงานได้ หกเดือน กับหนุ่มวิศวกร   เป็นหลานของ เจ้านายตนเอง (ป้า อายุ 51)

แต่งได้ไม่นาน  เจ้านายลำเลิกบุญคุณตลอด  เอาเรื่องครอบครัวไปเล่าทั้งออฟฟิศ  ด่าต่อหน้าคนทั่วไปว่า เป็นกิ๊กกับเจ้านายชายอีกท่านหนึ่ง  ฯลฯ

สุดท้าย ก็พบความจริงว่า คุณป้าเจ้านายสามี   นิสัยชอบประชดนายใหญ่ ดีต่อหน้า ด่าลับหลัง  สามีของป้าทำงานต่างจังหวัด นานๆทีจะกลับมาบ้าน  ป้าไม่มีลูก  ไม่เลี้ยงสัตว์   ไม่มีงานอดเรก ชอบตั้งวงสนทนา  เข้าบ้านโน้นออกบ้านนี้  ฯลฯ 

เจอเจ้านายแบบนี้  เป็นใครก็เครียด  จะหย่าสามี  และ อยากจะลาออก

กรณี  ผม อบรม ให้ ปล่อยวาง   อย่ามีตัวตน  ตามดูจิต ดูความคิดให้ทัน  เอาสงบสยบเคลื่อนไหว   ป้าเขาไม่สบายทางอารมณ์  เราก็อย่าไปถือสา   ทำตัวของเราเป็น ผู้ให้ ผู้รักษา  จะโดดลงไปเป็นผู้ป่วยด้วย  สุดท้าย จะบ้าทั้งสองคน

คนที่มีปัญหา  เท่าที่ผมเจอ  คือ เวลาเราแนะนำอะไรอย่าง  เขาจะทำอีกอย่าง    บอกให้ ปล่อยวาง ก็จะบอกว่าทำไม่ได้  

ผมก็ถอยมาขั้นหนึ่ง คือ 

กรณี 4  สาวสามสิบ โสด   ทำงานมาหลายแห่ง  ไปที่ไหนก็อยู่ได้ไม่นานต้องลาออก   ทำอะไรก็ไม่ถูกใจแม่ ยิ่งลาออก ก็ยิ่งโดนด่า  กลับบ้านโดนด่าทุกวัน    มีแฟนก็ไม่ได้   น้องชายก็เกเรหนีแม่ไป เพราะ ทนความขี้บ่น เผด็จการของแม่ไม่ได้   น้องชายหายไปเลย ไม่ติดต่อกลับมา   ส่วนพ่อ ก็ไปมีเมียใหม่  ไม่กลับมาเหมือนกัน  รำคาญแม่มากๆ

แม่มีโรคประจำตัว ปวดหลัง ไหล่ ฯลฯ   ชอบนั่งสมาธิ  เห็นโน้น เห็นนี่  เห็นแต่เรืองไม่ดี

ตอนนี้ ลูกสาว ลาออกจากงาน  และ หนีมาบวชชีที่วัด   ไม่เอาแม่แล้ว

ผมแนะนำว่า   แม่ คือ อรหันต์ของลูก

แม่จะพูด จะบ่น อะไร  จะผิดก็ยอมๆ  ไป   เพราะ เป็นคนเดียวที่แม่ ระบายได้  คนอื่นเขาเผ่น ตัดช่องน้อยแต่พอตัวไปแล้ว

วาจาของแม่เป็นวาจาสิทธิ์  อย่าให้ด่าลูก จะเป็นตามนั้นจริง

กลับไปกอดแม่  ทำตัวเป็นลูกแมว แกล้งโง่บ้าง 

และ ก็อีก เช่นเดิม สอนอะไร ไป เธอก็บอก ทำไม่ได้  ทำใจไม่ได้  แค้นแม่มากๆ

ผมก็บอกว่า  งั้นก็ซวยต่อไป  ดวงตกต่อไป   เพราะ แม่คือ อรหันต์  เขามาทดสอบอารมณ์ ของเธอ    ชาตินี้ทำแบบนี้กับแม่  ชาตินี้ใช้กรรมแน่นอน  และ ชาติต่อไปเจอแม่แบบนี้เอง

เธอก็ว่า ผมไม่ได้มาเจอแม่แบบนี้   ไม่เข้าใจเธอหลอก

สุดท้าย  คนทีปัญหา คือ คนดื้อครับ   เชื่อตนเองมากๆ  กรรมของตนเองแท้

ผมลองใจเธอเล่นๆ   ตอนนี้ เธอเอาปลอกหมอนที่วัด ไปแขวนตากแดด  ผมบอกว่า ทำไมไม่แขวน ที่กลางแจ้งโดนแดด  เธอบอกว่า "ดีแล้ว"    ผมถามว่าทำไมไม่ไปเดินจงกรมที่ป่าช้า เธอว่า "ไม่ชอบ"   ถามว่าทำไม่ไม่ดีกับแม่  เธอบอกว่า "ทำใจไม่ได้"  ฯลฯ

บอกสิบอย่าง เจอ No ทั้งสิบอย่าง 

สอนให้ คิดแง่บวก  ก็ติดไม่ได้    เพราะ เธอไม่ชอบคิด   เธอบอก "ปวดหัว"

ในที่สุด ผมก็ปลงซะเอง  ว่างๆ ค่อยหา มุขใหม่  ตอนนี้ หมดมุขครับ 

***************************

บันทึกนี้ ผมบ่นๆ  เอาไว้  อย่างนั้นเอง  ผมคงต้องหา case ทางจิต มาอ่านมากขึ้น    เอาหลักทางธรรมมาใช้มากขึ้น  ผสมผสานกันไป   ใครมีให้อ่าน ขอ link ด้วยครับ   ขอบพระคุณครับ

อยากหามุขใหม่ๆ มาใช้มากขึ้น อยากอ่าน success stories & failure stories ในการรักษา แนะนำ ครับ 

**************************

วันก่อน ผมไปกินข้าว กับ HRD กลุ่มโรงงานกระดาษ   ผมก็บอกว่า ฝ่ายบุคคลทั้งหลายว่า  ........ ดูแล Quality of life พนักงานให้มากๆ   มอง "แรงผลักดัน" ที่เกิดขึ้นที่บ้านพวกเขาด้วย

หาหัวข้อวิจัย  แบบ 4 กรณี นี้   มา show & share กันหน่อย   จริงๆแล้วผมมีมากกว่า 4 อีกนะครับ  .... ผมแก้ได้บ้าง  ไม่ได้บ้าง   ว่างๆ จะบันทึกให้อ่านกัน

พวก HRD  น่าจะมีการอบรม แม่บ้านเรื่อง การเลี้ยงลูก  มีชมรมพ่อแม่มา show & share กันบ่อยๆ   หา ผู้รู้ มาช่วยแนะนำการเลี้ยงลูก หากิจกรรมร่วมทั้งครอบครัว  ฯลฯ อบรมแบบ show & share ไม่เอาแบบ class room เด็ดขาด

ผมเชื่อว่า  ถ้าครอบครัวมีสุข  Productivity ขององค์กรจะดีขึ้นด้วย

เลี้ยงลูกเป็น  ก็จะดูแลลูกน้องเป็นด้วย ถ้ารักลูกน้องเหมือนรักลูกได้จริงๆ

****************************