โอกาส คือ การพัฒนาศักยภาพ

      ปัญหาผู้เรียน คือ ปัญหาของเราต้องช่วยกัน

      บ่อยครั้งที่มีความจำเป็นที่ผมและคณะครูของเราต้องรบกวน เวลาท่านผู้ปกครองนักเรียนมาโรงเรียนเพื่อร่วมกันวางแผนในการพัฒนาเด็กในความปกครองของเรา

     อย่า่งวันนี้ได้เรียนเชิญผู้ปกครองนักเรียนที่มีปัญหาทางการเรียนมา 3 คน แต่ก็มาเพียง 2 คน ปัญหาของเด็กคือเรื่องเรียนเป็นหลัก แต่ความประพฤติก็ใช่ย่อย เรียกได้ว่าเด็กทั้งสามคนมีชื่อเสียมานาน ตั้งแต่อยู่ม4 ปัจจุบันอยู่ม.5

      เรามักพบว่าปัญหาของเด็กส่วนใหญ่ผู้ปกครองไม่เคยรับรู้มากก่อน เพื่อเด็กเหล่านี้มีอะไรก็ย่อมปกปิดผู้ปกครอง หนังสือเชิญผู้ปกครองส่งไปก็มักไม่ถึงผู้ปกครอง

      สุดท้ายเมื่อทุกอย่างของปัญหามักเดินมาถึงทางตันที่ตัวนักเรียนเองเกินจะเยียวยาได้ด้วยตนเอง จำเป็นต้องบอกผู้ปกครอง เพราะ อาจเป็นโอกาสสุดท้าย ท้ายสุดของการแก้ไขเยียวยา

ต้องบอกว่าปัญหาของนักเรียนจุดนี้ค่อนข้างเสี่ยงต่อการไม่จบการศึกษาพร้อมเพื่อน

      วันนี้นอกจากผู้ปกครองที่ผมเชิญมาร่วมพุดคุยแล้วก็มาครูที่ปรึกษา ครุระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ปัญหาของเด็กจะแก้เพียงฝ่ายวิชาการเพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ ถ้าไม่มีการบูรณาการกันหลายฝ่ายในการดูแล แก้ไข ปัญหาจึงจะจบ

      ตามฟอร์มครับนักเรียนและผู้ปกครองทุกคนที่ผมเคยประสบมา คือ การร้องของโอกาส

       แต่ต้องเข้าใจครับว่านักเรียนกลุ่มนี้การพูดคุยเพื่อการแก้ไขปัญหาก็ย่อมไม่ใช่ครั้งแรกของพวกเราทั้งสามฝ่าย(วิชาการ ครูที่ปรึกษา ระบบดูแลฯ)และนักเรียน มันเกิดขึ้นหลายครั้ง และโอกาสก็ให้นักเรียนกลุ่มนี้ก็หลายครั้ง แต่ก้ไม่สำเร็จ

    ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันกับครั้งที่ผ่านๆมา คือ การร้องของโอกาสของนักเรียนและผู้ปกครอง หลายครั้งที่เราเห็นน้ำตาของผู้ปกครองและนักเรียน

แล้วกับการร้องของโอกาส.

ในครั้งนี้..ล่ะ

จะเป็นอย่างไร...

...........................

............................

.................

...........

.....

...

..

.

   เหมือนเดิมครับสุดท้ายพวกเราทั้งสามคนก็ให้โอกาสแก่นักเรียน

โดยมีเงื่อนไขว่านักเรียนต้องแสดงออกให้ทุกคนเห็นว่าโอกาสครั้งนี้

เป็นครั้งที่พวกเขาจะใช้มันอย่างคุ้มค่า

โดยใช้เวลา 1 เดือนเป็นเครื่องพิสูจน์

โดยที่เริ่มจากการมาโรงเรียนทันเข้าแถว กลับตรงเวลา ไม่หนีเรียน

ติดตามแก้ไขผลการเรียนที่มีปัญหาให้ลดน้อยลง

ท้ายสุดผมถามนักเรียนว่าทำไมเขาถึงคิดว่าจะทำมันได้สำเร็จ

เขาตอบว่า..

ขาอยากกลับตัว...เริ่มต้นใหม่

เขาแย่มามากแล้ว....

อยากทำเพื่อแม่...และตัวเอง

อยากเรียนจบพร้อมเพื่อน....

อยากกลับมาสร้างชื่อเสียง ที่ไม่ใช่ชื่อเสียให้โรงเรียน (1 ใน 3 มีฝีมืองานศิลป์เคยได้รางวัลมามากมาย)

......

     ผมก็พูดให้กำลังใจผู้ปกครองทั้งสองท่าน ให้ท่านร่วมให้กำลังใจแก่เด็กของท่านด้วย ร่วมกันจับถูก มากกว่าจับผิด เปลี่ยนวิธีการพูด และวิธีีการดูแลแบบเดิม เผื่อว่าท่านจะได้ไม่ช้ำใจเช่นเดิม

     เวลาจะเป็นเป็นเครื่องพิสูจน์ครับ

     อย่างน้อยก็ 1 เดือน

     อย่างน้อยก็เคยให้โอกาสเขามาแล้วก็หลายครั้ง ครั้งนี้อีกครั้งก็จะเป็นไรไป เพราะสิ่งที่ได้หากเขากลับมาได้ ครูอย่างพวกเราก็ชื่นใจแล้ว

     แล้วเราก็คิดว่าเขาจะกลับมา...

     ปัญหาของเด็กวันนี้ คือ การให้โอกาส และการใช้โอกาสครับ