การทำงานเชิงจิตอาสา นั้นป็น การทำงานที่ออกมาจากใจ โดยมิได้หวังสิ่งตอบแทนแต่อย่างใด ทำเพราะอยากจะทำ การทำงานเชิงจิตอาสานั้นทุกคนก็ทำได้ ถึงแม้ว่าวันนี้เราจะไม่ได้อะไร แต่ดิวเชื่อว่า งานด้านนี้จะช่วยให้เรามีประสบการณ์ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ไม่มีในห้องเรียน เปรียบเสมือนทุนชีวิตทางสังคมที่จะให้เราก้าวไปสู่สังคมอีกสังคมหนึ่ง ได้รู้จักเพื่อนนอกห้องเรียน ได้ร่วมงานกับผู้ใหญ่หลายๆ ท่าน และงานด้านนี้จะต้นทุนและเป็นแรงขับเคลื่อนไห้ไปสู่ความสำเร็จในหน้าที่การงานสักวันหนึ่ง

โดย เครือข่ายยุวทัศน์

ที่มา ศูนย์ข่าวพลเมือง ฅนคอน ฉบับที่ ๙

        ก่อนอื่นเราก็มารู้จักกับน้องเยาวชนคนเก่งดังกล่าวกันเลย  น้องชื่อ   นางสาว  วิลาวัลย์     ดำจันทร์  หรือ ( น้องดิว   )  ตอนนี้อายุ  ๑๗   ปี  เรียนอยู่ที่โรงเรียนท่าศาลาประสิทธิ์ศึกษา  ในระดับชั้น  ม.๕  จากการสัมภาษณ์นั้น น้องดิว บอกว่า  การทำงานเชิงจิตอาสา นั้นป็น  การทำงานที่ออกมาจากใจ  โดยมิได้หวังสิ่งตอบแทนแต่อย่างใด  ทำเพราะอยากจะทำ  การทำงานเชิงจิตอาสานั้นทุกคนก็ทำได้    ถึงแม้ว่าวันนี้เราจะไม่ได้อะไร  แต่ดิวเชื่อว่า งานด้านนี้จะช่วยให้เรามีประสบการณ์ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ไม่มีในห้องเรียน   เปรียบเสมือนทุนชีวิตทางสังคมที่จะให้เราก้าวไปสู่สังคมอีกสังคมหนึ่ง  ได้รู้จักเพื่อนนอกห้องเรียน  ได้ร่วมงานกับผู้ใหญ่หลายๆ  ท่าน  และงานด้านนี้จะต้นทุนและเป็นแรงขับเคลื่อนไห้ไปสู่ความสำเร็จในหน้าที่การงานสักวันหนึ่ง   นี่คือคำพูดของน้องดิว     และรางวัลที่ได้คือรางวัล  เยาวสตรีดีเด่นของจังหวัดนครศรีธรรมราช    พี่ก็ ต้องขอแสดงความดีใจด้วยนะคะ  ถามน้องดิวว่ายากมั๊ยกว่าจะได้รางวัลนี้มา  น้องดิวบอกว่า เยาวชนที่สมัครนั้นจะต้องเป็นคนที่  ทำงานด้านการพัฒนาชุมชน  ทำงานเชิงจิตอาสา  รู้จักรักษาทรัพยากรธรรมชาติ  และที่สำคัญต้องเคยร่วมทำกิจกรรมในสังคม  ผ่านการอบรมคุณธรรม  จริยธรรม  มาแล้วด้วย  และต้องมีผลงานเป็นที่ประจักษ์แก่สังคมและประเทศชาติ   ซึ่งหากดูจากเงื่อนไขแล้วหนูไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับรางวัลนี้เลย   ( ถ่อมตัวมาก)   แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นหนูก็มีหลักฐานและผลงานที่สามารถนำไปเสนอได้อยู่

        ครั้งแรกที่ได้รับการติดต่อมานั้นรู้สึกดีใจ  ตกใจมากเพราะว่า  ไม่นึกไม่ฝันว่าโอกาสนั้นจะมาถึงตัวเรา   ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตก็ว่าได้  ถ้าดิวไม่ได้มาอยู่ในเครือข่ายยุวทัศน์ฯ  ดิวก็คงไม่ได้รับสิ่งดีๆ  เหล่านี้  และต้องขอบคุณ อาจารย์ ปรีชา    เที่ยวแสวง   ด้วย  ที่นำพาดิวให้มาพบกับสิ่งที่ดีๆ    ขอบคุณพี่กุ้ง  พี่ไก่  ที่ได้เปิดโอกาสเหล่านี้ให้กับดิว   และที่ต้องขอขอบคุณมากที่สุด  คือ พ่อและแม่ของดิว ที่คอยสนับสนุนให้กำลังใจ  ในการทำงานของดิว  ขอบคุณความรัก  ความห่วงใยจากพี่ ๆ  น้อง  ชาวยุวทัศน์ทุกคนที่ได้ให้กำลังใจดิวมาตลอด  ดิวคิดว่า  ความสำเร็จของดิว จะเกิดขึ้นมิได้หากไม่มีชาวยุวทัศน์ฯ ในวันนี้  ดิวขอใช้พื้นที่นี้ในการกล่าวขอบคุณทุกๆ ท่านด้วย          

จากครั้งหนึ่งดิวเคยเดินผ่านทางองค์การบริหารส่วนตำบลท่าศาลา  เคยหันไปดู  แล้วยังคิดเลยว่า เราจะมีโอกาสได้เข้าไปนั่งในนั้นบ้างมั๊ย  แต่ตอนนี้ ความฝันของน้องดิวเป็นความจริงแล้ว   น้องดิวได้มีโอกาสเข้าไปนั่งในนั้น  ได้รู้ถึงบรรยากาศของห้องประชุม ว่าเป็นอย่างไร   ท่านนายกของเราใจดีขนาดไหน  รวมทั้งพี่ๆ ในองค์การบริหารส่วนตำบลทุกคน  และที่สำคัญ น้องดิวได้  เข้าไปเป็นประธานสภาเด็กและเยาวชนของตำบลท่าศาลา ด้วย   ดิวคิดว่าเหมือนกับดิวฝันไป   แต่มันก็เป็นความจริง

        สุดท้ายนี้  ดิวอยากจะบอกแม่และพ่อว่า  “  ลูกคนนี้รัก พ่อ และแม่มาก   ดิวจะไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ จะนำความสำเร็จมาให้พ่อแม่ภูมิใจ    ลูกคนนี้จะไม่ขอยอมแพ้ต่อสิ่งใดๆ  จะขอสู้กับปัญหาต่างๆ  ที่เข้ามากระทบ  ขอเพียงกำลังใจจากพ่อและแม่  ขอให้  พ่อและแม่ อยู่ใกล้ๆ  ดิวเท่านั้นพอ    ดิวรัก พ่อและแม่ คะ”

        เห็นมั๊ยคะว่า  โอกาส และความสำเร็จมิได้เกิดขึ้นกับทุกๆ  คน   และไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับโอกาสเหล่านี้  ขอเพียงให้เยาวชน  คิดดี  ทำดี  พูดในสิ่งที่ดีๆ   แล้วสิ่งดีๆ   ก็จะเข้ามาหาเราเอง .