บ่าว เอก คลื่นลูกใหม่ บนทางการพัฒนาขนาดใหญ่ ความหมายที่ต้องสู้

ตลอดชีวิตการเป็นนักศึกษา ได้ทำงานเพื่อชุมชนมาโดยตลอดโดยการออกค่ายอาสาพัฒนา สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้าน จึงเข้าใจปัญหาและความเลื่อมล้ำของสังคม ยิ่งเจอปัญหาที่เกิดขึ้นรอบรั้วสถาบันที่ตนอาศัยจึงกระโดดลงมารับรู้ และรับใช้พี่น้องตามที่บุคคลหนึ่งจะสามารถกระทำได้
โดย สานศรัทธา
ที่มา ศูนย์ข่าวพลเมือง ฅนคอน ฉบับที่ ๙

บ่าว  วัฒนานันท์  สมนึก นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ สาขา วิศวกรรมเคมีและกระบวนการ อดีตประธานชมรมอาสาพัฒนาวลัยลักษณ์

ตลอดชีวิตการเป็นนักศึกษา ได้ทำงานเพื่อชุมชนมาโดยตลอดโดยการออกค่ายอาสาพัฒนา สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้าน  จึงเข้าใจปัญหาและความเลื่อมล้ำของสังคม ยิ่งเจอปัญหาที่เกิดขึ้นรอบรั้วสถาบันที่ตนอาศัยจึงกระโดดลงมารับรู้ และรับใช้พี่น้องตามที่บุคคลหนึ่งจะสามารถกระทำได้

บ่าว เผยว่า “เมื่อมาทำงานเห็นความไม่เป็นธรรมอีกมากในสังคม  ทรัพยากรเป็นของชาวบ้านแต่นายทุนมาเอาเพื่อตนเองมันไม่เป็นธรรมต่อชาวบ้าน ตอนนี้พยายามศึกษาบริบทให้เข้าใจในทุกเรื่อง โครงการต่างๆใครเป็นตัวกำหนด ในส่วนของชุมชนใครเคลื่อนไหวอยู่บ้าง เรื่องราวเกี่ยวข้องกันอย่างไร

ความเข้าใจของผม ระบบสังคมไทยยังขาดความไม่เป็นธรรม คนมีอำนาจยังควบคุมการใช้ทรัพยากร กำหนดวิถีชีวิตคน กำหนดการพัฒนาต่างๆ ขาดการมีส่วนร่วม

ในแนวทางการเคลื่อนไวนั้น ผมเชื่อว่าสู้คนเดียวไม่ได้ เราต้องเป็นหนึ่งเดียว ร่วมกันปกป้องสิทธิของตนเอง ต้องปลุกคนไม่รู้ให้ตื่นรู้โดยเร็วที่สุด เพราะโครงการต่างๆเข้ามาเร็วมาก

ในส่วนของนักศึกษาซึ่งเป็นปัญญาชน และเป็นพลังที่บริสุทธิ์   ตอนนี้จะเร่งผลักดันให้ตื่นไม่คาดหวังให้สู้ เพราะตอนนี้หลับอยู่  ต้องใช้เวลา  ต้องเปิดหู เปิดตา เพราะตอนนี้มหาวิทยาลัยให้สนใจการศึกษาอย่างเดียว  ที่สำคัญต้องสร้างเครือข่ายนักศึกษาให้มาช่วยเรื่องนี้ให้ได้

สำหรับอาจารย์ในมหาวิทยาลัยส่วนหนึ่ง....ที่ไปร่วมกับนายทุน  ต้องใช้กระแสสังคมกดดัน.....และใช้นักวิชาการน้ำดี  ช่วยชาวบ้าน  นักวิชาการต้องให้ข้อมูลชาวบ้าน ต้องให้ความเป็นจริงและข้อเท็จจริงที่จะเกิดขึ้น

ขณะนี้หลายคนมองว่า นิคมอุตสาหกรรมทำให้ เศรษฐกิจ จีดีพีดี แต่รากเหง้า สังคม วัฒนธรรม ทรัพยากรของเราจะหมดไปอย่างรวดเร็ว มันไม่ยั่งยืน  หลอกตาแค่ช่วงหนึ่งเท่านั้น  วันหนึ่งเมื่อทรัพยากรหมดอุตสาหกรรมพวกนี้ต้องไปที่อื่น  กรรมทั้งหมดเป็นของชาวบ้านเป็นของลูกหลาน กว่าจะรู้ก็อาจจะสายไปเสียแล้ว

สุดท้าย ที่อยากฝาก การพัฒนาที่ดีควรคำนึงทรัพยากรในพื้นที่ พัฒนาจากฐานราก ต้องพัฒนาเพื่อคนหมู่มากในอนาคต ไม่ใช่พัฒนาวันนี้เพื่อคนไม่กี่คน รัฐบาลต้องทบทวน

แม้วันนี้ มุมมองและวิธีคิดอาจจะไกลกว่านักศึกษาที่ยังหลับใหลอีกหลายๆคน แต่บ่าวกล่าวทิ้งไว้อย่างน่าสนใจว่า “ในมหาวิทยาลัย สอนว่า ทำอย่างไรให้ลดต้นทุน และสร้างกำไรให้มากที่สุดแก่องค์กร”  คำทิ้งท้ายนี้เป็นการท้าท้ายที่ยิ่งใหญ่ในการยืนหยัดในอนาคตจริงๆ  และหวังว่า เมื่อกาลเวลาผ่านไป บ่าวจะย้อนนึกว่า ครั้งหนึ่งเคยร่วมต่อสู้กับชาวบ้านเพื่อแก้ปัญหาความเลวร้ายนั้น

 

 

เอก เทวินทร์  ชาติภิรมย์  เป็นนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏ นครศรีธรรมราช เอกพัฒนาชุมชน  ซึ่งเป็นบุคคลที่ค่อนข้างคุ้นหน้ากับพี่น้องที่เคลื่อนไหว ในพื้นที่นครศรีธรรมราช  เพราะเป็นแกนนำนักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหว และลงพื้นที่ออกค่ายอาสาพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง และสร้างกิจกรรมรณรงค์ในเชิงสัญลักษณ์ในเวทีรณรงค์มาทั่วภาคใต้

เอกเปิดเผยว่า ความตั้งใจเมื่อเรียนจบ จะออกมาทำงานกับพี่น้องชาวบ้าน เพราะเห็นว่าวันนี้การพัฒนาเข้ามาเร็วมาก ขนาดนักศึกษาเองตั้งตัวแทบไม่ทัน พี่น้องชาวบ้านยังต้องการเข้าไปหนุนเสริมอีกมาก เราต้องก้าวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งกับเขา

แท้จริงผมเป็นคนพูดไม่เก่ง รู้ว่าชาวบ้านมีปัญหาแต่ไม่รู้จะช่วยยังไง สิ่งที่ผมถนัด คือ ทำงานจัดตั้ง ลงพื้นที่ค่อยๆคุย ไปทีละกลุ่ม จากนั้นค่อยๆขยายผลให้กว้างออกไป

ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ที่ผมเข้ามารับรู้เรื่องนี้ เห็นความพยายามต่อสู้ของชาวบ้าน เห็นความไม่เป็นธรรมของนายทุน ของบริษัท ของรัฐบาล  ที่ใช้วิธีการต่างๆนานา  พูดแต่การพัฒนา ให้ชาวบ้านเสียสละ  ให้ชาวบ้านยอมรับ โดยไม่เคารพสิทธิของชาวบ้าน โดยที่ไม่พยายามให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงที่จะเกิดขึ้น บ้านผมอยู่ที่ อ.ขนอม เป็นเป้าหมายก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ วันนี้คนรับรู้ข้อมูลไม่กี่คน และไม่รู้ข้อเท็จจริงว่าจะเกิดอะไรขึ้น  ปัญหาที่เขาจะต้องเผชิญในอนาคต  การพัฒนาที่ผูกขาดการตัดสินใจ  ต้องใช้พลังของชาวบ้านขึ้นมาเรียกร้อง  ต้องให้เขากำหนดอนาคตตัวเอง

สิ่งที่ผมเห็นมาตลอด คือ ความพยายามของชาวบ้านที่ลุกขึ้นมาปกป้องบ้านของตัวเอง พยายามส่งเสียงให้หน่วยงานที่เกี่ยวรับฟัง แต่เสียงของคนเล็กคนน้อย แทบไม่มีการตอบรับ มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้า แผ่นดินที่เขาอยู่มาตลอดชีวิต วันหนึ่งมีคนมาบอกว่า ต้องการพื้นที่เพื่อไปพัฒนาประเทศ  จะให้เขาไปอยู่ที่ไหน  ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งพื้นที่ทำกิน พื้นที่อาศัย  มลพิษต่างๆ  ใครจะรับผิดชอบ ให้ชาวบ้านเสียสละ แล้วนายทุนหรือรัฐบาลเสียสละอะไรบ้าง

ผมถูกสอนมาว่า การพัฒนาต้องให้เกิดความสมดุล เกิด ความสุข ประชาชนต้องกำหนดการพัฒนาตัวเขาเอง ถามว่า อุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า  ท่าเรือ ชาวบ้านเคยคิดไหม คำตอบคือ ไม่เคยได้คิด คนอื่นคิดให้ทั้งนั้น การพัฒนาแบบนี้จะสร้างความสุขและความสมดุลได้อย่างไร

ผมจะออกไปปกป้องบ้านเกิดร่วมกับพี่น้องชาวบ้าน จะสานพลังนักศึกษาภาคใต้  จะทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้  แม้วันนี้ประสบการณ์ยังน้อย  แต่ผมตั้งใจและมุ่งมั่น ผมเชื่อว่าผมทำได้

บ่าวและเอก เป็นแกนนำนักศึกษาสองคนและสองสถาบันในพื้นที่จังหวัดนครศรีฯ  ตกผลึกทางความคิด ที่ผ่านการบ่มเพาะช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตที่เรียนรู้และสัมผัสกับชาวบ้านคนเล็กคนน้อย แม้วันนี้จะทำอะไรได้ไม่มาก แต่ในอนาคตอันใกล้ จากความมุ่งมั่นคงสร้างการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในสังคมอย่างแน่นอน

กับความหมายที่ต้องสู้ เพื่อปกป้องแผ่นดิน ปกป้องทรัพยากร คงต้องเริ่มก้าวไปข้างหน้า เพราะหากไม่ทำชะตากรรมของชาวบ้าน ย่อมทายผลที่จะเกิดขึ้นได้ล่วงหน้า  และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่เป็นเช่นนั้น  เชื่อมั่น...ครับ

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ศูนย์ข่าวพลเมือง ฅนคอน ฉบับที่ ๙



ความเห็น (0)