285. ข้อคิดที่ดี
ได้รับ Forward Message เพื่อนส่งมาให้อ่าน
นำมาฝากทุกท่านอ่านด้วยนะคะ
ลิงกับลา
หญิงชาวบ้านคนหนึ่งอาศัยอยู่คนเดียวในกระท่อม ด้วยความเหงานางจึงหาสัตว์มาเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนสองตัว คือ ลิงและลา
วันหนึ่งหญิงชาวบ้านคนนี้ต้องออกไปตลาดเพื่อซื้ออาหาร ก่อนออกจากบ้านเธอได้เอาเชือกมาผูกคอลิง แล้วมัดขาของลาเอาไว้ทั้งสองข้าง เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงทั้งสองตัวเดินย่ำไปมาในกระท่อมจนทำให้ข้าวของต่างๆ ได้รับความเสียหาย
ทันทีที่หญิงชาวบ้านออกจากบ้านไป ลิงซึ่งมีความฉลาดและแสนซนเป็นคุณลักษณะประจำตัวก็ค่อย ๆ คลายปมเชือกออกจากคอของมัน อีกทั้งยังซุกซนไปแก้เชือกมัดขาให้แก่ลาอีกด้วยหลังจากนั้นเจ้าลิงก็กระโดดโลดเต้น ห้อยโหนโจนทะยานไปทั่วกระท่อมจนทำให้ข้าว ของต่างๆ ล้มระเนระนาดกระจัดกระจายไปทั่ว อีกทั้งยังซุกซนรื้อค้นเสื้อผ้าของหญิงชาวบ้านมาฉีกกัดจนไม่เหลือชิ้นดี ในขณะที่ลาได้แต่มองดูการกระทำของเจ้าลิงอยู่เฉย ๆ สักครู่หนึ่ง
หญิงชาวบ้านคนนี้ก็กลับมาจากตลาด เจ้าลิงมองเห็นเจ้าของเดินมาแต่ไกลจากทางหน้าต่าง ก็รีบเอาเชือกมาผูกคอตนไว้ อย่างเดิมและอยู่อย่างสงบนิ่งฝ่ายหญิงชาวบ้านเมื่อเปิดประตูกระท่อมเข้ามาเห็นข้าวของของตนถูกรื้อค้น กระจุยกระจายเช่นนั้นก็เกิดโทสะขึ้นทันที หันมองลิงและลา เพื่อดูว่าใครเป็นผู้ก่อเรื่อง และเห็นว่าลาไม่มีเชือกผูกขาดังเดิม เธอก็คิดเอาเองว่าเจ้าลานี่เองคือตัวปัญหา ทำให้กระท่อมของเธอมีสภาพไม่ต่างจากโรงเก็บขยะดังนั้นหญิงชาวบ้านจึงวิ่งไปหยิบท่อนไม้นอกบ้านมาทุบตีลาอย่างรุนแรง ซึ่งเจ้าลาผู้น่าสงสารก็ได้แต่ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดจนสิ้นใจโดยไม่สามารถทำอะไรได้เลย
เธอทั้งหลาย
เธอหลายคนคงไม่ค่อยชอบตอนจบของนิทานเรื่องนี้นัก เพราะสงสารเจ้าลาที่ไม่ได้ทำความผิดอะไรแต่กลับถูกเจ้าของทำโทษจนตาย ส่วนเจ้าลิงซึ่งเป็นต้นเหตุแท้ๆ กลับรอดพ้น และไม่ได้รับผลกรรมใดๆ แต่แท้ที่จริงแล้วนิทานเรื่องนี้ต้องการชี้ให้เห็นถึง
ความเป็นผู้นำของหญิงชาวบ้านที่ไม่พิจารณาเหตุการณ์ให้ถ่องแท้ เชื่อแค่สิ่งที่ตนเห็นแล้วลงโทษไปตามความรู้สึกและประสพการณ์ส่วนตัว เธอมองเห็นข้าวของเสียหาย และมองเห็นลาที่หลุดออกมาจากเชือก แล้วตัดสินว่าลาคงเป็นผู้กระทำ
แต่ไม่ได้มองว่าลาไม่มีปัญญาจะแก้เชือก และไม่มีนิสัยชอบรื้อทำลาย เธอมองเห็นลิงยังถูกเชือกล่ามอยู่ก็คิดว่าลิงคงไม่ใช่ผู้กระทำ แต่มองไม่ออกว่าผู้น่าจะแก้ปมเชือกได้และมีนิสัยชอบรื้อทำลายนั้นคือลิง ความจริงถ้าเธอรู้จักสำรวจร่องรอยความเสียหายเสียสักเล็กน้อย เธอก็จะพบรอยเท้าและฟันของลิงกระจายไปทั่วห้อง แต่ไม่พบรอยเท้าของลาเลย เพราะลาไม่ได้เคลื่อนที่ไปไหน
เหตุที่องค์กรต้องเหน็ดเหนื่อยทรมานกันอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะความสะเพร่าของผู้นำที่ "ปล่อยให้ลิงสร้างปัญหา แต่ลารับเคราะห์"
ลาก็เหมือนกับคนที่ปฏิบัติงานได้ตามหน้าที่
แต่ไม่ค่อยมีปากมีเสียง พูดจาตรงไปตรงมาแต่ไร้เล่ห์เหลี่ยม ลิงก็เหมือนกับคนที่ฉลาดแกมโกงพูดมากพรีเซ็นต์เก่ง อ้างอิงตำราได้สารพัด แต่ไม่เคยทำงานจริง
นายที่ดีไม่ควรปล่อยให้ลิงหลงระเริงว่าทำผิดเท่าไหร่นายก็ไม่มีทางรู้ ผู้เป็นนายไม่ควรยึดติดความสบาย นั่งขึ้นอืดรอฟังแต่รายงานในห้องประชุม รู้จักยอมเสียสละตน สละเวลาอีกเล็กน้อยเพื่อค้นหาความจริง
เพื่อควบคุมเจ้าลิง เพราะไม่เช่นนั้น องค์กรก็จะทุกข์ทรมานอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าลิงสงบได้องค์กรก็จะพลอยสบายและมีความสุขอย่างยั่งยืนไปด้วย
สวัสดีค่ะ คุณกานดา
ในโลกนี้มีคนแบบลิง และลา ตลอดจนหญิงชาวบ้านที่ขาดการไตร่ตรองมองเหตุผล
ขอบพระคุณข้อคิดดีๆ ที่ทวีปัญญาค่ะ
สวัสดีค่ะ อ.ขจิต
เสาร์นี้พี่ดาคงมีการบ้านไปถามอาจารย์ผู้สอนเภสัชกรรมไทย ว่า มีสรรพคุณอะไรบ้าง แล้วทำไมถึงเรียก หน่อกะลา เกี่ยวกับกะลามะพร้าวตรงไหน พี่ดาอยากชิมนะ คงอร่อยนะคะ ขอบคุณค่ะนำมาให้พี่ดาชม
สวัสดีค่ะ คุณธรรมทิพย์
คนแบบนี้มีมากมายนะคะ สงสารคนที่พบเจอ แบบเจ้าลา ไม่ถึงกับตายอย่างลา แต่ก็ถูกเข้าใจผิด ก็น่าน้อยใจ ฯ ซึ่งบางคนก็เป็นคนเก็บกดไปเลย คนที่ผิดไม่ยอมรับผิด ปล่อยให้คนไม่ผิดได้รับโทษ สักวันเขาก็ได้รับกรรมนะคะ
ขอบคุณนะครับ..
คล้ายๆ กัน..
http://knonlafhun.blogspot.com/2010/11/blog-post_06.html
สวัสดีค่ะพี่ดา
คนเรามักเอามาตรฐานของตนเองไปตัดสินผู้อื่นอยู่เป็นประจำค่ะพี่ดา..ทั้งๆที่มาตรฐานคนเราไม่เหมือนกันค่ะ...คิดถึงเสมอนะคะ
อ่านแล้วนำไปเป็นข้อคิดเตือนใจ ก่อนตัดสินใครถูกใครผิด
ควรพิจารณาให้ลึกซึ้ง ขอบคุณที่แบ่งปัน
สวัสดีค่ะ ขอบคุณสำหรับข้อคิดค่ะ ต้องหมั่นเตือนตัวเองไม่ให้เป็นแบบหญิงในเรื่อง
สวัสดีค่ะ คุณราชิต
ค่ะเรื่องเดียวกัน ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณครูกระแต
ค่ะบางคน เอาความคิดตัวเองเป็นหลัก ตัวเองดีถูกหมด พอคนอื่นทำอะไรไม่เหมือนที่ตัวเองคิด ก็มองเขาผิดไปหมด แล้วหาเรื่องรังควานด้วยก็มีนะคะ อาจารย์หมอบอกเป็นโรคประสาทชนิดหนึ่ง ชึวิตจะเครียดได้ตลอดเวลา คิดถึงเสมอค่ะ
สวัสดีค่ะ chai
ค่ะเรื่องนี้น่าห่วง น่ากลัว คนที่ใจร้อน ตัดสินใจเร็ว ต้องระวังให้มาก หรือคนที่เชื่อคนอื่นง่ายๆ มองโลกในแง่ลบเสมอ การตัดสินอะไรผิดแล้วแก้ไขไม่ได้ ก็จะเสียใจไปตลอดชีวิตก็มีนะคะ หรือเขาอาจไม่เสียใจ ก็จะเป็นบาปติด...รับกรรม ต่อไปได้
สวัสดีค่ะ คุณปิริมารจฯ
ค่ะเราต้องเตือน ตัวเองก่อนตัดสินใจอะไร ต้องไม่ใจร้อนควรสอบถาม ตรวจสอบก่อน เพื่อความถูกต้องนะคะ
ขอบคุณค่ะ..การใช้โทสะมากกว่าใช้สติไตร่ตรอง ผลที่ออกมาจึงผิดที่ผิดทางไปหมด..ทุกวันนี้มีให้เห็นอยู่เสมอ..แม้ตัวเราเองก็อาจเป็นเช่นนี้ได้ หากขาดความรอบคอบ..
..มีท้องฟ้าใกล้ค่ำมาฝากค่ะ..
สวัสดีค่ะ คุณพี่ใหญ่
ค่ะเราต้องรอบคอบไว้เสมอนะคะ ต้องมีสติ แต่บางครั้งมีเหตุการณ์ที่ตกใจกระทันหัน สติหายหมดก็มีมากอีกนะคะ ดาเคยเกิดครั้งหนึ่งตอนที่บ้านเมืองเราไม่สงบ ข่าวลือที่ผิด ทำให้สติหลุดแตกเลยทีเดียว ภาพสีสวยงามมากค่ะ ดาชอบมาก ขอบคุณมากนะคะ
มาชื่นชมและชวนเที่ยวทุ่งนาค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณฐานิศวร์
ค่ะไปเล่าให้เด็กทราบ ดีมากๆเลยค่ะบอกเด็กๆเล่าต่อให้ผู้ปกครองฟังด้วยนะคะ ทุกคนจะได้ใจเย็นและมีความยุติธรรมค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะ น้องแหว๋ว
ค่ะเดี๋ยวพี่ดาไปชมนะคะ ทุ่งนายามเช้าหรือยามเย็นค่ะ หรือใกล้ฝนตก
แวะมาเยี่ยมยามค่ำ
บุคคลอย่างในเรื่องลิงกับลามีอยู่มากมายในวงการทำงาน อยู่ที่ว่าใครจะเป็นลิงใครจะเป็นลา...ตั๋วไผตั๋วมันเน้อ...
สุขสันต์กับค่ำคืนนี้นะคะ
สวัสดีค่ะ น้องอุ้มบุญ
นิทานเรื่องนี้ สอนดีมากเลยนะคะ ทำให้เราได้แง่คิดหลายอย่าง เรื่องเล่าที่จำง่ายด้วยค่ะ น่าสงสารลา มากเลยนะคะ
สวัสดีค่ะ คุณพี่กีร์
ค่ะใครจะเป็นลา ใครจะเป็นลิง คนที่ไม่มีทางสู้ จำยอมเป็นลาก็มีมากนะคะ กรรมของแต่ละคน ติดตัวมาตั้งแต่เกิดอยู่แล้ว เมื่อมีชีวิตปัจจุบันนี้ ต้องทำสิ่งดีๆ ที่ถูกต้องไว้เสมอ ดีที่สุดนะคะ ภาพน่ารักมากค่ะ คืนนี้ดาจะหลับฝันดีนะคะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณ ครับสำหรับบทเรียนดีๆ ครับ