การสัมมนาเชิงปฏิบัติการของนักส่งเสริมการเกษตรระดับอำเภอ ของสายที่ 2 ซึ่งประกอบไปด้วยนักส่งเสริมการเกษตรจากอำเภอ 1) คลองลาน 2) ขาณุวรลักษบุรี 3) ทรายทองวัฒนา 4) ปางศิลาทอง 5) กิ่งอำเภอบึงสามัคคี และ 6) สำนักงานเกษตรอำเภอคลองขลุงเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้     

          วันนี้สถานที่จัดสัมมนาและการศึกษาดูงาน ได้ใช้สถานที่เดียวกันคือ สวนทรงชัย     เลขที่ 608/ 1 หมู่ที่ 2 ตำบลท่ามะเขือ อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของอำเภอคลองขลุง(วังปลาบึก)

 

ภาคเช้า

          เริ่มด้วยการต้อนรับของทีมงานสำนักงานเกษตรอำเภอคลองขลุง นำโดยคุณประยงค์ แว่นทอง เกษตรอำเภอคลองขลุง  จากนั้นก็เป็นการเล่าประสบการณ์ในการทำสวนของคุณทรงชัย  แซ่ลิ้มเจ้าของสวน  เล่าว่าสวนแห่งนี้ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2536 มีพื้นที่ประมาณ 200 ไร่ เริ่มต้นทำสวนที่จากเดิมเป็นที่นา มีการปลูกไม้สักก่อน แต่พบว่าพอหน้าฝนน้ำจะท่วมต้นสักตายไปเกือบหมด เลยขุดที่เป็นสระน้ำหลายๆ สระเพื่อนำดินมาถมที่ให้สูงขึ้น แล้วเลี้ยงปลา ปลูกไม้ผลอีกหลายชนิด เช่น มะพร้าวน้ำหอม 6 พันกว่าต้น  ส้มโอ  ส้มเขียวหวาน เป็นต้น   

  

          ในอนาคตต้องการให้เป็นจุดท่องเที่ยวและเรียนรู้ของเกษตรกร ในทุกๆด้าน เช่น การเลี้ยงปลา  การขยายพันธุ์ไม้ผล เป็นต้น  พร้อมทั้งเชิญชวนให้นักส่งเสริมการเกษตรมาใช้บริการเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของเกษตรกร เพื่อจะทำให้ความตั้งใจของตนเองที่จะสร้างที่แห่งนี้ให้เป็นจุดเรียนรู้ของเกษตรกรประสบความสำเร็จ   ในการเล่าครั้งนี้คุณสังวาลย์  กันธิมา และคุณวันวิสาห์ จากสำนักงานเกษตรอำเภอคลองขลุงเป็นคนจับประเด็นและบันทึกเรื่องเล่าครับ

คุณบันทึกครับ

          หลังจากการเล่าประสบการณ์ของคุณทรงชัยจบแล้ว ก็มีการนำผลผลิตของสวนมาให้นักส่งเสริมการเกษตรที่ร่วมสัมมนาในครั้งนี้ได้ชิม พร้อมทั้งได้เดินศึกษาในสวน ซึ่งมีกิจกรรมที่หลากหลาย อีกทั้งมีสถานที่ที่กว้างขวาง  แต่หากขึ้นไปบนหอคอยกลางสระน้ำแล้วชมวิวของสวนและบริเวณใกล้เคียงจะสวยงามมาก ผมเลยถือโอกาสนำภาพวิวของสวนมาฝากด้วยครับ

 

          เมื่อเดินชมสวนเสร็จก็กลับเข้ามายังศาลารูปเรือกลางน้ำ เพื่อแบ่งกลุ่มเป็น 3 กลุ่ม   ร่วมกันสรุปปัญหาของการดำเนินกิจกรรมตามโครงการผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน  และสิ่งที่ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาเหล่านั้น   ประเด็นที่สองคือความก้าวหน้าของการดำเนินกิจกรรมการสร้างเครือข่ายของแต่ละอำเภอว่าได้ดำเนินการไปแล้วอยู่ในระดับใด มีปัญหาอุปสรรคและวิธีการแก้ไขอย่างไร จากนั้นก็เป็นการมานำเสนอสิ่งที่ได้ระดมกันคิดในสองประเด็นข้างต้น 

          โดยได้นำเสนอและผู้นำเสนอคือ กลุ่มที่ 1 นำเสนอโดยคุณสวัลย์  ขาวทอง จากสำนักงานเกษตรอำเภอคลองลาน กลุ่มที่ 2 นำเสนอโดยคุณเปรมชัย  เชื้อแก้วจากสำนักงานเกษตรอำเภอคลองขลุง และทำการสรุปจากข้อมูลทั้งสองกลุ่มโดยน้องวันวิสาห์  นักส่งเสริมมือใหม่จากสำนักงานเกษตรอำเภอคลองขลุง  ซึ่งได้ทำภาระกิจในแต่ละบทบาทได้ดีมากครับ

         พอสรุปประเด็นที่นักส่งเสริมการเกษตรได้ร่วมกันระดมความคิดเห็นได้ว่า  ปัจจุบันการทำงานมีความซ้ำซ้อน ขาดการบูรณาการกันจากระดับบน ทำให้การทำงานของผู้ปฏิบัติไม่เป็นไปตามแผน  ชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการอาหารปลอดภัยยังขาดแรงจูงใจ นักส่งเสริมการเกษตรจะทำอย่างไรเกษตรกรจึงจะยอมรับ  และแนวทางแก้ไขได้แก่ การที่มีการบูรณาการแผน  และมีการปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์อยู่เสมอ   ส่วนในประเด็นของการสร้างเครือข่ายนั้นยังอยู่ระหว่างการปฏิบัติ สิ่งที่ได้ปฏิบัติอยู่ในขณะนี้ก็คือการประชุมร่วมกันกับเกษตรกรว่าหากมีการผลิตสินค้าออกมาแล้วจำทำอย่างไรกันต่อไป

ภาคบ่าย

           เป็นการนำเสนอแนวทางการสร้างเครือข่าย เพื่อเป็นการ ลปรร.กันระหว่างส่วนกลางกับผู้ปฏิบัติงานในภาคสนาม โดยคุณภาณี  จากนั้นก็เป็นขั้นตอนของการประชุมชี้แจงและซักถามปัญหาในการปฏิบัติงานโดยทั่วๆ ไปของแต่ละฝ่าย และปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการโดยเกษตรอำเภอคลองขลุง  ครั้งต่อไปสายนี้สำนักงานเกษตรอำเภอขาณุวรลักษบุรีจะเป็นเจ้าภาพจัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการใน  วันที่ 22 เดือนสิงหาคม 2549

สรุปบทเรียนของวันนี้

  • ในการปรับกิจกรรมของการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ โดยให้นำประเด็นของการศึกษาดูงานมาดำเนินก่อนการประชุม  ได้ผลดีกว่าทำแบบเดิมคือประชุมแล้วจึงศึกษาดูงาน
  • ใช้เวลาในแต่ละครั้งน้อยลง
  • ได้มีเวลาในการ ลปรร.กับเกษตรในจุดที่ไปศึกษาดูงานมากยิ่งขึ้น
  • การจัดสัมมนาฯ ณ สถานที่ศึกษาดูงานเลยนั้นเป็นสิ่งที่ดีมาก หากทำได้ทุกครั้ง  เพราะสถานที่ไม่แยกกัน ทำให้ไม่เสียเวลาในการเดินทาง
  • ฯลฯ

บันทึกมาเพื่อการ ลปรร. ครับ

วีรยุทธ  สมป่าสัก