283. โรคมะเร็ง โดย ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธุ์วงศ์

   หยุดเขียนข้อมูลเกี่ยวกับมะเร็งไปนาน ได้ทราบจากบันทึกคุณครูพิกุลว่า

  คุณครูต๋อม  ที่เป็นมะเร็งสมอง จะผ่าตัดครั้งที่ 4 อีกครั้ง


http://gotoknow.org/blog/kanda11/377005


จึงขอนำ วิธีบำบัดสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง ที่ ดร.รสสุคนธ์  พุ่มพันธุ์วงศ์

เขียนไว้มาบอกกล่าวให้ทราบ  เป็นเรื่องต่อเนื่องจากบันทึก  "ต้นเหตุของโรคมะเร็ง "

 

    วิธีบำบัดสำหรับผู้เป็น "โรคมะเร็ง"


   " ถ้าเป็นเนื่องจากขบวนการที่เขานอนดึก ไม่ขับถ่าย ไม่รับประทานอาหารเช้า   มันก็ต้องเริ่มต้นด้วยวิธีธรรมชาติ  แต่ส่วนใหญ่ที่พบก็เริ่มจากการ "คีโม และ ฉายแสง"


    เพราะฉะนั้น เวลาที่เกิดโรคมะเร็งแล้วส่วนใหญ่ 100% ต้องไปตรวจเมื่อไปตรวจเสร็จก็ผ่าตัดทันที  ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี สำหรับวงการแพทย์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการลุกลาม  ขั้นที่ 2 เมื่อมีแนวโน้มที่จะเกิดการลุกลาม ก็จะต้องให้เคมีบำบัด หรือคีโม  ขั้นที่ 3 เมื่อให้เคมีบำบัดแล้วยังเสี่ยงต่อการลุกลามหลังจากให้คีโม แล้วยังไม่ดีขึ้นก็ต้องใช้การฉายแสง


     แต่ทั้งสามขบวนการนี้ ถ้าผู้ป่วยอยู่ในสภาพที่อ่อนแออยู่แล้ว ฉะนั้นไม่น่าจะมีการคีโมหรือฉายแสงก็ดีเหมือนเดิมไม่ได้  เหตุเพราะว่าการให้เคมีบำบัด จะต้องไปกระทบกระเทือนเซลล์ที่ดีอยู่ เพราะฉะนั้นร่างกายเราจึงต้องมีกำลังที่จะสร้างเซลล์ใหม่รวมถึงการขับเซลล์ตาย และสำรองกำลังไว้สร้าง ศักยภาพร่างกายให้เกิดใหม่ เพราะฉะนั้นผู้ป่วยต้องถามตัวเองก่อนว่าผู้ป่วยแข็งแรงหรือยัง แล้วถามว่า........ณ วันนั้น

ผู้ป่วยถามตัวเองได้มั๊ยว่า "ร่างกายแข็งแรงพอที่จะต่อสู้หรือยัง"

  "คำตอบอยู่ที่ไหน" นั่นคือ "ความน่ากลัวที่เราเองก็ไม่รู้"

 ว่าแต่คนที่เข้าไปหาหมอรวมถึง

 "คำตอบที่ตัวเองพอที่จะต่อสู้กับ โรคร้ายนั้นอยู่ที่ไหน"

 ดิฉันเองก็ไม่รู้ บ้านสุขภาพก็ไม่รู้ เพราะรู้ไม่ได้ค่ะ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราให้คำแนะนำได้ตอนนี้คือ

1. ฟื้นเซลล์ให้เร็ว

2. ให้ผู้ป่วยรู้ตัวว่ามีแรงพอที่จะต่อสู้กับการบำบัด

3. ให้ผู้ป่วยมีกำลังใจต่อสู้ในเชิงการทำสมาธิ เพื่อให้ฮอร์โมนในร่างกายทุกตัวเข้าสู่สมดุล และเมื่อสมดุลเมื่อไหร่เซลล์ตายกับเซลล์เกิดใหม่จะแยกส่วนกันอย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะรอดชีวิตจึงมีเปอร์เซนต์เพิ่มมากขึ้น


 ประเด็นอยู่ที่ว่าเราจะจำลองสถานการณ์ธรรมชาติอย่างไร?คำแนะนำอะไรที่จะทำให้ผู้บำบัดได้รับการรู้สึกตัวอย่างเร็วที่สุด  ว่าตัวเองรู้สึกสดชื่นขึ้นมีอาการดีขึ้น   ระบบขับถ่ายดีขึ้น   สามารถนอนหลับได้   ทานอาหารได้   ออกกำลังกายได้   ทำสมาธิได้   ซึ่งเราเพียงต้องการห้าอย่างนี้ให้เกิดขึ้น "ภายในวันต่อวัน"

        นั่นก็คือการให้โอกาสร่างกายที่จะเกิดใหม่รายวัน พอวันนี้ดีขึ้นพรุ่งนี้รู้สึกดีขึ้น ผู้ป่วยก็มีกำลังใจว่าฉันจะหายแล้ว  พอถึงระดับที่ผู้ป่วยรู้สึกตัวเองว่าดีมากๆ  เราก็ให้ไปตรวจระดับเลือดเป็นยังไง ผลของ CA รวมถึง อัตราการเกิดของเซลล์มะเร็งเป็นอย่างไร ? ศักยภาพของภูมิคุ้มกันเป็นอย่างไร?


        ซึ่งถ้าระดับเม็ดเลือดขาว และเม็ดเลือดแดง ของร่างกายมีผลออกมาว่า อยู่ในระดับปรกติ ท่านอย่าคิดว่าท่านจะหาย เพราะถ้ายังเหนื่อยง่าย อุจจาระออกมาเป็นสีดำ นอนไม่หลับ หรือ หลับยาก  หายใจติดขัด และอ่อนเพลีย สภาวะของร่างกายก็ยังอยู่ในภาวะอัตราเสี่ยง 100%


     เพราะฉะนั้น การควบคุมอาหารจึงต้องมีระยะเวลาเป็นปี ไม่ใช่ 1-2 วันแล้วจะหาย มีหลายคนที่รอด เนื่องจากเคร่งครัดในคำแนะนำของเรา  แต่ก็มีบางคนไม่เคยมาบ้านสุขภาพเลย  แต่ว่าเขาจำวันแรกที่มีอาการดีแล้ว เข้าใจรวมถึงปฏิบัติตนเช่นนั้นเป็นปีๆ


   จนกระทั่งกลับไปตรวจเช็คในแพทย์แผนตะวันตก แล้วผลออกมาว่าคุณไม่เป็นอะไรเลย นั่นคือ สิ่งที่ทำให้เขายืนหยัด อยู่ในสายธรรมชาติบำบัด ตลอดเวลา


         เพระฉะนั้นการบำบัดก็คือ

หนึ่ง  ทำตามคำแนะนำของเราอย่างเคร่งครัด

สอง  เข้าใจสรีระในร่างกาย

สาม  ไปตรวจร่างกายว่าเรามีศักยภาพอยู่ในระดับใด

 

   ขอให้ท่านหยิบหนังสือแพทย์ทางเลือกของบ้านสุขภาพมาถือไว้แล้วก็อ่านรวมถึงเฝ้าระวังตัวเอง ว่าอย่าเข้าไปสู่กระบวนการความเสื่อมถึงขั้นเป็นมะเร็ง เราจะมีหัวข้อคำตอบ คำถามถึง 25 ข้อใน 1-25 ข้อเราจะบอกลำดับของดีกรีของความเสื่อมที่จะเข้าสู่เซลล์มะเร็ง ขอให้เข้าสู่กระบวนการตามขั้นตอนที่เราชี้แนะ และก็กลับไปตอบในแบบสอบถามเดิมว่า อาการเป็นเหมือนเดิมกี่ข้อ แล้วหายไปกี่ข้อ แล้วท่านก็ไปตรวจในหลักของแพทย์แผนปัจจุบัน นั่นคือกระบวนการรักษาโรคมะเร็ง

       สถิติของผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งและเข้ารับการบำบัดตนเองนั้นพบว่ามีสาเหตุมาจากสิ่งต่างๆดังนี้

 

นอนดึก   ผู้ป่วยส่วนใหญ่นั้นเป็นวัยทำงานซึ่งส่วนใหญ่ไม่เคยนอนก่อน 21.00 น.

ซึ่งเกือบ 80% เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

เข้านอนหลังเที่ยงคืน พบได้มากกับผู้ที่ทำงานกลางคืน และทำงานหามรุ่งหามค่ำ

ส่วนใหญ่เกือบ 100% เป็น มะเร็งที่ตับ

นอนหัวค่ำ แต่ดื่มสุรา และบุหรี่ มะเร็งถามหา 30%

นอนดึกดื่มสุรา รวมถึงบุหรี่ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และมะเร็งปอด และมะเร็งตับ 100%

ไม่รับประทานพืช ผัก ผลไม้ สะอาด เป็นมะเร็งกระดูก

อารมณ์รุนแรง ใจร้อน นอนดึก เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

ไม่รับประทานอาหารเช้าหรืออาหารเช้าเป็นกาแฟ เป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร

มารดานอนดึก ไม่รับประทาน พืช ผักอยู่กับคลื่นมือถือ และคอมพิวเตอร์

เด็กเล็กที่ออกมาเป็นมะเร็งในเม็ดเลือด

แม่ดื่มสุรา สูบบุหรี่ ลูกที่ออกมามีโอกาสเป็นมะเร็งในเม็ดเลือด และอาการสมองผิดปรกติ 

 

ข้อมูลจากหนังสือเล่าสู่กันฟัง แพทย์ทางเลือกเล่ม 2

 โดย ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธุ์วงศ์

 

    ด้วยความปรารถนาดี  กานดา แสนมณี