"แม้เธอจะไม่ชอบเหมือนเรา เธอก็ติดตามเราไปทุกแห่ง  โดยไม่โต้แย้ง  จนถึงขีดที่น่าเบื่อทำให้เธอหลีกไปนั่งคอยอยู่อีกแห่งหนึ่ง"  เธอคนนี้คือเพื่อนของเราที่พูดน้อย เสียงเบา ๆ ยิ้มง่าย ไม่ขัดใจเพื่อนแม้แต่นิดเดียว  ไม่ว่าเรื่องใด

           วันนี้ก่อนเที่ยงวัน  มีเพื่อนมาเยี่ยมที่บ้าน ๒ คน  เพราะโรงเรียนของเพื่อนทั้งสองยังไม่เปิดเรียน  มีดินสำหรับเพาะปลูกมาฝาก ๒๐ ถุง ถุงดำ พร้อมกับมีเมล็ดพันธุ์มะเขือหยดน้ำ มะเขือยาวมัน มะเขือม่วง ผักพฤกษ์และถั่วฝักยาว มาให้ยายคิมหัดเพาะ  คงเห็นใจว่าเงินบำนาญของยายคิมยังไม่ออก

           "เรา" สองคนคือยายคิมกับเพื่อนอีกคน  โต้แย้งกันทุกเรื่องแต่ชอบเหมือนกันหลายเรื่อง  แม้กระทั่งเรื่องอาหารกลางวัน  สุดท้ายเราเลือกได้ก๋วยเตี๋ยว  ส้มตำ ลูกชิ้นหมู  เพราะหนึ่งในเราบอกว่า "ร้านไหนก็ได้ให้ใกล้ ๆ ร้านหนังสือหน่อย"

            เราสองคนเป็นคนเสนอเมนูทั้งหมด  แต่เธอคนยิ้มง่ายคนนั้น  เป็นคนจ่ายตังค์ แม้แต่สเปคของส้มตำเธอก็ต้องยอมทานเหมือนเราสองคนด้วย 

            ขณะที่ทานก๋วยเตี๋ยว  ยายคิมได้มุขกระจายลอยฟ่อง  จากสุภาพสตรีสาวสวยนางหนึ่ง เดินพูดโทรศัพท์ผ่านมา เป็นภาษาลาวที่ยายคิมได้ยินจนจุกลิ้นปี่  เพราะขำไม่ออก อาหารเต็มปาก  เธอกำลังพูดว่า "No No No No No....I care you, care you. Now I am sick sick sick sick. You can buy I  every day. (รับรองสำเนาถูกต้อง)

           เมื่อทานเสร็จแล้ว  หนึ่งในเราเสนอว่า "แวะไปย่อยอาหารในร้านหนังสือหน่อยนะ" แล้วพวกเราทั้ง ๓ ก็เข้าไปในร้าน  นานมากนับชั่วโมงได้  จนเรา ๓ คนลืมกันไปชั่วขณะว่าเรามาทำอะไรกัน  เพราะเราสองคนต่างหากที่เคยตัวเวลามาร้านหนังสือด้วยกันจะแอบอ่านหลายเล่มแต่ซื้อหนึ่งเล่มเป็นประจำ  วันนี้เพื่อนจ่ายค่าหนังสือให้ ๒ เล่ม  ทั้ง ๆ ที่ปฏิเสธและบอกว่าเมื่อวานซื้อไปแล้ว ๘ เล่ม  เพราะเพื่อนคงเห็นใจที่เงินบำนาญของยายคิมยังไม่ออก

           ปรากฏว่าเพื่อนคนยิ้มง่ายหายไป  เข้าใจว่า เธอคงเบื่อเพราะเธอไม่ชอบหนังสือเหมือนเราสองคน  แล้วยายคิมอยากได้กาแฟเย็นสักแก้ว ยายคิมสั่งกาแฟเย็นใสแก้วสำหรับทานนอกร้าน  แล้วเราก็นั่งอ่านหนังสือคอย

           เมื่อได้กาแฟแล้ว  แทนที่เราจะลุก  แต่เราติดอ่านหนังสือ "ก้มหน้าก้มตาอ่าน" และดูดกาแฟไปด้วย  แล้วเราก็นึกได้ว่า "เพื่อนคนยิ้มง่ายหายไปไหน"  กาแฟหมดแก้วพอดี

          ที่ไหนได้เราสองคนเดินออกมาคอยที่ทางเข้า ทางออกก็ไม่เจอ  จึงเป็นฝ่ายโทรศัพท์หาเพื่อนคนยิ้มง่าย  ปรากฏว่าเธอไปนั่งคอยอยู่ด้านนอก  ตรงลานจอดรถ เราเดินออกมาเห็น "รอยยิ้มแฉ่ง" อย่างชัดเจน

            ป้ายสุดท้ายคือตลาดต้นไม้อินโดจีน  พวกเราไปเดินชมต้นไม้ "เราสองคน"  ชอบต้นไม้เหมือนกันอีก ส่วนเธอคนยิ้มง่ายก็เดินตามต้อย ๆ  แล้วเธอไปซองยาสำหรับปราบหอยทากมาฝากยายคิม ๑ ซอง  ยายคิมรับมาไว้แต่คงไม่กล้าจัดการกับยาซองนี้

            ที่นี่ยายคิมได้ต้น "ผักเหลียง" ขนาดท่วมหัวมา ๒ ต้น เมื่อเราคุยถึงผักเหลียง  เธอก็ไม่รู้จักและไม่เคยทาน  แต่เราสองคนบังเอิญ "ชอบเหมือนกันอีก"

            "แม้เธอจะไม่ชอบเหมือนเรา เธอก็ติดตามเราไปทุกแห่ง  โดยไม่โต้แย้ง  จนถึงขีดที่น่าเบื่อทำให้เธอหลีกไปนั่งคอยอยู่อีกแห่งหนึ่ง"  และตลอดเวลาแม้ว่าเรา ๓ คนจะชอบเหมือนกัน ๒ คน อีกคนหนึ่งนั้นตรงกันข้าม  นับเป็นการขัดตัวแต่ก็ไม่เคยขัดใจกัน  เพราะเราคบกันมานานเกินกว่า ๒๐ ปี 

           สองคนที่ชอบเหมือนกัน อ่านหนังสือ อาหารการกิน เที่ยว ดูหนัง ต้นไม้  ป่า  ฯลฯ แต่เถียงกันได้ทุกเรื่องเพราะความคิดอ่านที่ขัดแย้ง  สุดท้ายยายคิมจะแพ้  ส่วนอีกคนมีสิ่งที่ตรงกันข้าม แต่ไม่เคยเถียงหรือขัดแย้งกันสักครั้ง