"ไอแบบมีจริยธรรม" ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่เป็นคำใหม่ที่เพิ่งได้ยินเป็นครั้งแรก  จึงให้ความสนใจหยุดฟังอย่างตั้งใจ

        เมื่อวานเดินผ่านโทรทัศน์  ไม่ทราบรายการอะไร  เพียงแต่เข้าใจว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพและการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื่อไวรัสไข้หวัด  คุณหมอท่านหนึ่งพูดถึงเรื่องการไอและจามว่า "ต้องไอแบบมีจริยธรรม

         ผู้ดำเนินรายการแสดงความคิดเห็นว่า "ต้องใช้มือปิดปาก ปิดจมูกใช่ไหมคะ" พร้อมกับหัวเราะเล็กน้อย

       "ไม่ใช่ครับ หากการปิดปากปิดจมูก  เราอาจจะใช้มือไปหยิบจับหรือลูบคลำ  สัมผัสสิ่งอื่น ๆ ครับ การไอแบบมีจริยธรรมที่ผมว่าหมายถึงการใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษปิดปากปิดจมูกครับ"  เป็นคำอธิบายจากคุณหมอ

         จริยธรรมเป็นคุณธรรมประจำใจที่ประเสริฐสุด  หากทุกคนมีจริยธรรมปัญหาสังคมต่าง ๆ ก็จะไม่เกิดขึ้น  ทุกคนก็จะอยู่อย่างเป็นสุข

         ฉันเองขาดจริยธรรมเรื่องการไอหรือจามมานับไม่ถ้วน ไม่ใช้มือเดียวด้วยสิ ใช้ทั้งสองมือคิดว่า "ดีที่สุด" กลายเป็นติดลบด้านจริยธรรมเป็นสองเท่า  เพราะการไอหรือจามบางทีก็กระทันหันหาผ้าเช็ดหน้าไม่ทัน  ต่อไปต้องเติมเต็มให้กับตัวเองเรื่องการไออย่างมีจริยธรรม

         "ATM" เป็นเลขเพียง ๔ หลัก และเป็นเรื่องที่เจ้าของควรมีเทคนิคการจดจำ ไม่ว่าจะถือกี่ธนาคารก็ตาม  เพราะการตั้งรหัสสามารถตั้งเหมือนกันได้ทุกธนาคาร  หรือตั้งเป็นเลขที่เกี่ยวข้องกับตัวเจ้าของบัตร

         วันนี้ได้ชมรายการหนึ่ง  "สุภาพสตรีท่านหนึ่งขึ้นรถโดยสารประจำทางจากซอยปรีดี ๑๖ และรู้สึกว่ามีผู้ชายคนหนึ่งมาเดินเบียดเธอ  ก่อนที่รถจะจอดป้าย  และผู้ชายคนนั้นลงรถป้ายเดียวกับเธอด้วย"

         กว่าจะรู้ตัวเมื่อเธอไปถึงที่ทำงานแล้ว  พบว่ากระเป๋าตังค์หายไป  จึงรีบโทรศัพท์อายัดบัตร  ATM  เจ้าหน้าที่แจ้งว่าเงินของเธอถูกกดออกไปแล้ว ๒ แสน ธนาคารละ ๑ แสน  และนึกลำดับเหตุการณ์ได้  จึงไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

        ทำไมคนร้ายจึงทราบเลขรหัส ATM ?  เพราะว่าเธอเขียนรหัสใส่ในซองบัตร ATM ไว้ด้วย  และมีเงินสดในกระเป๋าอีกจำนวนหนึ่ง สร้อยคอทองคำอีก ๑ เส้น

        คนร้ายได้นำบัตร ATM ไปกดในเวลากลางวัน  กล้องวงจรปิดจึงสามารถบันทึกใหบหน้า และรูปร่างของคนร้ายได้ถนัดและชัดเจน  นำภาพมาให้เธอดูว่าเป็นผู้ชายคนนั้นจริง

         แม้ว่าจะถือบัตร ATM ของต่างธนาคารแต่ก็สามรถใช้รหัสเหมือนกันหมดทุกธนาคารได้  เพราะจำง่ายดี  แต่ละปีเราก็อาจเปลี่ยนครั้งหนึ่งก็ได้ 

         ทำให้คิดย้อนอดีตที่นานมาแล้ว คนในอดีตของฉันได้ทำกระดาษร่วงจากกระเป๋าตังค์  ชิ้นเล็ก ๆ พับเป็นระเบียบ ฉันหยิบมาดูคิดจะเก็บไว้ให้  แต่ในนั้นมีเลขเขียนว่า ๐๐๕๑๘๐๐  นอกนั้นไม่มีอะไร  ฉันคาดเดาว่าเป็นรหัสเอทีเอ็มแน่นอน  เพราะท่านเกิดเดือนพฤษภาคม วันที่ ๑๘ แต่คิดว่า ๐๐  สองตัวหน้าหลังเป็นเทคนิค  ฉันคิดว่าวิธีนี้ไม่เข้าท่าเลย  แต่มีจริยธรรมไม่ลักเงินของท่าน

        ฉันนำประสบการณ์นี้มาสอนลูกหลานว่า ถ้าจำไม่ได้ให้จดเป็นหมายเลขโทรศัพท์และเขียนชื่อใครก็ได้ข้างหน้าหมายเลข  หรืออีกวิธีการหนึ่งคือให้จำหมายเลขบัตรประชาชน ๑๓ หลัก  และเอาเลขในนั้นมาทำเป็นรหัส  โดยมีเทคนิคในการเลือกตัวเลขมา  แต่ฉันเองไม่ได้ใช้วิธีการเหล่านี้เลยในการกำหนดเลขรหัสและการจำ  เพราะฉันมีความจำดี

        "ไอและเอทีเอ็ม" ก็ไม่ควรประมาททั้งสองเรื่อง  เมื่อได้ทราบแล้วจึงนำมาเล่าต่อ  ขออภัยท่านผู้อ่านที่ได้ฟังและชมรายการแล้ว