"หอมกลิ่นหนังสือ จุดประกายต่อยอดให้มีโอกาสได้เรียนรู้ชีวิต และมุมมองแง่คิด จากหนังสือเสริมกำลังใจที่มีคุณค่า สองแขนที่กอดโลก ของวินทร์ เลียววารินทร์" จากบันทึกของอาจารย์Wasawat Deemarn
วันนี้ฝนไม่ตกอากาศจึงร้อนเป็นธรรมดา ทบทวนดูแล้วไม่ได้ออกจากบ้านไปไหนไกลมาเป็นเวลาประมาณ ๒ สัปดาห์ อีกอย่างอยู่บ้านนาน ๆ ก็รู้สึกติดบ้าน ได้ขับรถไปเรื่อย ๆ ช้า ๆ เป้าหมายคือร้านหนังสือ แต่อย่างแรกต้องทานข้าวมื้อเช้าด้วย
"ร้านไหนดี ที่ไหนดี การจอดรถสะดวกกว่าไหม ???" ขณะที่ผ่านโลตัสมองเห็นที่จอดรถว่าง ๆ เพราะห้างเพิ่งเปิดได้ไม่นาน จึงกลับรถและเลี้ยวเข้าโลตัส เลือกจอดรถหน้าร้านขายของมากกว่าการจอดที่ลานจอดรถ
"วันนี้จะทานอาหารง่าย ๆ ไม่ต้องแพง" จึงแลกคูปองเพียง ๕๐ บาท มีผู้คนทานอาหารกันบ้างประปราย บางร้านยังขายไม่ได้ คนขายต่างก็ได้แต่ส่งเสียงเรียกลูกค้าด้วยวาจาไพเราะอ่อนหวาน
การกอดโลกของฉันได้เริ่มขึ้นแล้ว ฉันเลือกที่นั่งโต๊ะขนาดเล็กไว้ก่อนเพราะมาคนเดียว นำจานอาหารไปวางไว้แล้วเดินไปหยิบช้อน เมื่อกลับมาที่โต๊ะ ปรากฏว่าไม่มีเก้าอี้ซึ่งก่อนหน้านี้ฉันยังเห็นมีอยู่ เนื่องจาก "โต๊ะข้าง ๆ เขามาทีหลังเก้าอี้ไม่พอคนนั่งเขาจึงเอาเก้าอี้โต๊ะที่ฉันจะนั่งไป" ฉันจึงย้ายไปนั่งโต๊ะถัดไป เป็นซ้ายมือของโต๊ะนั้น
โต๊ะนั้นเขามากัน ๔ คน มีเก้าอี้ครบอยู่แล้ว ๔ แต่เขาเอาไปวางของอีก ๒ ตัว ผู้ชาย ๒ คน ผู้หญิง ๑ คนและเด็ก ๑ "ผู้ชายคนหนึ่งส่งเสียงคุยดังมาก คาดว่าโต๊ะอื่นก็คงได้ยิน แต่ฉันไม่จำความ เพราะตั้งสติกับการกินมากกว่า" ก่อนลุกจากโต๊ะฉันก็ต้องหันหน้ามาด้านนั้นอยู่แล้ว ได้ยินเสียงเด็กหญิงพูดขึ้นว่า "พ่อ ๆ ๆ มัวแต่โม้แต่คุยอยู่ได้ไม่หยุด แต่พ่อหน้าไม่อาย พ่อไม่รูดซิบกางเกงค่ะ" ต้องขอบใจเด็กหญิงที่ได้สอนว่าคนเราต้องสำรวจตัวเองก่อนอื่น
แลกคูปองมา ๕๐ บาทยังเหลือเงินอีก ๒ บาท จึงเอาไปคืน บางคนอาจจะบอกว่าเป็นเงินเพียงเล็กน้อย "ฉันคิดถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วม หากคนในประเทศไทยช่วยกันคนละ ๑ บาทก็จะได้เงินหลายสิบล้าน แล้วฉันก็ได้กอดโลกด้วยการนำเหรียญบาท ๒ อันไปหยอดตู้รับบริจาคเพื่อเด็ก"
แวะเข้าสู่เป้าหมายคือร้านหนังสือ ได้หนังสือมาหลายเล่ม แต่สำหรับของวินทร์ เลียววารินทร์ มีเพียง ๒ เล่มคือ "สองแขนที่กอดโลก และ คดีเจ็ดแพะ" เล่มหลังนี้เคยซื้อมาอ่านครั้งหนึ่งแต่อ่านไม่จบ ทิ้งไว้ในรถแล้วก็ถูกคนลืมไปอ่านแทนการยืม วันเวลาผ่านไปแสดงว่าได้กอดโลกด้วยหนังสือเล่มนั้นแล้ว
"น่าจะดูหนังสักรอบ จะได้คลายร้อน" จึงไปดูโปรแกรมมีหนังจีนน่าสนใจ ซื้อตั๋ว แล้วไปหาที่ "ค่าเวลา" คือร้านกาแฟหน้าโรงหนังนั่นเอง ถือโอกาสอ่านหนังสือ โต๊ะด้านหน้ามีชายหนุ่มนั่งดื่มกาแฟเหมือนกัน ฉันสังเกตเห็นเขาทิปค่ากาแฟ ๑ ถ้วยถึง ๔๕ บาท เพราะจ่ายใบละ ๑๐๐ บาทแล้วไม่รับเงินทอน รู้สึกดีใจมากที่ได้เห็นคนกอดโลก เพราะน้องพนักงานยังแต่งเครื่องแบบนักศึกษาคงมาฝึกงาน
หนังเรื่อง "นักฆ่าดาบเทวดา" สาระของหนังเป็นธรรมดาของหนังจีนที่มีการหักเหลี่ยม ล้างแค้น มากกว่าการชิงรักหักสวาท หนังเรื่องนี้ได้เห็นไหวพริบ การตัดสินใจ การมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงเป็นสำคัญ และการตามล้างตามผลาญ แต่อย่างไรคำสอนสุภาษิตไทยยังฝังแน่นอยู่ในจิตวิญญาณของฉันเสมอว่า "แค้นนี้ไม่ต้องชำระแต่บุญคุณต้องทดแทน" ในโรงหนังฉันได้กอดโลกด้วยการถอดเสื้อกันหนาวให้เด็กที่นั่งข้าง ๆ เพราะเขาบอกคุณแม่ว่า "หนาว ๆ ๆ ๆ "
"วันนี้เราได้กอดโลกหรือยัง???" ฉันถามย้ำตัวเอง บังเอิญเดินผ่านธนาคาร ได้โอกาสแวะไปกอดโลกบริจาคเงินเล็กน้อยตามอัตภาพให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม และศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับการออมของคนไทยตามโปรแกรมที่ธนาคารจัดขึ้น ได้รับการต้อนรับและการอธิบายจากพนักงานประทับใจมาก ฉันกอดโลกด้วย "ความสนใจกับเงื่อนไขที่พนักงานนำเสนอ" ดีกว่าการปฏิเสธ เพราะอย่างน้อยพนักงานก็มีกำลังใจในการทำงานเพื่อชีวิตและครอบครัวต่อไป
ขับรถกลับบ้าน ได้เรียนรู้การกอดโลกอีกหลายกรณี เนื่องจากฉันไม่รีบจึงขับเลนซ้าย และตามรถบรรทุกเล็กคันหนึ่ง และมีคันหน้ารถบรรทุกเล็กอีกคันซึ่งขับคร่อมเลน ส่วนคันหลังตามฉันมาอีกคั้น ฉันคิดว่า "หากเราไม่แซงเปิดทาง เขาก็คงแซงลำบาก เราจะมาขับกันท่าเขาไม่ดีเลย" กำลังเปิดไฟจะแซงปรากฏว่ารถบรรทุกเล็กแซงโดยไม่เปิดไฟ ไม่ทราบว่าคันหลังคิดอะไร แต่ฉันไม่คิดอะไรถือว่าเป็นธรรมดาของคนใช้รถใช้ถนน
ถึงทางกลับรถจะเข้าหมู่บ้าน ฉันจะนำรถไปจอดรอค่อนไปทางซ้ายมือ เว้นที่ว่างกลางและทางขวามือให้รถคันอื่นที่มาทีหลัง วันนี้มีรถตามมารอกลับรถถึง ๓ คันเช่นกัน เมื่อมีจังหวะรถว่างฉันได้รอให้รถคันที่อยู่ขวามือไปก่อน ฉันไปทีหลังก็ได้ ปรากฏว่าเขาไม่ยอมไป พอฉันออกรถทั้งสองคันก็กลับรถตาม ฉันได้แต่คิดในใจว่า "ไม่เป็นไรนะคะพี่น้องเป็นกันชนให้ก็ได้" แบบนี้ก็เป็นกอดโลกด้วยการเป็นกันชนให้รถคันอื่นกลับรถ
คุณวินทร์ เลียววารินทร์บอกว่า "การกอดโลกได้เมื่อไรใจก็เป็นสุข เมื่อคนอื่นอยู่ได้อย่างมีความสุข ชาวโลกก็เป็นสุข การกอดโลกคือการเข้าใจคนอื่น เอาใจเขามาใส่ใจเรา การทำบุญทำทานโดยไม่หวังผลตอบแทนก็นับว่าเป็นการกอดโลก" และ "หลักการบริหารเวลานั้นไม่ยาก สิ่งแรกคือต้องรู้จักเสียดายเวลาก่อน เมื่อรู้จักเสียดายก็หาทางทำทุกอย่างเพื่อใช้มันให้คุ้มค่า การบริหารที่ดีคือไม่มีคำว่า "ฆ่าเวลา" มีแต่คำว่า "ค่าเวลา"
ค่าเวลา...จากการอ่านหนังสือได้เพียง ๓๔ หน้า ทุกตัวอักษร ทุกถ้อยคำมีความหมายที่เกิดกำลังใจ กับการดำเนินชีวิตและสังคมในปัจจุบัน และวินทร์ เลียววารินทร์ เป็นผู้ที่คิดได้ตลอดเวลา บันทึกฉบับนี้จึงอยากจะฝึกคิดเป็นบ้าง
นึกถึงคำสอนของคุณปู่ ที่ได้สอนและอบรมหลาน ๆ เมื่อพวกเราเป็นเด็กว่า "ควรรักษาสัญญา รักษาสัจจะ รักษาเวลาและรักษาโอกาส" คือค่าเวลา
ขอขอบคุณ อาจารย์Wasawat Deemarn เป็นอย่างสูง ที่แนะนำให้มีโอกาสได้อ่านหนังสือดี ได้กอดโลก และได้ค่าเวลา ขอเวลาไปอ่านต่อให้จบก่อนนะคะ
คมลึกดีนะครับที่ว่า "กอดโลกได้เมื่อไรก็เป็นสุข"
ชอบพี่คิมจัง คิดเลยทำเลย .. มาประหยัดเวลา กับการอ่านบันทึกพี่คิม ขอบพระคุณมากมายนะคะ ฝันดีค่ะ ;)
สำหรับผู้ที่เริ่มต้น "กอดโลก" อย่างเป็นเรื่องเป็นราว
"วันที่ 1 มกราคม" บทหนึ่งใน "สองแขนที่กอดโลก" ที่ต้องคิดถึง "พี่ครูคิม" ก่อนเลย ;)
เจริญพรครูคิม
แวะมาเยี่ยมเยียน และตามงานของครูคิมน่ะ ชีวิตหลังการทำงานหนักคงได้พัก และเขียนบทเรียนดีๆ เพื่อนำมาฝากพวกเราเป็นคติและแนวทางในการทำงาน อยากเห็นงานของครูคิมร่วมเล่ม เพื่อจะนำไปเก็บไว้ในมุมดีๆ และในห้องสมุดดีๆ ต่อไป รักษาสุขภาพด้วยนะครู
เรียน
ที่นับถือ
ทุกบันทึกของ คุณครูคิมมีคุณค่าเสมอ ได้เรียนรู้หลายอย่าง
และบันทึกนี้ก็ได้เรียนรู้ ค่าของเวลา
การกอดโลกของเรามีได้หลายกรณี วันนี้พวกเราจะไปกอดโลกกันค่ะ
พี่คิมจ๋า แบบว่าคิดถึงอีกแล้ว เชิญอร่อยและบันเทิงกับ บันทึกนี้ค่ะ
http://gotoknow.org/blog/morkrupra/226654
ขอบคุณ http://gotoknow.org/profile/wasawatdeemarn
ขอบคุณ "คุณครูพี่คิม"
ช่วงปลายเดือนนี้..กะจะไปหาหนังสือดีๆอ่าน
ที่งานสัปดาห์หนังสือ..ที่ศูนย์สิริกิตติ์..
สวัสดีค่ะครูพี่คิม...
เทียนน้อยมาขอเรียนรู้การ "กอดโลก"ด้วยรักและเข้าใจในโลกให้มากขึ้นค่ะ
"การกอดโลกได้เมื่อไรใจก็เป็นสุข เมื่อคนอื่นอยู่ได้อย่างมีความสุข ชาวโลกก็เป็นสุข การกอดโลกคือการเข้าใจคนอื่น เอาใจเขามาใส่ใจเรา การทำบุญทำทานโดยไม่หวังผลตอบแทนก็นับว่าเป็นการกอดโลก" และ "หลักการบริหารเวลานั้นไม่ยาก สิ่งแรกคือต้องรู้จักเสียดายเวลาก่อน เมื่อรู้จักเสียดายก็หาทางทำทุกอย่างเพื่อใช้มันให้คุ้มค่า การบริหารที่ดีคือไม่มีคำว่า "ฆ่าเวลา" มีแต่คำว่า "ค่าเวลา"
สวัสดีค่ะครูพี่คิม
เทียนน้อยมาเรียนรู้การ "กอดโลก"ด้วยรักและเข้าใจโลกให้มากขึ้นค่ะ
ขอบคุณค่ะสำหรับข้อคิดดีๆที่มีมาแบ่งปันตลอดเลย...^_^
สวัสดีค่ะครูพี่คิม
เทียนน้อยมาขอเรียนรู้การ "กอดโลก" ด้วยรักและเข้าใจในโลกให้มากขึ้นค่ะ
ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆนะคะ ^_^
พี่คิมขา...เทียนน้อยขออนุญาตลบส่วนที่เกินออกมาด้วยนะคะ...ผิดพลาดทางเทคนิค...นะคะ...นึกว่าไม่ได้..พิมพ์ใหม่ถึงสามครั้ง...ขอบคุณค่ะ...^_^
ยังไม่ได้อ่านเล่มนี้เลยครับพี่ มัวแต่ทำงานๆๆ
สวัสดีค่ะพี่
อิจฉาคนบ้านบ้านจัง จะมีความสุขขนาดไหนนะ (อิจฉ๊า ... อิจฉา) ค่ะ
ขอบคุณซุปเปอร์คิม ผู้ที่เป็นแบบอย่างในการ"กอดโลก" ทำให้อ่านแล้วได้ทบทวนเรื่องราวต่าง มองโลกอย่างลึกซึ้งมากขึ้นค่ะ
สวัสดีค่ะท่านโสภณ เปียสนิท
สวัสดีค่ะน้องปูpoo
สวัสดีค่ะอาจารย์Wasawat Deemarn