วันหนึ่งลุกขึ้นเดินออกกำลังกาย ช้าบ้าง เร็วบ้าง ขึ้นยอดเขาหินเหล้กไฟ

เป็นคนว่าง่าย-1

โสภณ เปียสนิท

...........................    

                        ราวปี 2537 เมื่อผมมาอาศัยอยู่ที่หัวหินใหม่ๆ มักจะลุกขึ้นสำรวจพื้นที่ยามเช้ามืด ก่อนแสงแรกของวันใหม่จะมาเยือน วันหนึ่งลุกขึ้นเดินออกกำลังกาย ช้าบ้าง เร็วบ้าง ขึ้นยอดเขาหินเหล็กไฟ สองข้างทางยังไม่มีบ้านเรือนมากเหมือนทุกวันนี้ หมู่ไม้ยังมีอยู่มาก ประทับใจภาพทิวทัศน์อันงดงามบนจุดสูงสุดของเมืองหัวหิน อากาศยามเช้าเย็นสดชื่น ดวงอาทิตย์เริ่มฉายแสงแรกแห่งรุ่งอรุณที่ขอบฟ้าด้านทิศตะวันออกไกลโพ้นสุดสายตา

                        ณ จุดสูงสุด มีชายวัยกลางคนรูปร่างสูงโปร่ง สง่า ผิวขาว แสดงว่ามีอาชีพที่มิใช่กรำงานกลางแดดฝน เขายืนมองไปที่โพ้นขอบฟ้าด้านทิศตะวันออกเช่นเดียวกันกับผม ขณะที่ดวงอาทิตย์ค่อยโผล่พ้นขอบน้ำทีละน้อย ผมเดินเข้าใกล้แล้วกล่าวคำทักทักทาย เขาละสายตาจากดวงอาทิตย์เปียกน้ำทะเล หันมายิ้มให้ตอบรับคำสอนสนทนาด้วยปฏิสันถารอันดี หลังการสนทนาพอควรผมรู้ว่าเขาเป็นศิษย์หลวงพ่อก้าน วัดเขาต้นเกตุ ถูกเคี่ยวกร่ำอย่างหนักจากพระอาจารย์ให้เรียนรู้วิชาการทางโลก เพื่อเป็นอาชีพ พร้อมทั้งวิชาการทางธรรม เพื่อเลี้ยงใจ ขณะที่คุยกับผมในตอนนั้นดำรงตำแหน่งยศพันตำรวจเอก ทำงานที่กรุงเทพฯ ผมประทับใจช่วงหนึ่งของการสนทนา

                      “มาเที่ยวหัวหินบ่อยหรือเปล่าครับ” ผมตั้งคำถามทั่วๆ ไปเพื่อเป็นการชวนคุย “เดือนละครั้ง หรือมากกว่านั้นครับ” เขาตอบพร้อมรอยยิ้มอย่างเป็นกันเอง “ชอบหัวหินหรือ” “ความชอบเป็นข้อหนึ่ง” “แสดงว่ามีเหตุผลอื่นด้วย” “ใช่ มาเยี่ยมหลวงพ่อ และมาฝึกปฏิบัติธรรมกับท่านด้วย” เขาตอบแบบธรรมดาสามัญ แต่ผมฟังดูว่าแปลก “ปฏิบัติธรรมด้วยหรือ” “ใช่ครับ” “เพื่ออะไร”

                         ผมเกิดความสงสัยจึงซักถามอย่างต่อเนื่อง “เพื่อเพิ่มคุณภาพของจิตให้ดีขึ้น เหมาะสมต่อสู้กับการทำงาน การดำรงชีวิตในปัจจุบัน” “แสดงว่าการปฏิบัติธรรมมีประโยชน์มาก” “ผมเชื่ออย่างนั้น” เขาตอบอย่างระมัดระวัง “เพราะเหตุใด” “เพราะผมทำอย่างนี้จนประสบความสำเร็จในชีวิต” “มองเห็นประโยชน์อย่างอื่นอีกหรือไม่” “สวดมนต์ไหว้พระนั่งสมาธิทำให้จิตอ่อนโยน เหมาะสมต่อการงานทุกชนิด กลายเป็นคนว่าง่าย”