และให้คนที่สาขาเขาเลือกมาแล้วว่าคนนี้ควรจะได้

 

        เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2553 ช่วงเช้าถึงเที่ยงวันยูมิอยู่ในห้องประชุมร่วมพิจารณาเกี่ยวกับการให้รางวัลดีเด่นในผลงาน  มีข้อถกเถียงกันในเรื่องจะมีวิธีการอย่างไรเพื่อให้รางวัลโดยชอบ 

 สำหรับในประเด็นนี้ยูมิเองเสนอว่า...ผลงานที่มาจากศาสตร์ใดก็ควรให้คณะกรรมการศาสตร์นั้นเป็นผู้ประเมินตามความลุ่มลึกของศาสตร์นั้น ๆ ก่อนแล้วคณะกรรมการทั้งหมดมาวิเคราะห์วิจารณ์กันเพื่อลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบที่จะให้รางวัล  ด้วยคำนึงถึงเหตุผลที่ว่า...

ถ้าถูกเสนอมาทางสายมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ก็ต้องมอบหมายให้กรรมการสายนี้ไปทำการบ้านมาแล้วนำเสนอที่ประชุมก่อนการพิจารณาลงมติ...เพราะคนตรงสายย่อมจะเข้าใจในศาสตร์นั้น ๆ คนอยู่สายวิทย์ก็ย่อมเข้าใจศาสตร์สายวิทย์ดีกว่าคนที่อยู่สายอื่น...เป็นต้น

        อีกประเด็นหนึ่งมีการถกเถียงกันเรื่องการให้ทุนที่มีผู้ขอมา  สมมุติมี 2 สาขา สาขา 1 มี 3 คน สาขาที่ 2 มี 2 คน แต่เรามีอยู่ 2 ทุนที่จะให้ และมีผู้รู้ข่าวมาว่าในสาขา 1 ทั้ง 3 คนนั้นได้ทุนจากที่อื่นแล้ว  ส่วนสาขาที่ 2  ทั้ง 2 คนนั้นยังไม่ได้รับทุนและต้องใช้งบเยอะด้วยในการทำผลงานนั้น

        จากข้อมูลบางส่วนในแต่ละสาขาระบุลำดับผู้สมควรให้ทุนมาแล้วโดยเรียงตามลำดับเลขตัวแรกคือผู้ควรได้รับทุนนั้น

 เราจะมีวิธีการยังไง..?

        บางท่านเสนอว่าตัด 3 คนออกไปเพราะพวกเขาได้รับทุนแล้วและให้อีก 2 คนที่อยู่ในสาขาเดียวกันที่ยังไม่ได้ทุน...บางท่านว่าเฉลี่ยทุนที่จะได้ออกมาให้ทุกคนเท่า ๆ กันคือทุกคนที่เขาทุนได้หมด...บางท่านเสนอว่านำงบที่เหลือมีผู้คืนทุนมาให้อีกหนึ่งทุนรวมเป็น 3 ทุน แล้วให้คนแรกของสาขาที่เขาได้รับทุนแล้ว  และในสาขาที่ 2 ให้ 2 ทุนใน 2 คนนี้ซึ่งยังไม่ได้รับทุนที่ไหนเลย...

ในประเด็นนี้ยูมิเองเสนอมุมคิดทำนองว่า…เมื่อเรามี 2 ทุนและมีคนมาขอทุนอยู่ 2 สาขาก็ควรให้ทุนละ 1 สาขา และให้คนที่สาขาเขาเลือกมาแล้วว่าคนนี้ควรจะได้ก็จะเป็นการเที่ยงธรรมแล.