ต้องคิดเยอะทุกฐานการเรียนรู้ แม้จะต้องคิดกันเยอะ แต่พวกเราก็ไม่ถอย

ความเดิม

วันเสาร์ที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๓

วันเสาร์ที่ ๑๖ ตุลาคม เวลา ๑๐.๐๐ -๑๕.๐๐ น. ทีมจัดงานมหกรรม KM เบาหวาน-ความดันโลหิตสูง นัดหมายคุยกันเพื่อเตรียมและตกลงรายละเอียดของกิจกรรมต่างๆ ที่ห้องประชุม ๑๑B โรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียล พหลโยธิน การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นได้ด้วยการสนับสนุนของ “เจ้ามือ” คือกองทุนบริหารจัดการโรคเรื้อรัง สปสช.

ดิฉันขับรถออกจากบ้านตั้งแต่เวลาประมาณ ๐๘ น. ฝนตกพรำๆ รถวิ่งสะดวกมาติดขัดเมื่อย่างเข้าสู่สะพานควาย หมอฝน พญ.สกาวเดือน นำแสงกุล โทรศัพท์มาว่าใกล้ถึงที่หมายแล้ว แต่เธอลืมเอางานที่พิมพ์เตรียมไว้มาด้วย พญ.อารยา ทองผิว เจ้าของบ้านเตรียมอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้และอาหารว่างเอาไว้ต้อนรับอย่างเต็มที่ ภก.เอนก ทนงหาญ และหมอฝนมาพร้อมๆ กัน ได้ยินว่าแอบไปเติมพลังด้วยข้าวมันไก่เจ้าอร่อยใกล้ๆ โรงพยาบาลมาเรียบร้อยแล้ว

ทีมงานที่มาประชุมวันนี้นอกจากหมอฝนและคุณเอนกแล้ว ทีมพุทธชินราชมีอ้อใหญ่ (เปรมสุรีณ์ แสนสม) อ้อสวย (รัชดา พิพัฒนศาสตร์) คุณหมอนิพัธที่ว่าจะโดดเรียนมา ปรากฏว่าถูก ผอ.รพ.ใช้ให้ไปทำงานอื่น น้องมด ภญ.ปราณี ลัคนาจันทโชติ พาเพื่อนเภสัชกรจาก รพ.สมุทรสาครและ รพ.บุรีรัมย์มาด้วยหลายคน นพ.สมเกียรติ โพธิสัตย์ ผอ.สถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ กรมการแพทย์ สธ. มาพร้อมคุณวรนุช อรุณรัตนโชติ คุณพรรณ สุภาพรรณ ตันติภาสวศิน มือทำงาน (หนัก) ของเครือข่ายเบาหวานที่ปัจจุบันทำงานประจำอยู่ สรพ.ก็มาด้วย

นพ.จักรกริช โง้วศิริ ผจก.กองทุนบริหารจัดการโรคเรื้อรัง สปสช. มาพร้อมคุณสิริกร ขุนศรี และน้องอ้อ (เป็นอ้อคนที่ ๓ ของวันนี้ นั่งเรียงกันทั้ง ๓ อ้อ) คุณธวัช หมัดเต๊ะ จาก สคส. คุณวิทิต ภูษิตาศัยและน้องอัมพร จาก บ.จินตนาการ มาฟังพวกเราเพื่อจะได้จัดทำ VDO ได้ตรงที่ต้องการ อาจารย์รุจิรา สัมมะสุต ที่ปรึกษาด้านโภชนาการของ รพ.เปาโลฯ ก็เข้าร่วมประชุมด้วย รวมทั้งคุณธัญญา (หิมะทองคำ) วรรณพฤกษ์ จากมูลนิธิเพื่อพัฒนาการบริบาลผู้ป่วยเบาหวาน คุณณัฏฐิยา สุธีพิเชษภัณฑ์ จาก บ.โรชฯ

ระหว่างรอเวลาและรอสมาชิก ดิฉัน หมอฝน คุณเอนกและทีมของน้องมดถกกันเรื่องกิจกรรมในฐาน “รู้ทันปัญหา รู้ทางแก้ไข" กันอย่างคึกคัก เราคิดต่อยอดจากที่เคยคุยกันไว้บ้างแล้ว เดิมเราวางแผนจะประยุกต์รูปแบบ OSCE โดยเตรียมข้อมูลผู้ป่วยให้แต่ละกลุ่ม ดิฉันเพิ่งคิดใหม่ได้เมื่อไม่กี่วันก่อนว่าน่าจะใช้ผู้ป่วยจริงๆ เลย เพราะเราจะมีผู้ป่วยตัวจริงมาร่วมประชุมในงานมหกรรมอยู่แล้ว ฐานนี้มีเรื่องที่ต้องคิดกันเยอะมาก ความจริงก็ต้องคิดเยอะทุกฐานการเรียนรู้ แม้จะต้องคิดกันเยอะ แต่พวกเราก็ไม่ถอย

เมื่อได้เวลาเราเริ่มต้นการประชุมด้วยการแนะนำตัวให้รู้จักกัน ดิฉันนำเสนอให้ที่ประชุมรู้ว่าขณะนี้ได้ออกหนังสือประชาสัมพันธ์การจัดงานไปแล้ว ร่างขอบเขตเนื้อหา และติดต่อวิทยากรที่จะปาฐกถา บรรยาย อภิปรายเรียบร้อยแล้ว ติดต่อ resource persons สำหรับกิจกรรมในฐานการเรียนรู้ไปบ้างแล้ว

พอเราเริ่มคุยเรื่องงาน มีคนอยากคุยเยอะเลยต้องมีกติกาว่าขณะที่เพื่อนพูดคนที่เหลือควรพยายามใช้การฟังอย่างลึก ห้ามคุยกันเอง และใครจะพูดต้องยกมือก่อน ดิฉันทำหน้าที่เป็น Moderator ของการประชุม และให้คุณพรรณทำหน้าที่พิมพ์สิ่งที่แต่ละคนพูดไว้ในคอมพิวเตอร์

 

การประชุมทีมทำงาน ณ รพ.เปาโลฯ

กิจกรรม KM
คุณธวัชบอกว่าอยากได้ความคิดเห็นเยอะๆ เพื่อจะนำไปออกแบบกิจกรรมให้ได้ตรงเป้าหมาย เราบอกคุณธวัชว่าต้องการให้ผู้เข้าประชุมได้เรียนรู้เครื่องมือ KM ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการประชุม ๒ วันที่เหลือ เพื่อให้การประชุมมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น

เราคุยกันแล้วเห็นพ้องกันว่าใน Session KM อยากให้ผู้เข้าประชุมได้สิ่งต่อไปนี้ :
- เห็นคุณค่าของวิธีการทำงาน/ ของคนต้นคิด
- เป็นการฝึกจากข้างใน
- Cheer ให้ต่อยอดโดยไม่ติดรูปแบบ ไม่เน้นการลอกเลียนแบบ (คนชอบหยิบเป็นคำ/เป็นชิ้น เอาไปทำตาม โดยไม่ดูรากหรือ background)
- ให้รู้ว่า Tacit knowledge เป็นผลจากการเรียนรู้
- กระบวนการที่จะนำไปสู่การสร้างนวัตกรรม ฯลฯ
ที่พวกเราเน้นย้ำคือให้ผู้เข้าประชุมได้เรียนรู้ ไม่ใช่แค่การรับรู้ ให้มีในแนวเชิงสร้างสรรค์ (creative) และจินตนาการ ...คุณหมอจักรกริชพูดถึงพลังของการเรียนรู้จากข้างใน... ทำอย่างไรจะเชื่อมความรู้ไกลๆ กับความรู้สามัญสำนึก ความรู้ที่ไม่แปลกหน้า

เราจะออกแบบสมุดสำหรับให้ผู้เข้าประชุมจดบันทึกตลอดการประชุมด้วย

คุณเอนกอยากจะรู้ว่ามีทักษะอะไรที่ทำให้เกิดการปิ๊ง... รวมทั้งเสนอขึ้นมาว่าคนระดับปฏิบัติจะภูมิใจง่ายกว่าระดับบริหาร...เราเลยต้องคิดกันต่อว่าทำอย่างไรงานนี้จึงจะมีบุคคลระดับบริหารมาร่วมรับรู้ความภาคภูมิใจของคนทำงานด้วย

ฐานที่ ๓ ใจเสริม เติมพลัง สร้างสรรค์การดูแลองค์รวม
หมอฝนและทีมงานได้คิดรายละเอียดของกิจกรรมในฐานนี้มาแล้ว เราจึงให้นำเสนอก่อนเผื่อว่าผู้รับผิดชอบฐานอื่นจะได้ความคิดอะไรใหม่ๆ หมอฝนบอกว่าจุดประสงค์ของฐานนี้คือ (๑) เพื่อให้กำลังใจคนทำงาน (๒) เพื่อให้ผู้เข้าประชุมเกิด Positive thinking (๓) เพื่อให้ผู้เข้าประชุมเข้าใจตนเองและเข้าใจผู้อื่น

เราฟังหมอฝนเล่าว่าจะมีกิจกรรมอะไรบ้างแล้วอยากเข้าร่วมในฐานนี้มากๆ แต่ขอยังไม่เปิดเผยรายละเอียด รอให้มาสัมผัสเอาเอง บอกได้คร่าวๆ ว่าจะมี VDO เพลง......(ยังไม่บอก แต่เรารู้แล้ว) กิจกรรม “คุณค่าในใจ” “จุดพักพิงใจ” “กิจกรรม ๔ ทิศ” และลงท้ายด้วยกิจกรรมสนุกสนานก่อนจะออกจากห้อง ทีมทำงานจะมีการซักซ้อมกิจกรรมทั้งหมดในวันที่ ๓ พฤศจิกายน เป็นการเตรียมวิทยากรไปในตัว

ได้เวลาพักรับประทานอาหารกลางวันพอดี อาจารย์อารยาเตรียมอาหารกลางวันมีทั้งเมนูเจและไม่เจ เป็นของอร่อยขึ้นชื่อแถวนั้นคือข้าวมันไก่ ข้าวเหนียว-ส้มตำ หมูน้ำตก หมูแดดเดียว ขนมหวานที่ไม่หวานมาก น้องๆ แยกโต๊ะจากผู้อาวุโส คุยกันเองเสียงดังให้สมกับที่นานๆ จะได้มาพร้อมหน้ากันที

 

อาหารกลางวัน เติมพลังสมองของผู้เข้าประชุม

หลังอาหารคุณวิทิตและน้องอัมพรขอตัวกลับไป clear งานที่บริษัทก่อน

วัลลา ตันตโยทัย